บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.84
0.02 (0.70%)
สรุปสั้น
ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดย ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์รวมต่อวันของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 53,192 ล้านบาทเป็น 68,607 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.98
ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทลดลง จากร้อยละ 1.35 เป็น ร้อยละ 1.05
รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 151.04 ล้าน บาทในปี 2562 เป็น 236.08 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.30 เป็นผลจากปริมาณการซื้อ ขายของลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อวันของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จํานวน 428,369 สัญญาเป็น 492,362 สัญญา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11670 out_tok=3001 at=2026-07-26T10:02:34 -->
# TNITY พลิกขาดทุน Q3/2566 รับผลกระทบตลาดผันผวน-ตั้งสำรองหนี้
## รายได้รวมทรุด 87% จับตาการตั้งสำรองหนี้และการฟื้นตัวของตลาดหลักทรัพย์
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 74.16 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 36.59 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 87.62% สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์และผลกระทบจากการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายบริหารชี้แจงถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน และแนวโน้มที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TNITY ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **1) การลดลงอย่างมากของรายได้จากการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์** โดยเฉพาะรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่หดตัวตามปริมาณการซื้อขายในตลาดที่ลดลง และ **2) การบันทึกผลขาดทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่สูงขึ้น** รวมถึงการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะจากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์สองรายที่ประสบปัญหาหลักประกันลดลงอย่างรวดเร็ว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ลดลง:** ปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงตั้งแต่ต้นปี 2566 จากกรณีหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 27.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 41.93% และรายได้ค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ลดลง 67.27% นอกจากนี้ รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ก็ลดลง 13.87% ตามปริมาณเงินให้กู้ยืมที่ลดลง
* **ผลขาดทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** ตลาดหลักทรัพย์มีความผันผวนสูง โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ลดลงถึง 100 จุดระหว่างไตรมาส ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุนถึง 96.73 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 4.25 ล้านบาท
* **การตั้งสำรองหนี้:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 232.18 ล้านบาท จากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์สองรายที่หลักประกันลดลงอย่างรวดเร็วจนไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดหลักทรัพย์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นครั้งคราวและขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น ความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ และเหตุการณ์เฉพาะของลูกหนี้รายใหญ่ อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองหนี้จำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นต่อไปจนกว่าจะสามารถติดตามหนี้ได้สำเร็จ หรือมีการปรับปรุงการตั้งสำรองที่เหมาะสม นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการฟื้นตัวของปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อรายได้จากการดำเนินงานในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 74.16 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 36.59 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้รวมลดลง 87.62%:** เหลือเพียง 25.95 ล้านบาท จาก 209.68 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์หดตัว 38.25%:** จากปริมาณการซื้อขายตลาดที่ลดลง
* **ขาดทุนเงินลงทุน 96.73 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 4.25 ล้านบาทในปีก่อน จากความผันผวนของตลาด
* **ตั้งสำรองหนี้ 232.18 ล้านบาท:** จากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ 2 ราย ประสบปัญหาหลักประกัน
* **ความเห็นผู้สอบบัญชีอย่างมีเงื่อนไข:** เกี่ยวกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตสำหรับลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ 479 ล้านบาท ที่ผิดนัดชำระจากรายการซื้อหุ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัทและบริษัทย่อยขาดทุนสุทธิ 74.16 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 36.59 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 คิดเป็นการลดลง 302.68% รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 87.62% มาอยู่ที่ 25.95 ล้านบาท จาก 209.68 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ลดลง 38.25% การขาดทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุน 96.73 ล้านบาท เทียบกับกำไร 4.25 ล้านบาทในปีก่อน และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 232.18 ล้านบาท
**งวด 9 เดือน ปี 2566:** บริษัทและบริษัทย่อยขาดทุนสุทธิ 336.53 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 120.20 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการลดลง 379.98% รายได้รวมลดลง 68.52% มาอยู่ที่ 200.37 ล้านบาท จาก 636.42 ล้านบาท โดยรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ลดลง 34.49% และมีขาดทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม 213.38 ล้านบาท เทียบกับกำไร 28.48 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดหลักทรัพย์:** หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา และปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
* **การติดตามหนี้:** ความสำเร็จในการติดตามหนี้จากลูกหนี้ที่มีปัญหา อาจช่วยลดผลกระทบจากการตั้งสำรองหนี้ในอนาคต
