TNITY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNITY
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.84
0.02 (0.70%)

สรุปสั้น

ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดย ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์รวมต่อวันของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 53,192 ล้านบาทเป็น 68,607 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.98 ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทลดลง จากร้อยละ 1.35 เป็น ร้อยละ 1.05 รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 151.04 ล้าน บาทในปี 2562 เป็น 236.08 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.30 เป็นผลจากปริมาณการซื้อ ขายของลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อวันของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จํานวน 428,369 สัญญาเป็น 492,362 สัญญา

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8562 out_tok=3579 at=2026-07-27T13:37:30 --> # TNITY กำไร Q2/2564 ดิ่ง 55% สวนทางปริมาณซื้อขายตลาดคึกคัก ## รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ฟื้นตัว แต่ค่าใช้จ่ายพุ่งฉุดกำไรสุทธิ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 42.29 ล้านบาท ลดลง 55.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 94.75 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะใกล้เคียงเดิมที่ 224.42 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามผลการดำเนินงาน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TNITY ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 55.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของค่าใช้จ่ายรวม** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งแม้ว่ารายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จะเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า **ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน** เพิ่มขึ้น 72.86% เป็น 110.64 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการเพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์ที่เห็นได้จากรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 38.38% เป็น 85.89 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินก็เพิ่มขึ้น 57.88% เป็น 20.81 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อการชำระราคาและการให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ในขณะเดียวกัน **รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์** โดยรวมเพิ่มขึ้น 37.90% เป็น 137.66 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์, ค่าธรรมเนียมและบริการ (โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายและตัวแทนขายหน่วยลงทุน) และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 96.41% อย่างไรก็ตาม **กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุน** กลับลดลงอย่างมากจาก 92.74 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 40.17 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลต่อภาพรวมกำไร ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากกำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่ลดลง เนื่องจากปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงโควิด-19 และมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกำไรจากเงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเพียงครั้งคราว ส่วน **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานโดยรวมนั้น มีแนวโน้มที่จะ **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** หากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับสูงและธุรกิจหลักทรัพย์ยังคงเติบโตต่อไป ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจยังคงอยู่ในระดับสูง แต่หากปริมาณการซื้อขายลดลง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็มีโอกาสปรับลดลงตามไปด้วย ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิไตรมาส 2/2564 ลดลง 55.37% YoY** อยู่ที่ 42.29 ล้านบาท จาก 94.75 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมใกล้เคียงเดิม** อยู่ที่ 224.42 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 226.76 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์เติบโตโดดเด่น 37.90%** เป็น 137.66 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น 40.31% * **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 55.87%** เป็น 170.93 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น 72.86% * **กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 92.74 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 40.17 ล้านบาทในปีนี้ * **งวด 6 เดือนแรกปี 2564 พลิกมีกำไรสุทธิ 109.00 ล้านบาท** จากขาดทุนสุทธิ 10.80 ล้านบาทในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 224.42 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 226.76 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 37.90% เป็น 137.66 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวมของตลาดที่สูงขึ้นถึง 40.31% ประกอบกับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 61.30% และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 96.41% อย่างไรก็ตาม กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวมลดลงอย่างมากจาก 92.74 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 40.17 ล้านบาทในปีนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 55.37% มาอยู่ที่ 42.29 ล้านบาท เมื่อพิจารณางวดหกเดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 108% เป็น 469.79 ล้านบาท จาก 225.37 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 22.15% เป็น 273.51 ล้านบาท และที่สำคัญคือการพลิกจากขาดทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม 71.35 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม 108.83 ล้านบาทในปีนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2564 พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 109.00 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 10.80 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท * **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** การเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายและค่าธรรมเนียมตัวแทนขายหน่วยลงทุน บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย * **การเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** การเติบโตของดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ สะท้อนถึงความต้องการใช้บริการดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ฯ:** แม้ปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุน รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือรายได้ไม่เติบโตตามทัน * **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** แม้จะมีการตั้งสำรองตามมาตรฐาน แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต และลูกหนี้ที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ และส่งผลต่อรายได้ค่านายหน้าอย่างไร * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายทางการเงิน จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้หรือไม่ * **ผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้มากน้อยเพียงใดในไตรมาสถัดไป * **การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต:** การติดตามคุณภาพของลูกหนี้ และการตั้งสำรองที่เพียงพอต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น * **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตที่สูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) ในไตรมาส 2 ปี 2564 TNITY ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่หลากหลาย โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่ส่งผลต่อความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้กลับส่งผลดีต่อปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น 40.31% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักให้ **รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์** ของ TNITY เติบโตขึ้นถึง 37.90% โดยเฉพาะ **รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์** ที่เพิ่มขึ้น 38.38% จากปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้น นอกจากนี้ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** ยังเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 61.30% ซึ่งมาจากค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายและค่าธรรมเนียมตัวแทนขายหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนหรือผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่นๆ ขณะที่ **รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์** เพิ่มขึ้นถึง 96.41% บ่งชี้ถึงการขยายตัวของสินเชื่อเพื่อการซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สำคัญคือ **กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุน** ที่ลดลงอย่างมากจาก 92.74 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 40.17 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรจำนวนมากในปีก่อนเกิดจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ลดลงอย่างรุนแรงและมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกำไรจากการลงทุนที่สูงผิดปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยครั้งคราว ในด้าน **ค่าใช้จ่าย** บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 55.87% เป็น 170.93 ล้านบาท โดยมี **ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน** เพิ่มขึ้นถึง 72.86% เป็น 110.64 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการเพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน** ก็เพิ่มขึ้น 57.88% เป็น 20.81 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ผลลัพธ์โดยรวมคือ แม้รายได้จากธุรกิจหลักจะเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่ลดลง ทำให้ **กำไรสุทธิ** ในไตรมาส 2 ปี 2564 ลดลง 55.37% มาอยู่ที่ 42.29 ล้านบาท สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2564 บริษัทพลิกกลับมามี **กำไรสุทธิ** 109.00 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 10.80 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทมีกำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม 108.83 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนขาดทุน 71.35 ล้านบาท ประกอบกับการเติบโตของรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมี **สินทรัพย์รวม** 6,123.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่ 5,043.36 ล้านบาท โดยรายการสำคัญที่เพิ่มขึ้นคือ **เงินลงทุน** เพิ่มขึ้นเป็น 1,010.13 ล้านบาท, **ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า** เพิ่มขึ้นเป็น 3,079.51 ล้านบาท (โดยเฉพาะเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,825.20 ล้านบาท) และ **เงินให้กู้ยืมอื่น** เพิ่มขึ้นเป็น 1,337.88 ล้านบาท **หนี้สินรวม** เพิ่มขึ้นเป็น 4,446.84 ล้านบาท จาก 3,446.18 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจาก **เงินกู้ยืมรวม** ที่เพิ่มขึ้นเป็น 3,635.41 ล้านบาท และ **เจ้าหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า** ที่เพิ่มขึ้นเป็น 449.51 ล้านบาท **ส่วนของเจ้าของ** เพิ่มขึ้นเป็น 1,676.86 ล้านบาท จาก 1,597.18 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของทุนชำระแล้วจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ (TNITY-W1 และ ESOP) และกำไรสุทธิสำหรับงวด อย่างไรก็ตาม มีผลขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยและผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น บริษัทมี **อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของ (ROE)** อยู่ที่ 13.32% ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก -1.36% ต่อปีในงวดเดียวกันของปีก่อน ## สรุปท้าย TNITY ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 55.37% แม้ว่ารายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จะเติบโตได้ดีจากการปริมาณการซื้อขายที่คึกคักของตลาดหลักทรัพย์ฯ และการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ อย่างไรก็ตาม การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในงวดหกเดือนแรกของปี 2564 จากการฟื้นตัวของผลตอบแทนจากเงินลงทุน เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามความเสี่ยงด้านเครดิตจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNITY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
124.42 ล้านบาท
↓ 39% YoY
กำไรขั้นต้น
127.68 ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.62 %
กำไรสุทธิ
-57.76 ล้านบาท
↑ 146.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-46.43 %
D/E Ratio
2.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124
↓ -39% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
128
↓ -37.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-58
↑ + 146.3% YoY
D/E Ratio
2.06

