บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
5.65
+0.05 (+0.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=39120 out_tok=2859 at=2026-07-26T07:56:06 -->
# THAI พลิกขาดทุนยับ Q3/66 สู่กำไร 1.5 พันล้านบาท รับแรงหนุนรายได้ผู้โดยสารพุ่ง
## รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารฟื้นตัวแรงดันกำไรสุทธิโตกว่า 132% ขณะที่ต้นทุนน้ำมันลดลง
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,546 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 132.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 4,780 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THAI ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,546 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 132.3% YoY) มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 26.4% หรือ 6,458 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินที่ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 96.9%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมการบินโลกที่กำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเปิดประเทศของจีนและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางต่างๆ สำหรับประเทศไทย การท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการที่ THAI ได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยม และการปรับปรุงประสิทธิภาพฝูงบินด้วยการรับมอบเครื่องบินใหม่ A350-900 เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนยังเป็นปัจจัยสนับสนุน โดยเฉพาะ **ค่าน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง 6.8%** จากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ต่ำลง 23.6% และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ นโยบาย Free Visa สำหรับนักท่องเที่ยวจีน และการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางจีน รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับสายการบินพันธมิตร จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ผู้โดยสารในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,546 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.3% YoY จากขาดทุน 4,780 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเติบโตโดดเด่น:** รายได้ค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้น 26.4% หรือ 6,458 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้รวม
* **ต้นทุนน้ำมันลดลง:** ค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง 6.8% จากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ต่ำลง
* **EBITDA หลังหักค่าเช่าเครื่องบินเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 8,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.5% YoY สะท้อนการดำเนินงานที่ดีขึ้น
* **จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น:** ขนส่งผู้โดยสารรวม 3.27 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22.0% YoY
* **อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารทรงตัว:** อยู่ที่ 77.3% ใกล้เคียงปีก่อนที่ 77.0%
* **รายการพิเศษกระทบกำไร:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจำนวน 2,308 ล้านบาท เป็นรายการที่กระทบผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 37,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 26.4% เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร 22.0% และรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้น 3.5% ในขณะที่รายได้จากการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ลดลง 46.1% เนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ปริมาณการขนส่งจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 1.2% เป็น 29,289 ล้านบาท โดยค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง 6.8% จากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมน้ำมันเพิ่มขึ้น 7.6% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น 26.3% และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น 26.6%
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 7,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.9% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจำนวน 2,308 ล้านบาท และรายการปรับปรุงค่าเช่าสำนักงานดอนเมือง 400 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,546 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.3% จากปีก่อนที่ขาดทุน 4,780 ล้านบาท
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 115,897 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.8% และมีกำไรสุทธิ 16,342 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 11,237 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** นโยบาย Free Visa ของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวจีน จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อปริมาณผู้โดยสาร
* **การขยายเครือข่ายเส้นทางบิน:** การรับมอบเครื่องบิน A350-900 และการโอนย้ายเครื่องบิน A320 จากไทยสมายล์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและครอบคลุมเส้นทางบินมากขึ้น
* **ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์:** การพัฒนาความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร เช่น Turkish Airlines จะช่วยขยายจุดเชื่อมต่อและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การศึกษาจัดตั้งบริษัทย่อยและการลงทุนในศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ที่อู่ตะเภา จะสร้างรายได้และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
* **การยกระดับบริการ:** การปรับปรุงเมนูอาหารและการออกแบบเครื่องแบบพนักงานใหม่ สะท้อนถึงการมุ่งเน้นประสบการณ์ผู้โดยสารและความยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทาง
* **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศและต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมการบินยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินแบบดั้งเดิม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนน้ำมันจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทย และผลกระทบจากนโยบาย Free Visa
* **การดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูกิจการ:** การโอนย้ายเครื่องบินและบุคลากรจากไทยสมายล์ให้แล้วเสร็จตามแผน
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง:** การติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และผลกระทบต่อเส้นทางบินและต้นทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ
* **ความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO):** การศึกษาความเป็นไปได้และรูปแบบการลงทุน
* **ผลประกอบการในไตรมาส 4/2566:** ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร:** เป็นหัวใจหลักของการเติบโตในไตรมาสนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้โดยสาร 22.0% และรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 3.5% ซึ่งสะท้อนถึงการปรับราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดและการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์
**รายได้จากการขนส่งสินค้า:** ยังคงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยลดลงถึง 46.1% เนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยลดลงอย่างมากถึง 50.1% แม้ปริมาณการขนส่งจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
**ค่าใช้จ่าย:** แม้ค่าน้ำมันจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ไม่รวมน้ำมันเพิ่มขึ้น 7.6% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น 26.3% ซึ่งเป็นผลจากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินเดือนตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และการจ้างแรงงานภายนอก
**อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor):** ทรงตัวอยู่ที่ 77.3% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและใกล้เคียงกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 53,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 55.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานสูงถึง 36,445 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 288,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 19.9% ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี เพิ่มขึ้น 125.1% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบันทึกบัญชีหุ้นกู้ตามมาตรฐาน TFRS 9
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ยังคงติดลบ (-3.01 เท่า และ -5.28 เท่า ตามลำดับ) ซึ่งสะท้อนถึงส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบอยู่ 54,706 ล้านบาท
## สรุปท้าย
การบินไทยในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมี "หัวใจกำไร" มาจากการเติบโตของรายได้ผู้โดยสารที่ได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ลดลง แม้จะมีปัจจัยกดดันจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน แต่ภาพรวมยังคงเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การฟื้นตัวนี้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THAI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
47,041.13
ล้านบาท
↓ 75.6% YoY
กำไรขั้นต้น
47,041.13
ล้านบาท
↓ 75.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100.00
%
กำไรสุทธิ
4,540.90
ล้านบาท
↓ 116.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.65
%
D/E Ratio
3.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
47,041
↓ -75.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
47,041
↓ -75.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4,541
↓ -116.9%
YoY
D/E Ratio
3.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.01
ROE (%)
50.95
ROA (%)
13.95
Book Value/หุ้น
3.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-40,149
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17,809
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-40,148.88
+9.20%
|
-36,766.89
-183.74%
|
43,904.86
+50.84%
|
29,107.43
|
-9,814.46
-166.23%
|
14,818.02
-14.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17,808.61
-26.70%
|
24,294.45
-254.16%
|
-15,759.15
-756.34%
|
2,401.06
|
-35.11
-98.82%
|
-2,970.44
+41.55%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,544.74
-71.03%
|
32,944.80
-448.49%
|
-9,453.61
+425.59%
|
-1,798.65
|
-3,291.69
-11.64%
|
-3,725.31
-77.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
8,122.26
-625.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
84,212.10
+59.07%
|
52,939.46
+53.27%
|
34,539.79
+526.33%
|
5,514.65
-36.42%
|
21,663.21
+58.22%
|
13,691.85
-10.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
78,579.24
-6.69%
|
84,212.10
+59.07%
|
52,939.46
+53.27%
|
34,539.79
+526.33%
|
8,673.72
-59.96%
|
21,663.21
+58.22%
|