STGT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STGT
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9573 out_tok=3728 at=2026-07-26T06:09:12 --> # STGT กำไรสุทธิปี 64 ทะยาน 64.4% แตะ 2.3 หมื่นล้านบาท รับราคาขายถุงมือยางพุ่งแรง ## รายได้-กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังความต้องการทั่วโลกยังแข็งแกร่ง แม้ปริมาณขายอ่อนตัวจากปัญหาขนส่ง บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ประกาศผลประกอบการปี 2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ โดยมีกำไรสุทธิ 23,704.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เติบโต 55.6% แตะ 47,550.8 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปริมาณการขายชะลอตัวเล็กน้อยจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STGT ในปี 2564 ให้ทำสถิติสูงสุดใหม่ คือ **การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยาง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปริมาณการขายจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม โดยกำไรสุทธิเติบโตถึง 64.4% YoY แตะ 23,704.2 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 49.9% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่ ASP ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 เกิดจาก **ความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องในทุกภูมิภาคทั่วโลก** จากการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งทางการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร โรงแรม และสายการบิน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่จำเป็น ความต้องการที่สูงนี้ส่งผลให้ราคาขายในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฝ่ายจัดการระบุว่า ASP ของถุงมือยางโดยรวมเติบโต 56.5% เป็น 1,739.2 บาทต่อพันชิ้น (USD 54.68) การเพิ่มขึ้นของ ASP นี้สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ทั้งน้ำยางธรรมชาติ (NR) และน้ำยางไนไตรล์ (NBR) ได้ทั้งหมด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 59.4% จาก 55.3% ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันปริมาณการขายให้ลดลง 2.6% YoY อยู่ที่ 27,275 ล้านชิ้น มาจาก **การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในโรงงานช่วงไตรมาส 2/2564 และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือตลอดทั้งปี** ทำให้การส่งออกสินค้าไม่เป็นไปตามแผน ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ลดลงมาอยู่ที่ 87% จาก 95% ในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ปรับเพิ่มขึ้น 92.5% YoY เป็น 2,242.8 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งและค่าระวางเรือ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวขององค์กรและกำลังการผลิต รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และการดูแลพนักงานในช่วง COVID-19 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าความต้องการถุงมือยางทั่วโลกจะยังคงแข็งแกร่งและฝ่ายจัดการมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ากำลังการผลิต 48,000 ล้านชิ้นในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นในปี 2567 แต่ปัจจัยกดดันด้านปริมาณการขายจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา นอกจากนี้ การปรับตัวของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายอื่นและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่ 23,704.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.4% YoY** * **รายได้จากการขายเติบโต 55.6% YoY แตะ 47,550.8 ล้านบาท** * **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) เพิ่มขึ้น 56.5% YoY เป็น 1,739.2 บาทต่อพันชิ้น** * **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงขึ้นเป็น 59.4%** * **ปริมาณการขายลดลง 2.5% YoY อยู่ที่ 27,275.5 ล้านชิ้น** * **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) อยู่ที่ 87% ลดลงจาก 95% ในปีก่อนหน้า** * **บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST) และขยายฐานการจัดจำหน่ายไปยังสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม** * **มีแผนขยายกำลังการผลิตติดตั้งเป็น 48,000 ล้านชิ้นในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นในปี 2567** ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 STGT สร้างสถิติใหม่ด้านผลประกอบการ โดยมีรายได้จากการขายรวม 47,550.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 56.5% เป็น 1,739.2 บาทต่อพันชิ้น (USD 54.68) อันเนื่องมาจากความต้องการถุงมือยางที่แข็งแกร่งทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายถุงมือยางอ่อนตัวลง 2.5% YoY อยู่ที่ 27,275.5 ล้านชิ้น สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในโรงงานช่วงไตรมาส 2/2564 และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือตลอดทั้งปี ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) อยู่ที่ 87% ลดลงจาก 95% ในปี 2563 ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 59.4% จาก 55.3% ในปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับสูงขึ้นก็ตาม โดยการเพิ่มขึ้นของ ASP สามารถชดเชยต้นทุนดังกล่าวได้ทั้งหมด บริษัทฯ มีรายได้อื่น 362.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินชดเชยดอกเบี้ยและเงินชดเชยจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงาน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ปรับเพิ่มขึ้น 92.5% YoY เป็น 2,242.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งและค่าระวางเรือ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวขององค์กรและกำลังการผลิต และค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แม้จะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 481.3 ล้านบาท แต่กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 57.2% จาก 56.2% ในปีก่อนหน้า เมื่อหักต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และมีรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 23,704.