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNITY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
124.42
-38.99%
203.94
+98.90%
102.53
-46.92%
193.15
-29.85%
275.34
-24.56%
365.01
+25.33%
กำไรขั้นต้น
127.68
-37.78%
205.20
+66.50%
123.24
-18.83%
151.84
-26.47%
206.51
+37.20%
150.52
-31.49%
ค่าใช้จ่ายรวม
96.77
-19.44%
120.11
+113.98%
56.13
-5.58%
59.45
-58.00%
141.56
-12.22%
161.27
+10.66%
กำไรสุทธิ
-57.76
-146.29%
-23.45
-39.03%
-16.87
-128.99%
58.20
+158.60%
-99.30
-172.19%
137.55
+102.77%
กำไรต่อหุ้น
-0.27
-146.79%
-0.11
-37.97%
-0.08
-129.15%
0.27
+158.53%
-0.46
-172.12%
0.64
+103.16%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
102.62
+1.99%
100.62
-16.29%
120.20
+52.91%
78.61
+4.81%
75.00
+81.86%
41.24
-45.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
77.77
+32.04%
58.90
+7.58%
54.75
+77.88%
30.78
-40.13%
51.41
+16.36%
44.18
-11.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-46.43
-303.74%
-11.50
+30.09%
-16.45
-154.60%
30.13
+183.56%
-36.06
-195.70%
37.68
+61.79%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%)
-5.93
-14,925.00%
0.04
+100.18%
-22.61
-321.45%
10.21
-31.57%
14.92
+81.51%
8.22
+1,326.87%
ROA(%)
0.18
-92.74%
2.48
+152.43%
-4.73
-196.33%
4.91
-28.32%
6.85
+49.89%
4.57
+113.55%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.06
-11.59%
2.33
-21.55%
2.97
-6.01%
3.16
+19.25%
2.65
+22.69%
2.16
-19.70%
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-1,410.62%
7.63
+23.06%
6.20
-52.45%
13.04
-25.01%
P/BV
0.32
-52.24%
0.67
+9.84%
0.61
-31.46%
0.89
-22.61%
1.15
+98.28%
0.58
+13.73%
BV
6.32
-2.32%
6.47
-1.22%
6.55
-16.35%
7.83
-0.38%
7.86
+9.47%
7.18
-5.65%
YIELD(%)
0.00
0.00
-100.00%
4.38
-69.35%
14.29
+157.01%
5.56
-47.70%
10.63
+29.95%
ราคาหุ้น
2.02
-53.24%
4.32
+8.00%
4.00
-42.86%
7.00
-22.22%
9.00
+117.39%
4.14
+6.15%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.06
ROE (%)
-5.93
ROA (%)
0.18
Book Value/หุ้น
6.08

