บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.84
0.02 (0.70%)
สรุปสั้น
ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดย ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์รวมต่อวันของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 53,192 ล้านบาทเป็น 68,607 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.98
ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทลดลง จากร้อยละ 1.35 เป็น ร้อยละ 1.05
รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 151.04 ล้าน บาทในปี 2562 เป็น 236.08 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.30 เป็นผลจากปริมาณการซื้อ ขายของลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อวันของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จํานวน 428,369 สัญญาเป็น 492,362 สัญญา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7150 out_tok=2806 at=2026-07-26T09:11:23 -->
# TNITY กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัว 36.5% รับผลกระทบตลาดผันผวน-ขาดทุนสินทรัพย์ดิจิทัล
## รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ทรงตัว แต่กำไรสุทธิลดลงจากผลตอบแทนเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายพิเศษ
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 26.85 ล้านบาท ลดลง 36.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 14.15% แต่รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ยังเติบโตเล็กน้อย โดยปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรมาจากผลตอบแทนเงินลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการบันทึกขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัล
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TNITY ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 36.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลตอบแทนจากเงินลงทุน** และ **การบันทึกขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัล** ซึ่งหักล้างกับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์บางส่วน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลตอบแทนจากเงินลงทุนลดลง:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีขาดทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม 1.10 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 40.17 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของตลาด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรของบริษัท
* **ขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัล:** ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 72.54% เป็น 20.36 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน 7.31 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรุนแรงในระหว่างไตรมาส
* **รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ทรงตัว:** แม้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวมของตลาดจะลดลง 21.39% แต่รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ของ TNITY กลับเพิ่มขึ้น 5.73% เป็น 145.54 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 77% จากการจัดจำหน่าย และรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 36.57% จากการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืม อย่างไรก็ตาม รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 24.18% ตามปริมาณการซื้อขายที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม:
* **ผลตอบแทนเงินลงทุน:** ความผันผวนของตลาดเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดเดาได้ยาก การฟื้นตัวของตลาดอาจส่งผลดีต่อผลตอบแทนเงินลงทุนในอนาคต แต่ยังไม่สามารถประเมินความต่อเนื่องได้ชัดเจน
* **ขาดทุนสินทรัพย์ดิจิทัล:** การขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นรายการพิเศษที่เกิดจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากบริษัทไม่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม หรือสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น รายการนี้อาจไม่ส่งผลกระทบในลักษณะเดียวกันอีก
* **รายได้ดอกเบี้ย:** การเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์มีแนวโน้มจะส่งผลดีต่อรายได้ดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง หากปริมาณการให้กู้ยืมยังคงอยู่ในระดับสูง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 36.53% YoY** อยู่ที่ 26.85 ล้านบาท จาก 42.30 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2565 ลดลง 14.15% YoY** อยู่ที่ 192.67 ล้านบาท จาก 224.42 ล้านบาท
* **รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 5.73% YoY** เป็น 145.54 ล้านบาท หนุนโดยรายได้ค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายและดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์
* **ขาดทุนจากเงินลงทุน 1.10 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 40.17 ล้านบาทในปีก่อน เป็นปัจจัยกดดันกำไรหลัก
* **บันทึกขาดทุนสินทรัพย์ดิจิทัล 7.31 ล้านบาท** ในหมวดค่าใช้จ่ายอื่น
* **ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานลดลง 23.19%** จากการปรับลดตามผลการดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 192.67 ล้านบาท ลดลง 14.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 224.42 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 26.85 ล้านบาท ลดลง 36.53% เมื่อเทียบกับ 42.30 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 426.74 ล้านบาท ลดลง 9.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 469.79 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 83.62 ล้านบาท ลดลง 23.28% เมื่อเทียบกับ 109.00 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจัดจำหน่าย:** แสดงถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาและจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