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.4% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 49.9% ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตติดตั้งเป็น 48,000 ล้านชิ้นภายในสิ้นปี 2565 และตั้งเป้า 80,000 ล้านชิ้นภายในปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก * **ความยืดหยุ่นของสายการผลิต:** ความสามารถในการปรับเปลี่ยนสายการผลิตระหว่างถุงมือยางธรรมชาติและไนไตรล์ ทำให้บริษัทฯ มี Product Mix ที่ยืดหยุ่นและแตกต่างจากคู่แข่ง * **การขยายตลาด:** ตั้งเป้าขยายตลาดไปยังมากกว่า 190 ประเทศภายใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ 170 ประเทศ * **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** ตั้งเป้าลดจำนวนพนักงานที่ใช้ในการผลิตต่อหน่วยลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การพัฒนาถุงมือผ่าตัด, ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ, และถุงมือไนไตรล์ที่ย่อยสลายได้ทางธรรมชาติ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด * **การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST):** ช่วยขยายฐานผู้ถือหุ้น เพิ่มช่องทางระดมทุนในอนาคต และสร้างชื่อเสียงในระดับภูมิภาค * **การให้ความสำคัญกับ ESG:** การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน ESG ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ## ความเสี่ยง * **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือ:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันปริมาณการขายและการส่งมอบสินค้า * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะสามารถชดเชยได้ด้วย ASP ที่สูงขึ้น แต่ความผันผวนของราคาน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางไนไตรล์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายอื่นอาจส่งผลต่อสมดุลอุปสงค์-อุปทานและกดดันราคาขายในอนาคต * **การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการผลิต * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีมาตรการป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือ:** แนวโน้มการคลี่คลายและผลกระทบต่อปริมาณการขายและการส่งมอบ * **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยาง:** การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลก และผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร * **ความคืบหน้าในการขยายกำลังการผลิต:** การเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ และผลกระทบต่อส่วนแบ่งทางการตลาด * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แนวโน้มราคาของน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางไนไตรล์ * **การพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** ศักยภาพในการเพิ่มฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** โดยเฉพาะค่าขนส่งและค่าระวางเรือ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) **ปริมาณการขาย (Volume):** แม้ปริมาณการขายรวมจะลดลง 2.5% YoY อยู่ที่ 27,275.5 ล้านชิ้น แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 4/2564 ปริมาณการขายอยู่ที่ 7,604.1 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 5.5% QoQ และ 6.2% YoY แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของปริมาณการขายในไตรมาสสุดท้ายของปี **ราคาขาย (ASP):** ราคาขายเฉลี่ย (ASP) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก โดยในปี 2564 อยู่ที่ 1,739.2 บาทต่อพันชิ้น เพิ่มขึ้น 56.5% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดโลก **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบทั้งน้ำยางธรรมชาติ (NR) และน้ำยางไนไตรล์ (NBR) จะปรับสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของ ASP สามารถชดเชยต้นทุนดังกล่าวได้ทั้งหมด และยังส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น **ค่าใช้จ่ายการตลาด/การขาย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 92.5% YoY เป็น 2,242.8 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต่อรายได้จากการขาย (SG&A/Sales) อยู่ที่ 4.7% เพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น **ช่องทาง Modern Trade/Online:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสัดส่วนการขายผ่านช่องทาง Modern Trade หรือ Online โดยตรง แต่ระบุถึงการขยายฐานการจัดจำหน่ายไปยังประเทศต่างๆ และการเพิ่มสัดส่วนการขาย Sri Trang Brand จาก 20% เป็น 28% ในปี 2564 ซึ่งบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และการเข้าถึงลูกค้าโดยตรงมากขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 51,302.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,066.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดจำนวน 21,006.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,267.9 ล้านบาทจากผลกำไรในระหว่างงวด สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ความแออัดของการขนส่งสินค้าทางทะเล ทำให้บริษัทฯ ส่งมอบสินค้าได้น้อยกว่าแผน ส่งผลให้ระยะเวลาการขายสินค้า (Days Inventory) เพิ่มสูงขึ้น และวงจรเงินสด (Cash Cycle) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 36.0 วัน จาก 34.0 วัน ณ สิ้นปี 2563 เงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ยรวมอยู่ที่ 8,531.6 ล้านบาท โดยทั้งหมดเป็นเงินกู้ที่ได้รับดอกเบี้ยชดเชยจากการยางแห่งประเทศไทย ทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.22 เท่า จาก 0.21 เท่า ณ สิ้นปี 2563 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2564 อยู่ที่ 25,897.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.2% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากการดำเนินงาน ## สรุปท้าย STGT สร้างประวัติศาสตร์ผลประกอบการในปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 23,704.2 ล้านบาท เติบโต 64.4% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการตอบรับที่แข็งแกร่งของตลาดโลก แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านปริมาณการขายจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสเติบโตจากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายตลาด แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ขนส่งโลก และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,390.39 ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22 ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00 %
