TNITY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNITY
บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.32
0.02 (0.85%)

สรุปสั้น

ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดย ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์รวมต่อวันของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 53,192 ล้านบาทเป็น 68,607 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.98 ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทลดลง จากร้อยละ 1.35 เป็น ร้อยละ 1.05 รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 151.04 ล้าน บาทในปี 2562 เป็น 236.08 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.30 เป็นผลจากปริมาณการซื้อ ขายของลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อวันของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จํานวน 428,369 สัญญาเป็น 492,362 สัญญา

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16715 out_tok=2825 at=2026-07-26T09:38:17 --> # TNITY พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 ส่อกระทบจากตั้งสำรองหนี้สูญ 232 ลบ. ## ผลประกอบการ Q2/66 ทรุดหนัก หลังตั้งสำรองหนี้สูญก้อนใหญ่ เผชิญความผันผวนตลาดหุ้น บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 239.18 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 26.85 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 232.18 ล้านบาท จากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์สองรายที่ประสบปัญหาหลักประกันลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาพรวมตลาดหุ้นที่ยังคงผันผวนส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TNITY พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) จำนวน 232.18 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์สองรายที่ประสบปัญหาหลักประกันลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับ **รายได้รวมที่ลดลงอย่างมากถึง 59.55%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การตั้งสำรอง ECL จำนวนมากเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดหลักทรัพย์ คือ การที่หลักประกันของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์สองรายถูกบังคับขายและราคาลดลงถึง 30% ต่อวัน เป็นเวลา 5 วันทำการติดต่อกัน ทำให้มูลค่าหลักประกันไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ ซึ่งฝ่ายบริหารได้บันทึกผลขาดทุนดังกล่าวเพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ รายได้รวมที่ลดลงอย่างมากมีสาเหตุหลักมาจาก **รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ลดลง 57.85%** โดยเฉพาะรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง 57.85% เนื่องจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวมของตลาดและของลูกค้ารายย่อยลดลงอย่างมาก รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 63.47% จากการลดลงของค่าธรรมเนียมจัดจำหน่าย แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์จะเพิ่มขึ้น 8.55% จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้หลักที่ลดลงได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การตั้งสำรอง ECL จำนวน 232.18 ล้านบาท เป็นผลจากเหตุการณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2566 ซึ่งฝ่ายบริหารระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และกำลังอยู่ระหว่างการติดตามการชำระหนี้จากลูกค้าเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ปัญหาลูกหนี้ MORE มูลค่า 479 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม และการที่ผู้บริหารเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่รายการดังกล่าวจะตกเป็นโมฆะและได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากทรัพย์สินที่ศาลอายัดไว้ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ลดลงนั้น เป็นผลจากภาพรวมตลาดที่ผันผวนและปริมาณการซื้อขายที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องหากภาวะตลาดไม่ดีขึ้น ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 239.18 ล้านบาทใน Q2/66** พลิกจากกำไร 26.85 ล้านบาทใน Q2/65 * **ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) 232.18 ล้านบาท** จากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ 2 ราย * **รายได้รวมลดลง 59.55%** เหลือ 77.93 ล้านบาท โดยรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ลดลง 57.85% * **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันลดลง 35.66%** ใน Q2/66 * **ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์อื่น (MORE) 479 ล้านบาท** อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม ศาลมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่า 4,470.87 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทและบริษัทย่อยมี **ขาดทุนสุทธิ 239.18 ล้านบาท** ในไตรมาส 2 ปี 2566 เทียบกับ **กำไรสุทธิ 26.85 ล้านบาท** ในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการลดลงถึง 990.80% สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 บริษัทขาดทุนสุทธิ 262.37 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 83.61 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการลดลง 413.80% รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 77.93 ล้านบาท ลดลง 59.55% จาก 192.67 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ที่ลดลง 57.85% เป็นผลจากปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างมาก และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 63.47% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 8.55% จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 132.91% เป็น 377.73 ล้านบาท จาก 162.18 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานลดลง 11.16% และค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายลดลง 51.73% แต่มี **ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 232.18 ล้านบาท** และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 33.96% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดหลักทรัพย์:** หากภาวะตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีขึ้น นักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่น และปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และรายได้ค่าธรรมเนียม * **การติดตามการชำระหนี้:** ความสำเร็จในการติดตามการชำระหนี้จากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่ผิดนัดชำระ จะช่วยลดผลกระทบจาก ECL ที่ตั้งไว้ * **การดำเนินคดีลูกหนี้ MORE:** หากกระบวนการยุติธรรมเป็นไปตามที่ฝ่ายบริหารคาดหวัง และสามารถเรียกคืนเงินได้เต็มจำนวน จะช่วยลดผลกระทบจากลูกหนี้รายดังกล่าว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของตลาดทุน:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายในประเทศ อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนต่อเนื่อง กดดันปริมาณการซื้อขายและรายได้ของบริษัท * **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ อาจเกิดขึ้นอีกหากภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย หรือลูกหนี้ประสบปัญหาทางการเงิน * **ความไม่แน่นอนทางกฎหมาย:** คดีความที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ MORE ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจใช้เวลานานและผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน * **ความเห็นของผู้สอบบัญชี:** ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขต่อรายการลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ MORE ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การตั้งสำรอง ECL ในไตรมาสถัดไป:** จะมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมหรือไม่ และมีปัจจัยใดเป็นสาเหตุ * **ความคืบหน้าคดี MORE:** การดำเนินคดีและการอายัดทรัพย์สินจะมีความคืบหน้าอย่างไร และมีโอกาสได้รับชดใช้ความเสียหายหรือไม่ * **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์:** แนวโน้มปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดและของบริษัท จะฟื้นตัวหรือลดลงต่อเนื่อง * **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** การปรับตัวของรายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ * **อัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงตามปริมาณการซื้อขายที่หดตัวลงอย่างมากในตลาด * **รายได้ดอกเบี้ย:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่ปรับสูงขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย * **ผลตอบแทนจากเงินลงทุน:** ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากความผันผวนของตลาดหุ้นที่ดัชนีปรับลดลง * **ค่าใช้จ่าย:** มีค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ก้อนใหญ่จากการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ * **ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์:** มีการตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากลูกหนี้ 2 ราย และยังมีประเด็นลูกหนี้ MORE ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ลดลงจาก 7,238.25 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 5,761.35 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/66 โดยมีลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลงจาก 4,523.39 ล้านบาท เป็น 3,411.30 ล้านบาท * **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 5,498.57 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 4,283.83 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/66 โดยเงินกู้ยืมรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 1,739.69 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1,477.52 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/66 เป็นผลจากขาดทุนสุทธิ * **อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 2.75 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 2.44 เท่า ณ สิ้น Q2/66 * **อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE):** ติดลบที่ -32.62% ต่อปี ## สรุปท้าย TNITY เผชิญผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยพลิกขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ จากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก้อนใหญ่ ประกอบกับรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างมากตามภาวะตลาดที่ผันผวน แม้ว่าจะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดและกระบวนการติดตามหนี้ แต่ความเสี่ยงด้านเครดิตและความไม่แน่นอนทางกฎหมายยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNITY ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
124.42 ล้านบาท
↓ 39% YoY
กำไรขั้นต้น
127.68 ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.62 %
กำไรสุทธิ
-57.76 ล้านบาท
↑ 146.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-46.43 %
D/E Ratio
2.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124
↓ -39% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
128
↓ -37.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-58
↑ + 146.3% YoY
D/E Ratio
2.06

