บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.90
+0.02 (+0.69%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น
โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ
โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5041 out_tok=2537 at=2026-07-26T09:33:53 -->
# TNP กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 43.5% รับยอดขายโต-บริหารต้นทุนดี
## รายได้-กำไรโตตามการขยายสาขาและ SSS Growth ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนสินค้าต่อเนื่อง
บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 192.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.50% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเติบโต 19.42% เป็นผลจากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 43.50% มาอยู่ที่ 192.10 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 19.42% เป็น 2,622.54 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่เติบโตถึง 9.1% ในปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มปริมาณการซื้อต่อครั้ง นอกจากนี้ การขยายสาขาอีก 6 แห่งในปี 2564 ยังช่วยเสริมการเติบโตของรายได้โดยรวมให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2. **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายกลับลดลงจาก 83.67% ในปีก่อน เหลือ 82.86% ในปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 16.33% เป็น 17.14% ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ดี
การเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้นตามกำไรที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเพิ่มรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า ซึ่งหากสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้ จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีอย่างต่อเนื่อง
* **แนวโน้ม SSS Growth:** แม้เอกสารจะไม่ได้ให้ Guidance สำหรับปีถัดไป แต่การเติบโตของ SSS Growth ในปี 2564 บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการตอบรับของลูกค้า ซึ่งหากสถานการณ์เศรษฐกิจเอื้ออำนวย มีโอกาสที่ SSS Growth จะยังคงเป็นบวก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 43.50%** แตะระดับ 192.10 ล้านบาท จาก 133.86 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายปี 2564 เพิ่มขึ้น 19.42%** เป็น 2,622.54 ล้านบาท
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) เติบโต 9.1%** ในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 16.33% เป็น 17.14%
* **ขยายสาขาใหม่ 6 แห่ง** ในปี 2564 หนุนการเติบโตของรายได้
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 15.21%** เป็น 1,189.31 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายสาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,622.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 426.41 ล้านบาท หรือ 19.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐในช่วงต้นปี และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) เพิ่มขึ้น 9.1%
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18.26% เป็น 2,172.96 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 83.67% เป็น 82.86% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 25.34% เป็น 449.58 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 17.14% ซึ่งดีขึ้นจาก 16.33% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.83% เป็น 226.66 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค
ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 2.15 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 52.18% เป็น 44.46 ล้านบาท เนื่องจากกำไรที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 192.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.23 ล้านบาท หรือ 43.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 6.06% เป็น 7.28%
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มฐานลูกค้าและรายได้ในระยะยาว
* **การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth):** การที่ SSS Growth ยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการแข่งขันในตลาด
* **การบริหารต้นทุนสินค้า:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้เติบโตต่อไปได้
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
* **ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้น หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา อาจกดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางการขยายสาขา:** จำนวนสาขาใหม่ที่จะเปิดในปี 2565 และทำเลที่ตั้ง
* **อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth):** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของ SSS Growth
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนสินค้าและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
* **ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** การเติบโตของรายได้จากการขาย 19.42% เป็นผลมาจากทั้งการขยายสาขาและการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่ 9.1% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของลูกค้าต่อสินค้าและบริการของบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นของจำนวนบิลต่อเดือนต่อสาขา และยอดซื้อต่อบิล เป็นปัจจัยขับเคลื่อน SSS Growth
**อัตรากำไรขั้นต้น:** การปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจาก 16.33% เป็น 17.14% เป็นจุดเด่นสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
**ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การเพิ่มขึ้น 9.83% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา เช่น การจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,189.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักๆ คือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนเพื่อการขยายสาขา ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเล็กน้อย และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับสาขาที่ขยายตัว
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15.74% เป็น 279.76 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 15.05% เป็น 909.55 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรเบ็ดเสร็จรวมของปี 2564 ที่ 190.96 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 72.00 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TNP โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 43.50% เป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เติบโต 19.42% จากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและภาวะเศรษฐกิจ แต่การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต ซึ่งนักลงทุนควรจับตาการเติบโตของ SSS Growth และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44
ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44
ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63
%
กำไรสุทธิ
64.04
ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.94
-119.98%
|
-84.78
+42.20%
|
-59.62
-312.78%
|
28.02
-113.69%
|
-204.70
-214.31%
|
179.08
+41.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.43
-23.98%
|
33.45
+12.47%
|
29.74
-49.81%
|
59.25
-59.23%
|
145.34
-237.76%
|
-105.50
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.02
+104.63%
|
70.87
+83.60%
|
38.60
+71.71%
|
22.48
-36.53%
|
35.42
-169.32%
|
-51.10
+16.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.39
+857.54%
|
19.57
+124.43%
|
8.72
-92.05%
|
109.74
-558.40%
|
-23.94
-206.49%
|
22.48
+43.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|
78.37
+25.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.35
+72.56%
|
130.01
+19.90%
|
108.43
+66.89%
|
64.97
-53.83%
|
140.73
+39.54%
|
100.85
+28.68%
|