บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.84
0.02 (0.70%)
สรุปสั้น
ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดย ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์รวมต่อวันของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 53,192 ล้านบาทเป็น 68,607 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.98
ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทลดลง จากร้อยละ 1.35 เป็น ร้อยละ 1.05
รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 151.04 ล้าน บาทในปี 2562 เป็น 236.08 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.30 เป็นผลจากปริมาณการซื้อ ขายของลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อวันของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จํานวน 428,369 สัญญาเป็น 492,362 สัญญา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6222 out_tok=2715 at=2026-07-26T09:49:13 -->
# TNITY กำไร Q1/2565 ลดลง 14.89% รับผลกระทบความผันผวนตลาด-ต้นทุนการเงินสูงขึ้น
## รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ทรงตัว แต่กำไรสุทธิหดตัว เหตุผลหลักจากผลตอบแทนเงินลงทุนลดลง และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 56.77 ล้านบาท ลดลง 14.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จะเติบโต แต่ปัจจัยลบจากความผันผวนของตลาดส่งผลให้ผลตอบแทนเงินลงทุนลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น กดดันกำไรสุทธิโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TNITY ในไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลง 14.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การลดลงของกำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุน** เป็นสำคัญ แม้ว่ารายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จะเติบโตได้ดี แต่ผลกระทบจากความผันผวนของตลาดส่งผลให้ส่วนนี้หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการกู้ยืมที่สูงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ความผันผวนของตลาดที่เกิดจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการล็อกดาวน์ในจีน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ **กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม** ซึ่งลดลงจาก 68.67 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 25.34 ล้านบาทในปีนี้ คิดเป็นการลดลงกว่า 63% ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการ **เพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม** เพื่อใช้ในการชำระราคา, เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ และเงินให้กู้ยืมอื่นๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจาก 17.34 ล้านบาท เป็น 26.18 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 50.98%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์ความผันผวนของตลาดและผลตอบแทนเงินลงทุนมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ หากบริษัทมีการกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจตามที่ระบุไว้ในงบดุลที่แสดงการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะถัดไป จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ตลาดและแผนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของบริษัทอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 14.89% YoY:** อยู่ที่ 56.77 ล้านบาท จาก 66.70 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 4.6% YoY:** อยู่ที่ 234.07 ล้านบาท จาก 245.37 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์เติบโต 14.12% YoY:** มาจากค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 5.01% และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 60.25%
* **กำไรจากเงินลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 68.67 ล้านบาท เหลือ 25.34 ล้านบาท (-63%)
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 50.98%:** จาก 17.34 ล้านบาท เป็น 26.18 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 15.86% YoY:** อยู่ที่ 7,428.96 ล้านบาท จาก 6,412.18 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 20.53% YoY:** อยู่ที่ 5,612.40 ล้านบาท จาก 4,656.34 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 56.77 ล้านบาท ลดลง 14.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 66.70 ล้านบาท รายได้รวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 234.07 ล้านบาท ลดลง 4.6% จาก 245.37 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุน แม้ว่ารายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จะเติบโตได้ดีก็ตาม ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่มีค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์:** ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการปรับตัวขึ้น 2.27% ในไตรมาส 1 และปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ค่านายหน้า
* **การเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจากส่วนนี้เติบโตสูงถึง 60.25% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้บริการของลูกค้า
* **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติ:** นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในตลาดและโอกาสในการทำธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาด:** สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีน สร้างความผันผวนให้กับตลาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลตอบแทนจากเงินลงทุน
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น กดดันอัตรากำไรของบริษัท
* **การลดลงของสัดส่วนนักลงทุนรายย่อย:** สัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการซื้อขายโดยรวมในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความผันผวนของตลาด:** ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกที่จะส่งผลต่อความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์
* **ผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จับตาแผนการบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักลงทุน:** สังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนประเภทต่างๆ
* **การเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์:** ติดตามแนวโน้มปริมาณการซื้อขายและรายได้ค่านายหน้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 TNITY มีรายได้รวม 234.07 ล้านบาท ลดลง 4.6% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ:
* **รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์:** เติบโต 14.12% YoY เป็น 155.05 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจาก:
* **รายได้ค่านายหน้า:** เพิ่มขึ้น 5.01% YoY เป็น 93.61 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายของลูกค้ารายย่อยที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 60.25% YoY เป็น 45.19 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์
* **กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 63% YoY จาก 68.67 ล้านบาท เหลือ 25.34 ล้านบาท เนื่องจากความผันผวนของตลาด
ในด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 163.04 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีรายการที่เปลี่ยนแปลงคือ:
* **ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน:** ลดลง 8.69% YoY เป็น 97.71 ล้านบาท ตามผลการดำเนินงานโดยรวม
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 50.98% YoY เป็น 26.18 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม
ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 14.89% YoY อยู่ที่ 56.77 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 TNITY มีสินทรัพย์รวม 7,428.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.86% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการสำคัญคือ เงินลงทุน 1,143.13 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น), ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 4,296.13 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น) และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นอื่น 1,398.76 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น)
ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 4,296.13 ล้านบาท ประกอบด้วยลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ 3,752.19 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาตรฐานแล้ว
เงินลงทุนรวม 1,143.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยเป็นเงินลงทุนชั่วคราว 888.64 ล้านบาท และเงินลงทุนระยะยาว 230.79 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,612.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.53% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมรวมเป็น 4,562.79 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2.17 เท่า เป็น 2.51 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,816.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 12.71% ต่อปี ลดลงจาก 15.91% ต่อปีในปีก่อน
## สรุปท้าย
TNITY ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากความผันผวนของตลาดที่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนเงินลงทุน และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าธุรกิจหลักทรัพย์จะยังคงเติบโตได้ดีจากปริมาณการซื้อขายและสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยลบดังกล่าวได้บั่นทอนกำไรสุทธิให้ลดลง 14.89% YoY การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและการควบคุมต้นทุนทางการเงินจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต ขณะที่การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์และหนี้สินสะท้อนถึงการขยายธุรกิจที่ต้องติดตามผลตอบแทนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNITY ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
124.42
ล้านบาท
↓ 39% YoY
กำไรขั้นต้น
127.68
ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.62
%
กำไรสุทธิ
-57.76
ล้านบาท
↑ 146.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-46.43
%
D/E Ratio
2.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124
↓ -39%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
128
↓ -37.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-58
↑ + 146.3%
YoY
D/E Ratio
2.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNITY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.06
ROE (%)
-5.93
ROA (%)
0.18
Book Value/หุ้น
6.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNITY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-215
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNITY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-215.03
+72.66%
|
-124.54
-197.75%
|
127.41
-288.00%
|
-67.77
-113.28%
|
510.36
-280.63%
|
-282.55
+105.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.04
-99.94%
|
70.32
-17.32%
|
85.05
+699.34%
|
10.64
-127.05%
|
-39.34
+10.63%
|
-35.56
-74.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
90.52
+165.07%
|
34.15
+166.59%
|
12.81
-92.75%
|
176.59
-143.04%
|
-410.29
-226.69%
|
323.85
+12.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-124.49
+520.28%
|
-20.07
-108.91%
|
225.28
+88.58%
|
119.46
+96.71%
|
60.73
+959.86%
|
5.73
-53.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|
62.22
+24.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.85
+30.83%
|
46.51
-45.04%
|
84.63
-52.66%
|
178.78
+59.21%
|
112.29
+65.25%
|
67.95
+9.21%
|