บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.84
0.02 (0.70%)
สรุปสั้น
ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดย ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์รวมต่อวันของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 53,192 ล้านบาทเป็น 68,607 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.98
ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทลดลง จากร้อยละ 1.35 เป็น ร้อยละ 1.05
รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 151.04 ล้าน บาทในปี 2562 เป็น 236.08 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.30 เป็นผลจากปริมาณการซื้อ ขายของลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อวันของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จํานวน 428,369 สัญญาเป็น 492,362 สัญญา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8462 out_tok=2947 at=2026-07-26T09:52:51 -->
# TNITY กำไร Q3/2564 พุ่ง 1,652% รับปริมาณซื้อขายตลาดคึกคัก
## รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์โตเท่าตัว ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 64.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,652% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเพียง 3.70 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 104% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่เติบโตตามปริมาณการซื้อขายในตลาดที่คึกคักขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TNITY ในไตรมาส 3 ปี 2564 พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 99.43% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 โดยเฉพาะรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 108.33% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 138.51% ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 1,652%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์เป็นผลโดยตรงจาก **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวมของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีความผันผวนสูง ทำให้มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจาก 56,139 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 เป็น 92,912 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 หรือเพิ่มขึ้น 65.50% นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนช่วยสนับสนุนรายได้รวมให้เติบโตตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยตลาด** ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากความผันผวนของตลาดที่เกิดจากปัจจัยภายนอกอย่างโควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องได้หากสถานการณ์ยังคงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ Guidance ที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาว แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายของกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่อาจส่งผลดีต่อรายได้ค่านายหน้าในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 เติบโต 1,652% YoY** จาก 3.70 ล้านบาท เป็น 64.74 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2564 เพิ่มขึ้น 104% YoY** จาก 125.18 ล้านบาท เป็น 255.26 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 99.43% YoY** เป็น 175.14 ล้านบาท หนุนโดยค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 108.33%
* **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน Q3/2564 เพิ่มขึ้น 65.50% YoY** เป็น 92,912 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 2,547% YoY** จากขาดทุน 7.10 ล้านบาท เป็นกำไร 173.74 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/2564 เพิ่มขึ้น** เป็น 6,249.86 ล้านบาท จาก 5,043.36 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 3,258.95 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY มีผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิ 64.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,652% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเพียง 3.70 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 104% เป็น 255.26 ล้านบาท จาก 125.18 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 173.74 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 7.10 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเติบโตถึง 2,547% โดยรายได้รวมสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 107% เป็น 725.05 ล้านบาท จาก 350.56 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น:** สถานการณ์ตลาดที่มีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์มีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง
* **การเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** การเติบโตของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) สะท้อนถึงความต้องการลงทุนของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นรายได้ดอกเบี้ยที่สำคัญของบริษัท
* **งานที่ปรึกษาด้านการนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียน:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าที่ปรึกษาจากการนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บ่งชี้ถึงกิจกรรมในตลาดทุนที่คึกคัก และโอกาสในการรับงานที่ปรึกษาเพิ่มเติม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** ตลาดหลักทรัพย์ยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยต่างๆ เช่น สถานการณ์โควิด-19 และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายและผลตอบแทนจากเงินลงทุน
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากรายได้ไม่สามารถเติบโตได้ทัน
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** แม้ว่าส่วนใหญ่ของลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์จะไม่มีการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังมีส่วนที่เป็นลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นและลูกหนี้ที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งต้องมีการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์:** ติดตามว่าปริมาณการซื้อขายจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ และปัจจัยใดที่จะส่งผลกระทบ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายทางการเงิน เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิต และการตั้งสำรองที่เหมาะสม
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** ประเมินโอกาสในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาและบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
* **ผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** ติดตามผลการดำเนินงานของพอร์ตเงินลงทุน ซึ่งมีผลต่อกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 TNITY แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์** ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 108.33% เป็นผลโดยตรงจากการที่ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 65.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความคึกคักของตลาดทุนในช่วงเวลาดังกล่าว
นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการยังเติบโตได้ดีถึง 138.51% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งบ่งชี้ถึงกิจกรรมการระดมทุนในตลาดที่มีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ก็ปรับเพิ่มขึ้น 61.63% ตามการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทก็ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น 50.23% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการเพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานโดยรวม และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 67.87% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 173.74 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญคือ **การกลับมามีกำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม 113.89 ล้านบาท** ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนถึง 56.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์หลังจากที่เคยปรับลดลงอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี 2563
## ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 6,249.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่ 5,043.36 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือ เงินลงทุน 930.85 ล้านบาท, ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 3,258.95 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 2,404.69 ล้านบาท) และเงินให้กู้ยืมอื่น 1,357.36 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 1,081.51 ล้านบาท)
หนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 4,565.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่ 3,446.18 ล้านบาท โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 3,561.57 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,684.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่ 1,597.18 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของทุนชำระแล้วและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำไรสุทธิสำหรับงวด อย่างไรก็ตาม มีการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2563 และระหว่างกาลสำหรับปี 2564 รวม 160.80 ล้านบาท บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 14.12% ต่อปี เพิ่มขึ้นจากติดลบ 0.60% ในปีก่อน
## สรุปท้าย
TNITY โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 1,652% จากการเติบโตของรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากปริมาณการซื้อขายในตลาดที่คึกคักขึ้นอย่างมาก แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะปรับเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน แต่การฟื้นตัวของผลตอบแทนจากเงินลงทุนและการบริหารจัดการรายได้ที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของตลาดทุนและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNITY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
124.42
ล้านบาท
↓ 39% YoY
กำไรขั้นต้น
127.68
ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.62
%
กำไรสุทธิ
-57.76
ล้านบาท
↑ 146.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-46.43
%
D/E Ratio
2.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124
↓ -39%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
128
↓ -37.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-58
↑ + 146.3%
YoY
D/E Ratio
2.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNITY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.06
ROE (%)
-5.93
ROA (%)
0.18
Book Value/หุ้น
6.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNITY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-215
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNITY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-215.03
+72.66%
|
-124.54
-197.75%
|
127.41
-288.00%
|
-67.77
-113.28%
|
510.36
-280.63%
|
-282.55
+105.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.04
-99.94%
|
70.32
-17.32%
|
85.05
+699.34%
|
10.64
-127.05%
|
-39.34
+10.63%
|
-35.56
-74.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.52
+165.07%
|
34.15
+166.59%
|
12.81
-92.75%
|
176.59
-143.04%
|
-410.29
-226.69%
|
323.85
+12.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-124.49
+520.28%
|
-20.07
-108.91%
|
225.28
+88.58%
|
119.46
+96.71%
|
60.73
+959.86%
|
5.73
-53.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|
62.22
+24.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.85
+30.83%
|
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|