* **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ:** ฝ่ายบริหารอาจมีแผนปรับกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ๆ ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** ตลาดหลักทรัพย์ยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และผลตอบแทนจากเงินลงทุน
* **ความไม่แน่นอนของคดีความ:** ความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ 479 ล้านบาท และการได้รับชดใช้ความเสียหายยังคงมีความไม่แน่นอน
* **การตั้งสำรองหนี้:** การตั้งสำรองหนี้จำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น และอาจต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น
* **ความเห็นผู้สอบบัญชี:** ความเห็นอย่างมีเงื่อนไขของผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ อาจสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของคดีความ:** การดำเนินการทางกฎหมายและการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ 479 ล้านบาท
* **การปรับปรุงการตั้งสำรองหนี้:** การประเมินมูลค่าหลักประกันและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้ที่มีปัญหา
* **ปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์:** แนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน และการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักลงทุน
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจ PICO Finance:** ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทร่วมทุนเข้าไปลงทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์:** รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 41.93% เป็น 31.54 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายที่ลดลงของลูกค้ารายย่อย รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 67.27% เป็น 11.97 ล้านบาท จากการลดลงของค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ลดลง 13.87% เป็น 39.99 ล้านบาท
**ผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** ขาดทุน 96.73 ล้านบาท จากความผันผวนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลง 100 จุดในไตรมาส
**รายได้ดอกเบี้ย:** ลดลง 21.58% เป็น 20.61 ล้านบาท จากเงินให้กู้ยืมระยะสั้นอื่นที่ลดลง
**ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน:** 4.51 ล้านบาท จากธุรกิจ PICO Finance ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ
**ค่าใช้จ่าย:** ลดลง 28.53% เป็น 118.26 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานลดลง 60.02% ตามผลการดำเนินงาน ค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายลดลง 22.10% ตามปริมาณการซื้อขาย แต่ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 67.15% จากการย้ายสำนักงานใหญ่ และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.66% จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น
**ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์:** ลดลงเหลือ 3,220.78 ล้านบาท โดยมีการตั้งสำรองหนี้ 232.18 ล้านบาทจากลูกหนี้ 2 รายที่หลักประกันลดลงอย่างรวดเร็ว ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์อื่น 629.24 ล้านบาท รวมลูกหนี้ผิดนัดชำระ 479 ล้านบาทที่อยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย
**เงินลงทุน:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,106.08 ล้านบาท โดยเงินลงทุนชั่วคราวลดลง แต่เงินลงทุนระยะยาวและเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้าเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ลดลงมาอยู่ที่ 6,048.38 ล้านบาท จาก 7,238.25 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลงเป็นหลัก
**หนี้สินรวม:** ลดลงมาอยู่ที่ 4,644.27 ล้านบาท จาก 5,235.24 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีเงินกู้ยืมรวมลดลง
**ส่วนของเจ้าของ:** ลดลงมาอยู่ที่ 1,404.11 ล้านบาท จาก 1,739.69 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็นผลจากขาดทุนสุทธิสำหรับงวด
**อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 2.79 เท่า จาก 2.75 เท่า ณ สิ้นปี 2565
**อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE):** ติดลบ 18.87% ต่อปี ลดลงจาก 8.37% ต่อปีในปีก่อน
## สรุปท้าย
TNITY เผชิญกับผลประกอบการที่พลิกขาดทุนในไตรมาส 3 ปี 2566 อันเป็นผลมาจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์และผลตอบแทนจากเงินลงทุน รวมถึงการตั้งสำรองหนี้จำนวนมากจากลูกหนี้ที่มีปัญหา แม้ว่าจะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดทุน แต่ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของคดีความและการบริหารจัดการหนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNITY ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
124.42
ล้านบาท
↓ 39% YoY
กำไรขั้นต้น
127.68
ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.62
%
กำไรสุทธิ
-57.76
ล้านบาท
↑ 146.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-46.43
%
D/E Ratio
2.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124
↓ -39%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
128
↓ -37.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-58
↑ + 146.3%
YoY
D/E Ratio
2.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNITY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.06
ROE (%)
-5.93
ROA (%)
0.18
Book Value/หุ้น
6.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNITY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-215
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNITY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-215.03
+72.66%
|
-124.54
-197.75%
|
127.41
-288.00%
|
-67.77
-113.28%
|
510.36
-280.63%
|
-282.55
+105.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.04
-99.94%
|
70.32
-17.32%
|
85.05
+699.34%
|
10.64
-127.05%
|
-39.34
+10.63%
|
-35.56
-74.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.52
+165.07%
|
34.15
+166.59%
|
12.81
-92.75%
|
176.59
-143.04%
|
-410.29
-226.69%
|
323.85
+12.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-124.49
+520.28%
|
-20.07
-108.91%
|
225.28
+88.58%
|
119.46
+96.71%
|
60.73
+959.86%
|
5.73
-53.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|
62.22
+24.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.85
+30.83%
|
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|