บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.88
+0.02 (+0.70%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น
โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ
โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24672 out_tok=2889 at=2026-08-12T01:01:12 -->
# TNP โชว์รายได้ Q2/69 โต 14.9% รับอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนกำลังซื้อ
## รายได้-กำไร Q2/69 เติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนกำลังซื้อ ขณะที่การขยายสาขายังเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 853.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 55.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.57% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 14.90% YoY** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.57% YoY โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การขยายสาขาใหม่** และ **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่กลับมาเติบโตเป็นบวก** รวมถึง **อานิสงส์จากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ** ที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การขยายสาขา:** บริษัทได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 สาขาในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 59 สาขา การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องนี้เป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและฐานรายได้ของบริษัท
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต:** SSSG กลับมาเติบโตที่ 4.9% YoY ในไตรมาส 2/69 หลังจากที่เคยติดลบในไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญคือ **มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ** เช่น การเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลให้ผู้ถือบัตรมีการซื้อสินค้าที่สาขาของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน 2569
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ:** โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อยอดขายผ่านสาขาของบริษัท นอกจากนี้ มาตรการ 60/40 ยังส่งผลดีต่อช่องทางการขายส่ง เนื่องจากร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางขายส่งของบริษัทเพิ่มขึ้น
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
* **แผนการขยายสาขา:** บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 30 สาขาภายใน 3 ปี (2569-2571) ซึ่งจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ในระยะยาว
* **มาตรการภาครัฐ:** โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่มีระยะเวลาถึงเดือนกันยายน 2569 จะยังคงส่งผลดีต่อยอดขายในช่วงไตรมาส 3/69
* **แนวโน้มเศรษฐกิจ:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสภาวะเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในอนาคต จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาผลกระทบจากการที่บริษัทไม่ได้เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่งพลัส 60/40" ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนบิลขายลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้ากับร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/69 เติบโต 14.90% YoY** แตะ 853.59 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q2/69 เพิ่มขึ้น 9.57% YoY** อยู่ที่ 55.22 ล้านบาท
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) กลับมาเติบโต 4.9% YoY** ใน Q2/69
* **การขยายสาขาใหม่ 1 สาขา** ใน Q2/69 ทำให้มีสาขารวม 59 สาขา
* **ได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐ** "ไทยช่วยไทยพลัส" หนุนกำลังซื้อ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) (TNP) รายงานรายได้จากการขายรวม 853.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 10.80% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตของรายได้นี้เป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ 4.9% YoY รวมถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายผ่านช่องทางขายส่งและตัวแทนจำหน่าย
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,623.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.82% YoY
ในด้านกำไรสุทธิ ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 55.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.57% YoY และเพิ่มขึ้น 14.15% QoQ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 18.40% ใน Q2/68 เป็น 18.02% ใน Q2/69 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า เช่น เครื่องดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายโดยรวมและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 103.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.70% YoY
## โอกาส
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** แผนการขยายสาขาอีก 30 สาขาใน 3 ปี (2569-2571) จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ:** โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพต่างๆ ที่ภาครัฐออกมา จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค
* **การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว:** หากเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นและจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ
* **การเพิ่มช่องทางการขาย:** การขยายช่องทางการขายส่งผ่านสำนักงานใหญ่และตัวแทนจำหน่าย (Authorized distributor) เป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากร้านโมเดิร์นเทรดและร้านค้าท้องถิ่น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการตั้งราคา
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** แม้จะมีมาตรการภาครัฐ แต่หากกำลังซื้อโดยรวมยังอ่อนแอ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสาขาเดิม
* **การไม่ได้เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่งพลัส 60/40":** โครงการนี้อาจทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้ากับร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนบิลขายของ TNP ลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของสาขาใหม่:** ติดตามการเติบโตและทำกำไรของสาขาที่เปิดใหม่
* **ทิศทางยอดขายสาขาเดิม (SSSG):** ประเมินว่า SSSG จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ หลังสิ้นสุดมาตรการภาครัฐ
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** จับตาอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ เพื่อดูผลกระทบจากส่วนผสมของสินค้าและช่องทางการขาย
* **การขยายสาขาตามแผน:** ติดตามความคืบหน้าของการเปิดสาขาใหม่ตามเป้าหมาย 30 สาขาใน 3 ปี
* **ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ:** ประเมินผลกระทบต่อยอดขายและพฤติกรรมผู้บริโภคหลังสิ้นสุดโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส"
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 14.9% YoY ใน Q2/69 โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายสาขา (เพิ่ม 1 สาขาใน Q2/69 รวมเป็น 59 สาขา) และ SSSG ที่กลับมาเติบโต 4.9% YoY ซึ่งได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 18.40% ใน Q2/68 เป็น 18.02% ใน Q2/69 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่าเพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 16.73% YoY ใน Q2/69 เป็น 61.09 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 3.48% QoQ ใน Q2/69 เป็น 26.99 ล้านบาท และอัตราส่วนต่อรายได้ลดลง YoY ที่ 3.16% เนื่องจากรายได้เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,779.90 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.56% YoY โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 177.42 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและเพิ่มปริมาณสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการขยายสาขาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 395.35 ล้านบาท ลดลง 18.17% YoY โดยหลักมาจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.50% YoY เป็น 1,384.54 ล้านบาท จากกำไรสะสม
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 5.52 ล้านบาท โดยมีเงินสดจ่ายเพื่อสต็อกสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 65.88 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อขยายสาขา และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 117.06 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล บริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้ 450 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
TNP ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้และกำไรเติบโตจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยหนุนกำลังซื้อ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะถูกกดดันจากการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ทำได้ดี ประกอบกับการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ การขยายสาขาที่วางแผนไว้ในอนาคต และนโยบายภาครัฐที่อาจมีต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทต่อไปได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44
ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63
%
กำไรสุทธิ
64.04
ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.94
-119.98%
|
-84.78
+42.20%
|
-59.62
-312.78%
|
28.02
-113.69%
|
-204.70
-214.31%
|
179.08
+41.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.43
-23.98%
|
33.45
+12.47%
|
29.74
-49.81%
|
59.25
-59.23%
|
145.34
-237.76%
|
-105.50
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.02
+104.63%
|
70.87
+83.60%
|
38.60
+71.71%
|
22.48
-36.53%
|
35.42
-169.32%
|
-51.10
+16.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.39
+857.54%
|
19.57
+124.43%
|
8.72
-92.05%
|
109.74
-558.40%
|
-23.94
-206.49%
|
22.48
+43.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|
78.37
+25.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.35
+72.56%
|
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|