บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.90
+0.02 (+0.69%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น
โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ
โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10188 out_tok=2352 at=2026-07-26T09:38:37 -->
TNP กำไรสุทธิ Q2/66 โต 10.5% รับแรงหนุนรายได้จากการขายเพิ่ม – ขยายสาขาต่อเนื่อง
รายได้จากการขาย Q2/66 โต 11.18% YoY หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 10.50% ขณะที่ SSS Growth ยังติดลบเล็กน้อย ฝ่ายจัดการชี้การเปิดสาขาใหม่เป็นปัจจัยหลัก
บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 37.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 11.18% แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) จะยังคงติดลบเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายจำนวน 64.72 ล้านบาท หรือ 11.18% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่ของบริษัท โดยในปีที่ผ่านมาได้เปิดไป 4 สาขา และในครึ่งปีแรกของปี 2566 ได้เปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ทำให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 43 สาขา การขยายสาขาใหม่นี้ช่วยเพิ่มฐานรายได้โดยรวมของบริษัท แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ในไตรมาส 2 ปี 2566 จะยังคงติดลบเล็กน้อยที่ 1.9% ก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงแผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการผลักดันการเติบโตของรายได้ การเปิดสาขาใหม่เป็นปัจจัยที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ SSS Growth ที่ยังติดลบเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นให้กลับมาเป็นบวกได้หรือไม่ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/66 เติบโต 11.18% YoY** แตะ 643.81 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เพิ่มขึ้น 10.50% YoY** อยู่ที่ 37.84 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว** อยู่ที่ 16.96% ใน Q2/66
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย** อยู่ที่ 5.82% ใน Q2/66
* **การเปิดสาขาใหม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก** โดยมีสาขารวม 43 แห่ง
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 83.04% ใน Q2/66
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.23% YoY** จากการขยายสาขาและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 TNP มีรายได้จากการขายรวม 643.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.76% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.42% อยู่ที่ 109.18 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 16.96% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 85.31% YoY เป็น 6.69 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์จำนวน 3.59 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.23% YoY เป็น 68.29 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา ค่าสาธารณูปโภค รวมถึงค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
ต้นทุนทางการเงินใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 37.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.50% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.82%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,265.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.42% YoY และมีกำไรสุทธิ 74.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.82% YoY
## โอกาส
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเปิดสาขาใหม่เป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มฐานรายได้และเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใหม่ๆ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** หากเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและยอดขายของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ติดลบ:** การที่ SSS Growth ยังคงติดลบเล็กน้อย แสดงถึงความท้าทายในการกระตุ้นยอดขายจากสาขาที่มีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตโดยรวมหากไม่สามารถแก้ไขได้
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยที่เพิ่มภาระต้นทุนในการดำเนินงาน โดยเฉพาะสาขาที่มีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth):** จะสามารถกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **แผนการเปิดสาขาใหม่:** จำนวนสาขาที่จะเปิดเพิ่ม และผลตอบรับจากสาขาที่เปิดใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า:** มาตรการของบริษัทในการรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวของบริษัทให้เข้ากับความต้องการและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า
* **ผลประกอบการในไตรมาส 3:** ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน อาจมีผลต่อการเดินทางและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 11.18% YoY เป็น 643.81 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเปิดสาขาใหม่ 1 สาขาในครึ่งปีแรก ทำให้มีสาขารวม 43 แห่ง การเติบโตนี้สะท้อนถึงการขยาย Capacity ของบริษัท
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth):** ยังคงติดลบเล็กน้อยที่ -1.9% ใน Q2/66 ซึ่งบ่งชี้ว่าการเติบโตส่วนใหญ่มาจากการขยายสาขา ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อยู่ที่ 16.96% ลดลงเล็กน้อยจาก 17.39% ในปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรายได้
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 11.23% YoY เป็น 68.29 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายสาขาที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค รวมถึงผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,317.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.45% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 25.24 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 25.59 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 289.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.60% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,028.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.85% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการบันทึกกำไรสะสม 74.10 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 36.00 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TNP ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 10.50% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการขยายสาขาใหม่ที่ช่วยผลักดันรายได้จากการขายให้เติบโต 11.18% แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมจะยังคงติดลบเล็กน้อยก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการขยายสาขาและการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง การเติบโตในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นยอดขายจากสาขาเดิมให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44
ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63
%
กำไรสุทธิ
64.04
ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.94
-119.98%
|
-84.78
+42.20%
|
-59.62
-312.78%
|
28.02
-113.69%
|
-204.70
-214.31%
|
179.08
+41.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.43
-23.98%
|
33.45
+12.47%
|
29.74
-49.81%
|
59.25
-59.23%
|
145.34
-237.76%
|
-105.50
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.02
+104.63%
|
70.87
+83.60%
|
38.60
+71.71%
|
22.48
-36.53%
|
35.42
-169.32%
|
-51.10
+16.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.39
+857.54%
|
19.57
+124.43%
|
8.72
-92.05%
|
109.74
-558.40%
|
-23.94
-206.49%
|
22.48
+43.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|
78.37
+25.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.35
+72.56%
|
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|