กำไรสุทธิ
-1,162.25 ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56 %
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8% YoY
D/E Ratio
0.20

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
5,390.39
-26.10%
7,294.51
+34.76%
5,412.86
+13.20%
4,781.51
-42.74%
8,350.63
-38.98%
13,684.85
กำไรขั้นต้น
377.22
-32.01%
554.85
+1.18%
548.38
-12.43%
626.25
-75.62%
2,568.56
-73.89%
9,836.59
+987.39%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,115.84
+122.22%
502.14
-32.80%
747.21
+21.30%
615.98
-15.81%
731.69
+67.30%
437.36
กำไรสุทธิ
-1,162.25
-308.78%
556.69
+1,417.04%
-42.27
-10.12%
-38.38
-102.09%
1,839.67
-78.41%
8,520.28
กำไรต่อหุ้น
-0.41
-309.28%
0.19
+1,393.33%
-0.02
-15.38%
-0.01
-102.02%
0.64
-78.41%
2.97
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-54.46
-138.62%
141.02
+141.60%
-339.02
+46.47%
-633.28
-15.48%
-548.41
0.00
ROE(%)
-0.29
-110.98%
2.64
+543.90%
0.41
-90.68%
4.40
-93.51%
67.81
-15.00%
79.78
+2,921.97%
ROA(%)
0.00
-100.00%
2.87
+187.00%
1.00
-75.90%
4.15
-92.45%
54.98
-3.44%
56.94
+1,883.97%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.20
-25.93%
0.27
+3.85%
0.26
-18.75%
0.32
-5.88%
0.34
-8.11%
0.37
+37.04%
P/E
26.98
-62.11%
71.20
-41.92%
122.60
+1,409.85%
8.12
+184.91%
2.85
-84.09%
17.91
+117.91%
P/BV
0.67
-12.99%
0.77
+50.98%
0.51
-33.77%
0.77
-64.52%
2.17
-50.11%
4.35
+450.63%
BV
13.63
+6.40%
12.81
-1.91%
13.06
+0.31%
13.02
-6.53%
13.93
-20.31%
17.48
+28.34%
YIELD(%)
5.58
+9.84%
5.08
-54.60%
11.19
-75.90%
46.44
+436.26%
8.66
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
9.20
-6.60%
9.85
+47.01%
6.70
-33.00%
10.00
-66.94%
30.25
-60.20%
76.00
+603.70%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
7.00
-8.02%
7.61
-24.88%
10.13
-22.67%
13.10
-57.41%
30.76
-57.21%
71.88
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
20.70
+200.87%
6.88
-50.14%
13.80
+7.14%
12.88
+47.03%
8.76
+173.75%
3.20
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-21.56
-382.57%
7.63
+1,078.21%
-0.78
+2.50%
-0.80
-103.63%
22.03
-64.62%
62.26
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
10,640.89
-26.83%
14,542.93
-9.30%
16,034.92
-21.18%
20,343.41
-31.15%
29,545.71
-12.57%
33,138.12
+668.45%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
34,104.53
-0.79%
34,376.00
+12.53%
30,547.20
+8.38%
28,185.12
+29.54%
21,757.12
+108.39%
10,155.29
+14.06%
รวมสินทรัพย์
44,745.43
-8.53%
48,918.93
+5.02%
46,582.13
-4.01%
48,528.53
-5.41%
51,302.82
+15.98%
43,293.41
+227.58%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
4,894.11
-34.83%
7,509.28
+69.98%
4,417.72
+0.24%
4,407.21
-21.95%
5,646.44
-8.18%
5,825.26
+110.07%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
2,610.37
-9.62%
2,888.14
-45.79%
5,327.44
-27.13%
7,310.62
-1.78%
7,443.27
+27.76%
5,770.66
-4.48%
รวมหนี้สิน
7,504.47
-27.82%
10,397.42
+6.69%
9,745.16
-16.83%
11,717.83
-10.48%
13,089.70
+9.30%
11,595.91
+31.56%
รวมส่วนของเจ้าของ
37,240.95
-3.32%
38,521.51
+4.57%
36,836.97
+0.07%
36,810.71
-3.67%
38,213.12
+18.45%
31,697.50
+620.07%
D/E
0.20
0.27
0.26
0.32
0.34
0.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-0.29
2.64
0.41
4.40
67.81
79.78
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
2.87
1.00
4.15
54.98
56.94
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.17
1.94
3.63
4.62
5.23
5.69
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.24
1.00
1.50
3.73
4.22
4.99
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
51.16
43.78
0.00
0.00
29.64
39.13
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
70.26
68.76
0.00
0.00
73.90
62.33
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
44.46
41.10
0.00
0.00
68.06
66.63
วงจรเงินสด
76.97
71.45
0.00
0.00
35.48
34.82
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-2,325.17
+532.05%
-367.88
-185.93%
428.11
-142.83%
-999.49
-80.33%
-5,081.38
0.00
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
3,346.95
-46.18%
6,219.21
-23.26%
8,103.98
+10.33%
7,345.52
-894.45%
-924.60
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
1,743.73
-1.29%
1,766.59
+14.68%
1,540.41
-33.18%
2,305.46
-164.72%
-3,562.47
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
2,911.44
-58.07%
6,944.40
-26.66%
9,468.71
+20.76%
7,840.81
-181.78%
-9,587.81
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
3,905.36
-7.68%
4,230.14
-70.52%
14,350.70
-31.68%
21,006.13
-13.46%
24,273.99
+2,779.21%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,960.73
-24.19%
3,905.36
-7.68%
4,230.14
-70.52%
14,350.70
-31.68%
21,006.13
-13.46%
0.00