บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.90
+0.02 (+0.69%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น
โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ
โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5999 out_tok=2121 at=2026-07-27T13:37:53 -->
TNP กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 56% รับยอดขายสาขาเดิมโต-ขยายสาขาต่อเนื่อง
TNP โชว์ผลงาน Q2/64 กำไรสุทธิพุ่ง 56.10% แตะ 43.94 ล้านบาท หลังรายได้จากการขายเติบโต 17.63% โดยได้แรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่ฟื้นตัวและแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth: SSS Growth) ที่เพิ่มขึ้นถึง 8.2% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาส 2/64 เติบโตขึ้น 17.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยที่ทำให้ SSS Growth ปรับตัวดีขึ้น มาจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งช่วยหนุนการบริโภคโดยรวม นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 4 สาขาในปี 2563 และอีก 2 สาขาในครึ่งปีแรกของปี 2564 ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มยอดขายรวมให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องของปัจจัยบวกนี้ ยังคงมีแนวโน้มที่ดี โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐหากยังคงมีอยู่ หรือมีมาตรการใหม่ๆ ออกมา ก็จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภคต่อไป ขณะที่แผนการขยายสาขาของบริษัทฯ ก็ยังคงดำเนินไปตามแผน ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ SSS Growth อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 43.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.10% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายได้จากการขายพุ่ง:** รายได้จากการขายรวม 604.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.63% YoY
* **ยอดขายสาขาเดิมฟื้นตัว:** SSS Growth ในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 8.2%
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อยู่ที่ 17.89% เพิ่มขึ้นจาก 16.16% ในปีก่อน
* **ขยายสาขาต่อเนื่อง:** มีการขยายสาขาเพิ่ม 2 สาขาในครึ่งปีแรกของปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP มีรายได้จากการขายรวม 604.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่ 8.2% และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ซึ่งในครึ่งปีแรกของปี 2564 ได้ขยายสาขาเพิ่ม 2 สาขา
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 82.11% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 30.21% เป็น 108.16 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 17.89% จาก 16.16% ในปีก่อน
ด้านค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.61% เป็น 57.46 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค
ต้นทุนทางการเงินใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นตามกำไรที่สูงขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 43.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 56.10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 7.22%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,356.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.78% YoY และมีกำไรสุทธิ 100.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.09% YoY
## โอกาส
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ:** มาตรการของภาครัฐในการกระตุ้นการใช้จ่ายมีส่วนช่วยหนุนยอดขาย
* **การขยายสาขา:** แผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มฐานรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเติบโตของ SSS Growth:** การฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิมบ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและการตอบรับของลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าเช่า ค่าแรง อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม SSS Growth:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในไตรมาสถัดไป
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** การติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการของภาครัฐที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อ
* **แผนการขยายสาขา:** ความคืบหน้าและการเปิดสาขาใหม่ตามแผนที่วางไว้
* **อัตราเงินเฟ้อและต้นทุน:** การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 17.63% YoY โดยมี SSS Growth ที่ 8.2% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการตอบรับของลูกค้าต่อสินค้าและบริการ
* **จำนวนสาขา:** บริษัทฯ มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขายในระยะยาว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 17.89% จาก 16.16% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายผ่านสาขาที่ขยายตัว และการได้รับค่าสนับสนุนการขายจากผู้จำหน่าย ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 11.61% YoY สอดคล้องกับการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรองรับการเติบโต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,156.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.02% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ สินค้าคงเหลือ (51.09 ล้านบาท) และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (31.53 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการขยายสาขา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 298.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.29% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 858.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.58% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากกำไรเบ็ดเสร็จรวม และลดลงจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
TNP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 56.10% จากการที่รายได้จากการขายเติบโต 17.63% เป็นผลจากการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่ 8.2% และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนการขยายสาขา แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44
ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63
%
กำไรสุทธิ
64.04
ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.94
-119.98%
|
-84.78
+42.20%
|
-59.62
-312.78%
|
28.02
-113.69%
|
-204.70
-214.31%
|
179.08
+41.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.43
-23.98%
|
33.45
+12.47%
|
29.74
-49.81%
|
59.25
-59.23%
|
145.34
-237.76%
|
-105.50
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.02
+104.63%
|
70.87
+83.60%
|
38.60
+71.71%
|
22.48
-36.53%
|
35.42
-169.32%
|
-51.10
+16.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.39
+857.54%
|
19.57
+124.43%
|
8.72
-92.05%
|
109.74
-558.40%
|
-23.94
-206.49%
|
22.48
+43.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|
78.37
+25.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.35
+72.56%
|
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|