* **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเพื่อการลงทุน และอาจเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงหากปริมาณการให้กู้ยืมยังคงเพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ:** อาจบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลดีต่อปริมาณการซื้อขายในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์โควิด-19 ในจีน ส่งผลให้ตลาดผันผวนต่อเนื่อง กดดันปริมาณการซื้อขายและผลตอบแทนเงินลงทุน
* **ความเสี่ยงจากสินทรัพย์ดิจิทัล:** การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในลักษณะรายการพิเศษได้
* **การเพิ่มขึ้นของอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อัตราหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นจาก 2.68 เท่า เป็น 3.11 เท่า สะท้อนการพึ่งพาเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนทางการเงินและภาระดอกเบี้ย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์:** การฟื้นตัวของปริมาณการซื้อขายจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้า
* **ทิศทางผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** ความผันผวนของตลาดจะส่งผลต่อกำไรจากการลงทุนของบริษัท
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงสินทรัพย์ดิจิทัล:** การควบคุมความเสียหายจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายและดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม:** ปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญในระยะสั้นถึงกลาง
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การควบคุมภาระดอกเบี้ยจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** ไม่ได้ระบุข้อมูล NIM โดยตรง แต่รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 36.57% YoY เป็น 42.65 ล้านบาทใน Q2/2565 และเพิ่มขึ้น 47.08% YTD เป็น 85.28 ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของสินเชื่อ Margin
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 77% YoY เป็น 33.86 ล้านบาทใน Q2/2565 และเพิ่มขึ้น 33.09% YTD เป็น 50.11 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากค่าธรรมเนียมจัดจำหน่าย
* **NPL/Coverage/Credit Cost:** ไม่ได้ระบุ NPL หรือ Coverage Ratio โดยตรง แต่ระบุว่าลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 4,044.72 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกหนี้ที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต 3,597.62 ล้านบาท, ลูกหนี้ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 447.10 ล้านบาท (มีหลักประกัน) และลูกหนี้ที่มีการด้อยค่า 62 ล้านบาท (ตั้งสำรองแล้ว)
* **สัดส่วนสินเชื่อ/เงินฝาก/CASA:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเงินฝากหรือ CASA โดยตรง แต่ระบุว่าเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 3,265.37 ล้านบาท (สิ้นปี 2564) เป็น 3,738.36 ล้านบาท (ณ 30 มิ.ย. 2565)
* **CAR/Basel:** ไม่ได้ระบุข้อมูล CAR หรือ Basel
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** ดังกล่าวข้างต้น รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ขาดทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล 7.31 ล้านบาท ถือเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,864.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 ที่ 6,412.18 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 4,044.72 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น) และเงินลงทุน 1,129.69 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,184.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 ที่ 4,656.34 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมรวมเพิ่มขึ้นเป็น 4,391.17 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2.68 เท่า เป็น 3.11 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1,755.85 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1,680.47 ล้านบาท ณ 30 มิถุนายน 2565 เป็นผลจากกำไรสุทธิ 83.62 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 160.80 ล้านบาท ทำให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลงจาก 13.00% เป็น 9.73% ต่อปี
## สรุปท้าย
TNITY เผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของตลาดทุนและรายการขาดทุนพิเศษจากสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจหลักทรัพย์จะยังคงเติบโตได้จากรายได้ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการติดตามแนวโน้มตลาดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNITY ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
124.42
ล้านบาท
↓ 39% YoY
กำไรขั้นต้น
127.68
ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.62
%
กำไรสุทธิ
-57.76
ล้านบาท
↑ 146.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-46.43
%
D/E Ratio
2.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124
↓ -39%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
128
↓ -37.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-58
↑ + 146.3%
YoY
D/E Ratio
2.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNITY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.06
ROE (%)
-5.93
ROA (%)
0.18
Book Value/หุ้น
6.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNITY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-215
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNITY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-215.03
+72.66%
|
-124.54
-197.75%
|
127.41
-288.00%
|
-67.77
-113.28%
|
510.36
-280.63%
|
-282.55
+105.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.04
-99.94%
|
70.32
-17.32%
|
85.05
+699.34%
|
10.64
-127.05%
|
-39.34
+10.63%
|
-35.56
-74.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.52
+165.07%
|
34.15
+166.59%
|
12.81
-92.75%
|
176.59
-143.04%
|
-410.29
-226.69%
|
323.85
+12.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-124.49
+520.28%
|
-20.07
-108.91%
|
225.28
+88.58%
|
119.46
+96.71%
|
60.73
+959.86%
|
5.73
-53.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|
62.22
+24.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.85
+30.83%
|
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|