TNP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNP
บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)
MAI · พาณิชย์
2.70
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กําไรที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 25.77 โดยมีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.51 ภาพรวมการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัว เพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้น โดยรายได้เพิ่มร้อยละ 11.10 เกิดจากยอดขายสาขาเดิม เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนจากมาตรการของภาครัฐ โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ บริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายสาขา จํานวน 4 สาขา และในงวด 9 เดือนของ ปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มจํานวน 3 สาขา

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5041 out_tok=2537 at=2026-07-26T09:33:53 --> # TNP กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 43.5% รับยอดขายโต-บริหารต้นทุนดี ## รายได้-กำไรโตตามการขยายสาขาและ SSS Growth ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนสินค้าต่อเนื่อง บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 192.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.50% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเติบโต 19.42% เป็นผลจากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 43.50% มาอยู่ที่ 192.10 ล้านบาท **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 19.42% เป็น 2,622.54 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่เติบโตถึง 9.1% ในปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มปริมาณการซื้อต่อครั้ง นอกจากนี้ การขยายสาขาอีก 6 แห่งในปี 2564 ยังช่วยเสริมการเติบโตของรายได้โดยรวมให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2. **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายกลับลดลงจาก 83.67% ในปีก่อน เหลือ 82.86% ในปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 16.33% เป็น 17.14% ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ดี การเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้นตามกำไรที่เพิ่มขึ้นก็ตาม **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเพิ่มรายได้ในระยะยาว * **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า ซึ่งหากสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้ จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีอย่างต่อเนื่อง * **แนวโน้ม SSS Growth:** แม้เอกสารจะไม่ได้ให้ Guidance สำหรับปีถัดไป แต่การเติบโตของ SSS Growth ในปี 2564 บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการตอบรับของลูกค้า ซึ่งหากสถานการณ์เศรษฐกิจเอื้ออำนวย มีโอกาสที่ SSS Growth จะยังคงเป็นบวก ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 43.50%** แตะระดับ 192.10 ล้านบาท จาก 133.86 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายปี 2564 เพิ่มขึ้น 19.42%** เป็น 2,622.54 ล้านบาท * **ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) เติบโต 9.1%** ในปี 2564 * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 16.33% เป็น 17.14% * **ขยายสาขาใหม่ 6 แห่ง** ในปี 2564 หนุนการเติบโตของรายได้ * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 15.21%** เป็น 1,189.31 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายสาขา ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2564 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,622.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 426.41 ล้านบาท หรือ 19.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐในช่วงต้นปี และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) เพิ่มขึ้น 9.1% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18.26% เป็น 2,172.96 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 83.67% เป็น 82.86% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 25.34% เป็น 449.58 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 17.14% ซึ่งดีขึ้นจาก 16.33% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.83% เป็น 226.66 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 2.15 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 52.18% เป็น 44.46 ล้านบาท เนื่องจากกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 192.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.23 ล้านบาท หรือ 43.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 6.06% เป็น 7.28% ## โอกาส * **การขยายสาขา:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มฐานลูกค้าและรายได้ในระยะยาว * **การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth):** การที่ SSS Growth ยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการแข่งขันในตลาด * **การบริหารต้นทุนสินค้า:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้เติบโตต่อไปได้ ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร * **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย * **ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้น หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา อาจกดดันอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางการขยายสาขา:** จำนวนสาขาใหม่ที่จะเปิดในปี 2565 และทำเลที่ตั้ง * **อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth):** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของ SSS Growth * **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนสินค้าและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น * **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา * **ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้จากการขาย:** การเติบโตของรายได้จากการขาย 19.42% เป็นผลมาจากทั้งการขยายสาขาและการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS Growth) ที่ 9.1% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของลูกค้าต่อสินค้าและบริการของบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นของจำนวนบิลต่อเดือนต่อสาขา และยอดซื้อต่อบิล เป็นปัจจัยขับเคลื่อน SSS Growth **อัตรากำไรขั้นต้น:** การปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจาก 16.33% เป็น 17.14% เป็นจุดเด่นสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การเพิ่มขึ้น 9.83% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา เช่น การจ้างพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในระยะยาว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,189.