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNITY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
124.42
-38.99%
203.94
+98.90%
102.53
-46.92%
193.15
-29.85%
275.34
-24.56%
365.01
+25.33%
กำไรขั้นต้น —
127.68
-37.78%
205.20
+66.50%
123.24
-18.83%
151.84
-26.47%
206.51
+37.20%
150.52
-31.49%
ค่าใช้จ่ายรวม —
96.77
-19.44%
120.11
+113.98%
56.13
-5.58%
59.45
-58.00%
141.56
-12.22%
161.27
+10.66%
กำไรสุทธิ —
-57.76
-146.29%
-23.45
-39.03%
-16.87
-128.99%
58.20
+158.60%
-99.30
-172.19%
137.55
+102.77%
กำไรต่อหุ้น —
-0.27
-146.79%
-0.11
-37.97%
-0.08
-129.15%
0.27
+158.53%
-0.46
-172.12%
0.64
+103.16%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
102.62
+1.99%
100.62
-16.29%
120.20
+52.91%
78.61
+4.81%
75.00
+81.86%
41.24
-45.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
77.77
+32.04%
58.90
+7.58%
54.75
+77.88%
30.78
-40.13%
51.41
+16.36%
44.18
-11.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-46.43
-303.74%
-11.50
+30.09%
-16.45
-154.60%
30.13
+183.56%
-36.06
-195.70%
37.68
+61.79%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%) —
-5.93
-14,925.00%
0.04
+100.18%
-22.61
-321.45%
10.21
-31.57%
14.92
+81.51%
8.22
+1,326.87%
ROA(%) —
0.18
-92.74%
2.48
+152.43%
-4.73
-196.33%
4.91
-28.32%
6.85
+49.89%
4.57
+113.55%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.06
-11.59%
2.33
-21.55%
2.97
-6.01%
3.16
+19.25%
2.65
+22.69%
2.16
-19.70%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-1,410.62%
7.63
+23.06%
6.20
-52.45%
13.04
-25.01%
P/BV —
0.32
-52.24%
0.67
+9.84%
0.61
-31.46%
0.89
-22.61%
1.15
+98.28%
0.58
+13.73%
BV —
6.32
-2.32%
6.47
-1.22%
6.55
-16.35%
7.83
-0.38%
7.86
+9.47%
7.18
-5.65%
YIELD(%) —
0.00
0.00
-100.00%
4.38
-69.35%
14.29
+157.01%
5.56
-47.70%
10.63
+29.95%
ราคาหุ้น —
2.02
-53.24%
4.32
+8.00%
4.00
-42.86%
7.00
-22.22%
9.00
+117.39%
4.14
+6.15%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.06
ROE (%)
-5.93
ROA (%)
0.18
Book Value/หุ้น
6.06

