บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.90
+0.02 (+0.69%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น
โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ
โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5969 out_tok=2842 at=2026-07-26T09:53:08 -->
TNP กำไร Q3/64 พุ่ง 25.77% รับยอดขายสาขาเดิม-ขยายสาขาหนุน
TNP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรสุทธิเติบโต 25.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายสาขาเดิมที่ปรับตัวดีขึ้นและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตตามไปด้วย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่เพิ่มขึ้น 3.5% และการขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้เติบโตถึง 11.10% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมการบริโภค นอกจากนี้ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ทั้ง 4 สาขาในปี 2563 และอีก 3 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ให้กว้างขึ้น การเติบโตของรายได้นี้ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ (สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง 0.74% ในไตรมาส 3 และ 0.84% ใน 9 เดือน) และการได้รับค่าสนับสนุนการขายจากผู้จำหน่ายจากการเติบโตของยอดขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 16.05% ในไตรมาส 3 และ 28.65% ใน 9 เดือน ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐยังคงมีผลต่อเนื่อง และแผนการขยายสาขาของบริษัทฯ ที่ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ SSS Growth ที่ 3.5% ในไตรมาสนี้ อาจต้องติดตามว่ามาตรการภาครัฐจะส่งผลต่อเนื่องในระดับใด และการแข่งขันในตลาดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตในอนาคตหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 37.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.77% YoY และ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 138.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.59% YoY
* **รายได้จากการขายขยายตัว:** รายได้จากการขายไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 576.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.10% YoY และ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 1,932.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.31% YoY
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ฟื้นตัว:** SSS Growth ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 3.5% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ดีขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.30% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้นจาก 16.56% ในปีก่อน
* **การขยายสาขาต่อเนื่อง:** บริษัทฯ ขยายสาขาเพิ่ม 3 สาขาใน 9 เดือนแรกของปี 2564 ต่อเนื่องจากการขยาย 4 สาขาในปี 2563
* **ต้นทุนการขายต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP มีรายได้จากการขาย 576.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่ 3.5% และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 476.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.12% ทำให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 99.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.05% และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 17.30% สูงขึ้นจาก 16.56% ในปีก่อน
ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 56.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.38% YoY ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายจากการเพิ่มสาขา เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ขณะที่ต้นทุนทางการเงินใกล้เคียงปีก่อน แต่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 32.54% เนื่องจากกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 37.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.77% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 6.51%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,932.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.31% YoY และมีกำไรสุทธิ 138.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.59% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.13%
## โอกาส
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ:** มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนยอดขายของบริษัทฯ
* **การขยายสาขา:** แผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มช่องทางการขายและฐานลูกค้าในระยะยาว
* **การเติบโตของ SSS:** การที่ยอดขายสาขาเดิมกลับมาเติบโตได้ แสดงถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและดึงดูดลูกค้าใหม่
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายให้มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ และการได้รับค่าสนับสนุนจากผู้จำหน่าย เป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขัน:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อยอดขายในอนาคต
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการขยายสาขา อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การพึ่งพิงมาตรการรัฐ:** การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ได้รับผลจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ อาจมีความเสี่ยงหากมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทาง SSS Growth:** การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในไตรมาสถัดไป จะสะท้อนถึงความยั่งยืนของปัจจัยบวกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **แผนการขยายสาขา:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการเปิดสาขาใหม่ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ท่ามกลางการขยายตัวของธุรกิจ
* **ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงหรือการสิ้นสุดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ความสามารถในการรักษาหรือปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นในสภาวะการแข่งขัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของธุรกิจบริการของ TNP ซึ่งเน้นการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านสาขาต่างๆ ฝ่ายจัดการได้รายงานว่ารายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตขึ้น 11.10% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่เพิ่มขึ้น 3.5% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มปริมาณการซื้อขายต่อสาขา
การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโต โดยบริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่ม 3 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ต่อเนื่องจากการขยาย 4 สาขาในปี 2563 การเพิ่มจำนวนสาขาเป็นการเพิ่ม Capacity ในการให้บริการและเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใหม่ๆ
ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) บริษัทฯ สามารถทำได้ดีขึ้น โดย GPM ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 17.30% เพิ่มขึ้นจาก 16.56% ในปีก่อน ปัจจัยที่สนับสนุน GPM ที่สูงขึ้นมาจากการเติบโตของยอดขายผ่านสาขาและการขยายสาขาที่มีอัตรากำไรสูงกว่ารายได้จากการขายส่งของสำนักงานใหญ่ รวมถึงการได้รับค่าสนับสนุนการขายจากผู้จำหน่าย ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ปรับเพิ่มขึ้น 9.38% YoY ซึ่งสอดคล้องกับการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,133.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.80% YoY โดยมีสินทรัพย์ที่สำคัญเพิ่มขึ้นคือ ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ (44.46 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขยายสาขา และสินค้าคงเหลือ (47.89 ล้านบาท) ซึ่งสอดคล้องกับการสต็อกสินค้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่เติบโต
หนี้สินรวมอยู่ที่ 277.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.71% YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการสต็อกสินค้าที่มากขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 856.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.30% YoY ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากกำไรเบ็ดเสร็จรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 ที่ 137.59 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 72.00 ล้านบาท
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดโดยละเอียด แต่การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน (สินค้าคงเหลือ) และสินทรัพย์ถาวร (ที่ดินอาคารและอุปกรณ์) บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อการเติบโตและการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TNP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการขายที่ขับเคลื่อนด้วยยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นตัวและแผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตกว่า 25% YoY แม้ว่าจะมีต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา แต่โอกาสจากการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนการเติบโตในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากการแข่งขันและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44
ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63
%
กำไรสุทธิ
64.04
ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.94
-119.98%
|
-84.78
+42.20%
|
-59.62
-312.78%
|
28.02
-113.69%
|
-204.70
-214.31%
|
179.08
+41.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.43
-23.98%
|
33.45
+12.47%
|
29.74
-49.81%
|
59.25
-59.23%
|
145.34
-237.76%
|
-105.50
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.02
+104.63%
|
70.87
+83.60%
|
38.60
+71.71%
|
22.48
-36.53%
|
35.42
-169.32%
|
-51.10
+16.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.39
+857.54%
|
19.57
+124.43%
|
8.72
-92.05%
|
109.74
-558.40%
|
-23.94
-206.49%
|
22.48
+43.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|
78.37
+25.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.35
+72.56%
|
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|