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักๆ คือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนเพื่อการขยายสาขา ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเล็กน้อย และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับสาขาที่ขยายตัว หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15.74% เป็น 279.76 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 15.05% เป็น 909.55 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรเบ็ดเสร็จรวมของปี 2564 ที่ 190.96 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 72.00 ล้านบาท ## สรุปท้าย TNP โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 43.50% เป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เติบโต 19.42% จากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและภาวะเศรษฐกิจ แต่การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต ซึ่งนักลงทุนควรจับตาการเติบโตของ SSS Growth และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
898.44 ล้านบาท
↑ 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น
158.44 ล้านบาท
↑ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.63 %
กำไรสุทธิ
64.04 ล้านบาท
↑ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.13 %
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
898
↑ + 21.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
158
↑ + 18.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
64
↑ + 25.8% YoY
D/E Ratio
0.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
898.44
+21.28%
740.81
+5.33%
703.35
+8.28%
649.59
-6.40%
694.01
+10.48%
628.18
+17.05%
กำไรขั้นต้น —
158.44
+18.78%
133.39
+11.89%
119.22
+6.81%
111.61
-6.88%
119.85
+17.05%
102.39
+19.13%
ค่าใช้จ่ายรวม —
82.03
+7.20%
76.52
+16.66%
65.59
+3.03%
63.66
+10.56%
57.58
+11.30%
51.73
+4.29%
กำไรสุทธิ —
64.04
+25.83%
50.90
+6.62%
47.74
+13.86%
41.93
-21.45%
53.38
+20.96%
44.13
+36.30%
กำไรต่อหุ้น —
0.08
+25.00%
0.06
+6.67%
0.06
+15.38%
0.05
-22.39%
0.07
+21.82%
0.06
+37.50%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
17.63
-2.11%
18.01
+6.25%
16.95
-1.34%
17.18
-0.52%
17.27
+5.95%
16.30
+1.75%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.13
-11.62%
10.33
+10.72%
9.33
-4.80%
9.80
+18.07%
8.30
+0.73%
8.24
-10.82%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
7.13
+3.78%
6.87
+1.18%
6.79
+5.27%
6.45
-16.12%
7.69
+9.39%
7.03
+16.58%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
16.87
+3.37%
16.32
+8.58%
15.03
-4.15%
15.68
-30.62%
22.60
+26.19%
17.91
+6.73%
ROA(%) —
15.83
+0.89%
15.69
+6.95%
14.67
-4.05%
15.29
-28.85%
21.49
+24.22%
17.30
+6.72%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.36
+16.13%
0.31
+3.33%
0.30
+15.38%
0.26
-16.13%
0.31
0.31
P/E —
10.75
-25.30%
14.39
-8.40%
15.71
-21.21%
19.94
-14.01%
23.19
+4.74%
22.14
-4.20%
P/BV —
1.70
-25.76%
2.29
+0.44%
2.28
-32.34%
3.37
-31.92%
4.95
+36.74%
3.62
+38.17%
BV —
1.58
+10.49%
1.43
+10.85%
1.29
+8.40%
1.19
+11.21%
1.07
+15.05%
0.93
+10.71%
YIELD(%) —
3.54
+36.68%
2.59
-4.78%
2.72
+8.80%
2.50
+89.39%
1.32
-10.81%
1.48
-6.92%
ราคาหุ้น —
2.68
-18.29%
3.28
+11.56%
2.94
-26.50%
4.00
-24.53%
5.30
+56.80%
3.38
+53.64%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
16.87
ROA (%)
15.83
Book Value/หุ้น
1.73

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
752.38
+24.30%
605.28
+12.86%
536.32
+19.73%
447.92
-1.66%
455.47
+20.42%
378.23
+8.87%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,055.70
+9.79%
961.58
+10.48%
870.33
+8.57%
801.59
+9.23%
733.84
+12.20%
654.06
+25.31%
รวมสินทรัพย์ —
1,808.08
+15.39%
1,566.86
+11.39%
1,406.65
+12.58%
1,249.51
+5.06%
1,189.31
+15.21%
1,032.29
+18.74%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
373.47
+31.81%
283.34
+18.48%
239.15
+28.96%
185.45
-8.49%
202.66
+17.06%
173.13
+8.88%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
109.66
+23.03%
89.14
+0.56%
88.64
+20.60%
73.50
-4.66%
77.10
+12.42%
68.58
+1,101.89%
รวมหนี้สิน —
483.13
+29.71%
372.48
+13.63%
327.80
+26.58%
258.96
-7.44%
279.76
+15.74%
241.71
+46.75%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,324.95
+10.93%
1,194.39
+10.71%
1,078.85
+8.91%
990.56
+8.91%
909.54
+15.05%
790.58
+12.19%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.87
16.32
15.03
15.68
22.60
17.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
15.83
15.69
14.67
15.29
21.49
17.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.01
2.14
2.24
2.42
2.25
2.18
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.70
0.56
0.59
0.45
0.79
0.68
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
3.89
3.79
0.00
0.00
2.54
3.09
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
67.73
65.01
0.00
0.00
46.67
50.58
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
36.19
34.12
0.00
0.00
28.01
30.17
วงจรเงินสด —
35.43
34.67
0.00
0.00
21.20
23.51
D/E —
0.36
0.31
0.30
0.26
0.31
0.31
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
16.94
-119.98%
-84.78
+42.20%
-59.62
-312.78%
28.02
-113.69%
-204.70
-214.31%
179.08
+41.67%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
25.43
-23.98%
33.45
+12.47%
29.74
-49.81%
59.25
-59.23%
145.34
-237.76%
-105.50
+58.12%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
145.02
+104.63%
70.87
+83.60%
38.60
+71.71%
22.48
-36.53%
35.42
-169.32%
-51.10
+16.14%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
187.39
+857.54%
19.57
+124.43%
8.72
-92.05%
109.74
-558.40%
-23.94
-206.49%
22.48
+43.37%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
130.01
+19.90%
108.43
+66.89%
64.97
-53.83%
140.73
+39.54%
100.85
+28.68%
78.37
+25.03%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
224.35
+72.56%
130.01
+19.90%
108.43
+66.89%
64.97
-53.83%
140.73
+39.54%
100.85
+28.68%