บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.90
+0.02 (+0.69%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น
โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ
โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4955 out_tok=2069 at=2026-07-26T09:21:57 -->
TNP กำไรสุทธิ Q1/66 โตเล็กน้อย 1.34% รับรายได้จากการขายเพิ่ม 5.70% จากการขยายสาขา
รายได้จากการขายของ TNP ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโต 5.70% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปิดสาขาใหม่ แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) จะหดตัวเล็กน้อย 0.7% เนื่องจากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายสาขาเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่มาจากการขยายสาขาใหม่** ซึ่งสามารถชดเชยยอดขายสาขาเดิมที่ยังทรงตัวได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ติดลบเล็กน้อยที่ -0.7% แต่บริษัทฯ ได้ดำเนินการเปิดสาขาใหม่จำนวน 4 สาขาในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 5.70% เป็น 621.74 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 5.40% เป็น 105.69 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 17.00%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.83% เป็น 63.76 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสาขาใหม่ เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่ชะลอลงกว่ารายได้ โดยมีกำไรสุทธิ 36.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.34%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ ยังคงมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว แม้ว่า SSS Growth จะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่การเพิ่มจำนวนสาขาจะช่วยเพิ่มฐานรายได้และโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q1/66 เพิ่มขึ้น 5.70% YoY** แตะ 621.74 ล้านบาท เป็นผลจากการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขาในปีที่ผ่านมา
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) หดตัว 0.7%** สะท้อนกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5.40% YoY** เป็น 105.69 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 17.00%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.83% YoY** จากการขยายสาขาใหม่
* **กำไรสุทธิ Q1/66 เติบโต 1.34% YoY** เป็น 36.26 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิทรงตัวที่ 5.80%
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.86%** เป็น 1,310.27 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 46.46 ล้านบาท เพื่อรองรับช่วง Q2
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP มีรายได้จากการขาย 621.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปิดสาขาใหม่ แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) จะปรับตัวลดลง 0.7% เนื่องจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขายที่ 516.06 ล้านบาท คิดเป็น 83.00% ของรายได้จากการขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 105.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.40% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 17.00%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.83% เป็น 63.76 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการขยายสาขาใหม่ เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้รวมอยู่ที่ 9.08 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 36.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.34% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.80%
## โอกาส
* **การขยายสาขาใหม่:** เป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มฐานรายได้และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ซึ่งคาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การเพิ่มปริมาณสินค้าคงเหลือ:** การเพิ่มสต็อกสินค้า 46.46 ล้านบาท เป็นการเตรียมพร้อมรองรับความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว:** เป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้โดยรวมหากไม่สามารถชดเชยด้วยการเปิดสาขาใหม่ได้ทัน
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การขยายสาขาใหม่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth):** จะสามารถกลับมาเติบโตเป็นบวกได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **แผนการเปิดสาขาใหม่:** จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ และจะสามารถสร้างรายได้ตามที่คาดหวังได้เพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค TNP ได้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยการเน้นกลยุทธ์การขยายสาขาใหม่เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ แม้ว่ายอดขายต่อสาขาเดิม (SSS Growth) จะยังคงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือเป็นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกเพื่อรองรับช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงขึ้นในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารจัดการสต็อกเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,310.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.86% จากปีก่อน โดยมีรายการสำคัญคือสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 46.46 ล้านบาท เพื่อรองรับการขายในช่วงไตรมาส 2 และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 6.64 ล้านบาทจากการลงทุนขยายสาขา หนี้สินรวมอยู่ที่ 283.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.46% ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,026.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.66% ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
TNP ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายได้จากการขยายสาขาใหม่ แม้ว่ากำลังซื้อจะยังเป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขายสาขาเดิม ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตเล็กน้อย การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม SSS Growth และแผนการขยายสาขาในอนาคตอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44
ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63
%
กำไรสุทธิ
64.04
ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.94
-119.98%
|
-84.78
+42.20%
|
-59.62
-312.78%
|
28.02
-113.69%
|
-204.70
-214.31%
|
179.08
+41.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.43
-23.98%
|
33.45
+12.47%
|
29.74
-49.81%
|
59.25
-59.23%
|
145.34
-237.76%
|
-105.50
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.02
+104.63%
|
70.87
+83.60%
|
38.60
+71.71%
|
22.48
-36.53%
|
35.42
-169.32%
|
-51.10
+16.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.39
+857.54%
|
19.57
+124.43%
|
8.72
-92.05%
|
109.74
-558.40%
|
-23.94
-206.49%
|
22.48
+43.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|
78.37
+25.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.35
+72.56%
|
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|