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNITY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
3,238.60
-8.40%
3,547.29
-23.07%
4,610.77
-31.30%
6,711.02
+14.11%
5,880.98
+30.18%
4,517.46
+21.65%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
732.74
-30.23%
1,050.29
+17.17%
896.38
+70.01%
527.24
-0.75%
531.21
+1.01%
525.90
-23.79%
รวมสินทรัพย์ —
3,971.34
-13.40%
4,597.58
-16.52%
5,507.15
-23.92%
7,238.25
+12.88%
6,412.19
+27.14%
5,043.36
+14.53%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,493.44
-16.32%
2,991.59
-15.31%
3,532.30
-23.88%
4,640.60
+19.47%
3,884.38
+36.83%
2,838.87
+14.44%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
178.95
-20.98%
226.47
-61.52%
588.59
-31.40%
857.96
+11.14%
771.96
+27.11%
607.31
+76.77%
รวมหนี้สิน —
2,672.39
-16.65%
3,218.06
-21.91%
4,120.90
-25.06%
5,498.57
+18.09%
4,656.34
+35.12%
3,446.18
+22.02%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,298.95
-5.84%
1,379.52
-0.49%
1,386.25
-20.32%
1,739.69
-0.92%
1,755.85
+9.93%
1,597.18
+1.12%
D/E —
2.06
2.33
2.97
3.16
2.65
2.16
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-5.93
0.04
-22.61
10.21
14.92
8.22
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.18
2.48
-4.73
4.91
6.85
4.57
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
1.59
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-215
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNITY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-215.03
+72.66%
-124.54
-197.75%
127.41
-288.00%
-67.77
-113.28%
510.36
-280.63%
-282.55
+105.54%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.04
-99.94%
70.32
-17.32%
85.05
+699.34%
10.64
-127.05%
-39.34
+10.63%
-35.56
-74.27%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
90.52
+165.07%
34.15
+166.59%
12.81
-92.75%
176.59
-143.04%
-410.29
-226.69%
323.85
+12.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-124.49
+520.28%
-20.07
-108.91%
225.28
+88.58%
119.46
+96.71%
60.73
+959.86%
5.73
-53.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
46.51
-45.04%
84.63
-52.66%
178.78
+59.21%
112.29
+65.25%
67.95
+9.21%
62.22
+24.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
60.85
+30.83%
46.51
-45.04%
84.63
-52.66%
178.78
+59.21%
112.29
+65.25%
67.95
+9.21%