บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.90
+0.02 (+0.69%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น
โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ
โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5026 out_tok=2314 at=2026-07-26T09:23:50 -->
# TNP กำไรสุทธิปี 65 หด 22.4% รับกำลังซื้อวูบ-รัฐลดมาตรการกระตุ้น
## รายได้รวมวูบ 7.2% กดดันกำไรสุทธิ แม้คุมต้นทุนได้ใกล้เคียงปีก่อน แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มจากการขยายสาขา
บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 2,433.39 ล้านบาท ลดลง 7.21% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ประกอบกับการที่ภาครัฐลดมาตรการกระตุ้นค่าใช้จ่าย ซึ่งเคยช่วยหนุนกำลังซื้อในปี 2564 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ใกล้เคียงปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว แต่กำไรสุทธิปี 2565 ปรับตัวลดลง 22.43% มาอยู่ที่ 149.01 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TNP ในปี 2565 ปรับลดลง 22.43% มาอยู่ที่ 149.01 ล้านบาท มาจาก **"รายได้จากการขายที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ"** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง และการยกเลิกมาตรการกระตุ้นค่าใช้จ่ายของภาครัฐที่เคยมีผลในปี 2564 แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมต้นทุนขายให้ลดลงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรายได้ และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 17.15% แต่การเพิ่มขึ้นของ **"ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร"** ซึ่งสูงขึ้น 8.67% จากการลงทุนขยายสาขาใหม่ ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
กลไกที่ทำให้เกิดผลกระทบดังกล่าว เริ่มต้นจากการที่ **กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง** ทำให้ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS Growth) ปรับตัวลดลง ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมของบริษัทฯ ลดลง 7.21% แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขาในปี 2565 เพื่อชดเชยส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ให้รายได้รวมเติบโตได้ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายที่ลดลงตามสัดส่วนรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงตามไปด้วย แต่ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาใหม่ตามกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 19.65 ล้านบาท หรือ 8.67% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้รวมกันจึงกดดันให้กำไรสุทธิลดลง
สำหรับแนวโน้มในอนาคต **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายยังคงมีความไม่แน่นอน** เนื่องจากขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้ม SSS Growth ในระยะถัดไป แต่การขยายสาขาใหม่ยังคงเป็นกลยุทธ์หลัก ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะสั้น ดังนั้น ผลประกอบการในรอบถัดไปจึง **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การฟื้นตัวของกำลังซื้อและผลตอบรับจากการขยายสาขาใหม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2565 ลดลง 7.21%** อยู่ที่ 2,433.39 ล้านบาท จากกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และการยกเลิกมาตรการกระตุ้นค่าใช้จ่ายของภาครัฐ
* **กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 22.43%** อยู่ที่ 149.01 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.09%
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว** อยู่ที่ 17.15% สะท้อนการบริหารโครงสร้างราคาสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.67%** ส่วนใหญ่มาจากการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขาในปี 2565
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 5.06%** จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพื่อขยายสาขา ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 7.44%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,433.39 ล้านบาท ลดลง 189.15 ล้านบาท หรือ 7.21% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้ 2,622.54 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลง 7.23% มาอยู่ที่ 2,015.96 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 7.15% อยู่ที่ 417.43 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 17.15% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.67% เป็น 246.32 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 149.01 ล้านบาท ลดลง 43.08 ล้านบาท หรือ 22.43% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 7.28% เป็น 6.09%
## โอกาส
* **การขยายสาขาใหม่:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์หลักในการขยายธุรกิจ โดยในปี 2565 ได้เปิดสาขาใหม่ 4 สาขา ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารโครงสร้างราคาสินค้า ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ในระดับที่น่าพอใจ
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** ความอ่อนแอของกำลังซื้อเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขาย
* **การยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ:** การที่ภาครัฐลดมาตรการกระตุ้นค่าใช้จ่าย ส่งผลให้กำลังซื้อบางส่วนที่เคยได้รับประโยชน์หายไป
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การขยายสาขาใหม่ส่งผลให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรสุทธิหากรายได้ไม่เติบโตตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* ผลตอบรับจากการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขาในปี 2565 และแผนการขยายสาขาในอนาคต
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 7.21% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก SSS Growth ที่ลดลง เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และการยกเลิกมาตรการกระตุ้นค่าใช้จ่ายของภาครัฐ การเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา ช่วยชดเชยได้ส่วนหนึ่ง
* **ต้นทุนขาย:** ลดลง 7.23% สอดคล้องกับรายได้จากการขาย ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้อยู่ที่ 82.85% ใกล้เคียงปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 7.15% แต่รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 17.15% สะท้อนการบริหารราคาที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 8.67% จากการเปิดสาขาใหม่ เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค
* **จำนวนสาขา:** มีการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขาในปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,249.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 75.76 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 68.80 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 73.71 ล้านบาท จากการลงทุนขยายสาขา หนี้สินรวมลดลง 7.44% อยู่ที่ 258.95 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.91% เป็น 990.56 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมของปี 2565 และการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
TNP เผชิญความท้าทายในปี 2565 จากกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 7.21% และกำไรสุทธิหดตัว 22.43% แม้จะสามารถบริหารต้นทุนขั้นต้นได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายจากการขยายสาขาใหม่ยังคงเป็นแรงกดดัน แม้การขยายสาขาจะเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ความไม่แน่นอนของกำลังซื้อทำให้แนวโน้มผลประกอบการในระยะสั้นยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44
ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63
%
กำไรสุทธิ
64.04
ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.94
-119.98%
|
-84.78
+42.20%
|
-59.62
-312.78%
|
28.02
-113.69%
|
-204.70
-214.31%
|
179.08
+41.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.43
-23.98%
|
33.45
+12.47%
|
29.74
-49.81%
|
59.25
-59.23%
|
145.34
-237.76%
|
-105.50
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.02
+104.63%
|
70.87
+83.60%
|
38.60
+71.71%
|
22.48
-36.53%
|
35.42
-169.32%
|
-51.10
+16.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.39
+857.54%
|
19.57
+124.43%
|
8.72
-92.05%
|
109.74
-558.40%
|
-23.94
-206.49%
|
22.48
+43.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|
78.37
+25.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.35
+72.56%
|
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|