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNITY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,238.60
-8.40%
3,547.29
-23.07%
4,610.77
-31.30%
6,711.02
+14.11%
5,880.98
+30.18%
4,517.46
+21.65%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
732.74
-30.23%
1,050.29
+17.17%
896.38
+70.01%
527.24
-0.75%
531.21
+1.01%
525.90
-23.79%
รวมสินทรัพย์
3,971.34
-13.40%
4,597.58
-16.52%
5,507.15
-23.92%
7,238.25
+12.88%
6,412.19
+27.14%
5,043.36
+14.53%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,493.44
-16.32%
2,991.59
-15.31%
3,532.30
-23.88%
4,640.60
+19.47%
3,884.38
+36.83%
2,838.87
+14.44%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
178.95
-20.98%
226.47
-61.52%
588.59
-31.40%
857.96
+11.14%
771.96
+27.11%
607.31
+76.77%
รวมหนี้สิน
2,672.39
-16.65%
3,218.06
-21.91%
4,120.90
-25.06%
5,498.57
+18.09%
4,656.34
+35.12%
3,446.18
+22.02%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,298.95
-5.84%
1,379.52
-0.49%
1,386.25
-20.32%
1,739.69
-0.92%
1,755.85
+9.93%
1,597.18
+1.12%
D/E
2.06
2.33
2.97
3.16
2.65
2.16
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-5.93
0.04
-22.61
10.21
14.92
8.22
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.18
2.48
-4.73
4.91
6.85
4.57
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
1.59
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-215
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNITY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-215.03
+72.66%
-124.54
-197.75%
127.41
-288.00%
-67.77
-113.28%
510.36
-280.63%
-282.55
+105.54%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.04
-99.94%
70.32
-17.32%
85.05
+699.34%
10.64
-127.05%
-39.34
+10.63%
-35.56
-74.27%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
90.52
+165.07%
34.15
+166.59%
12.81
-92.75%
176.59
-143.04%
-410.29
-226.69%
323.85
+12.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-124.49
+520.28%
-20.07
-108.91%
225.28
+88.58%
119.46
+96.71%
60.73
+959.86%
5.73
-53.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
46.51
-45.04%
84.63
-52.66%
178.78
+59.21%
112.29
+65.25%
67.95
+9.21%
62.22
+24.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
60.85
+30.83%
46.51
-45.04%
84.63
-52.66%
178.78
+59.21%
112.29
+65.25%
67.95
+9.21%