บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ
ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7965 out_tok=2694 at=2026-07-26T06:20:53 -->
# STGT กำไรสุทธิ Q1/65 ทรุดหนัก 89.5% YoY รับแรงกดดันราคาขายเฉลี่ยดิ่ง
## รายได้-กำไรหดตัวตามราคาขาย แต่ปริมาณขายยังแกร่ง ฝ่ายบริหารเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,052.2 ล้านบาท ลดลงถึง 89.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณการขายจะยังคงเติบโตได้ดี แต่แรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงอย่างมากตามภาวะตลาดโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ ฝ่ายบริหารได้เร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ STGT ในไตรมาส 1/2565 ปรับลดลงอย่างรุนแรง คือ **การปรับลดลงอย่างมากของราคาขายเฉลี่ย (ASP)** ซึ่งหดตัวถึง 61.3% YoY และ 17.7% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 74.0% ใน 1Q64 เหลือเพียง 24.5% ใน 1Q65 และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงจาก 65.1% เหลือ 14.8% แม้ว่าปริมาณการขายจะยังคงเติบโตได้ 17.8% YoY และ 4.0% QoQ ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการลดลงของราคาขายเฉลี่ย มาจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ประกอบกับการที่อุปทานใหม่ของถุงมือยางทยอยเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาถุงมือยางในตลาดโลกปรับลดลงตามกลไกตลาด ฝ่ายบริหารระบุว่าความต้องการในการบริโภคยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และบริษัทฯ มีความสามารถในการขยายตลาดใหม่ๆ รวมถึงการผลักดันถุงมือยางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นของบริษัทฯ ทำให้ Product Mix ยังคงโดดเด่น อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงของราคาขายส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมที่ลดลง 53.9% YoY และ 14.1% QoQ แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในระยะถัดไป จากข้อมูลในเอกสารระบุว่าความต้องการบริโภคยังคงแข็งแกร่ง และบริษัทฯ มีการปรับเปลี่ยนนโยบายมุ่งเน้นการขายถุงมือยางธรรมชาติซึ่งบริษัทฯ มีความได้เปรียบด้านวัตถุดิบและต้นทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น CWCG (Clean World Clean Glove) และการปรับสายการผลิตไปสู่ถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) ซึ่งมีอัตรากำไรสูง จะช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต นอกจากนี้ การที่ปริมาณการขายยังคงเติบโตได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 89.5% YoY** อยู่ที่ 1,052.2 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2565
* **รายได้จากการขายลดลง 53.9% YoY** อยู่ที่ 7,118.5 ล้านบาท
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ลดลง 61.3% YoY** อยู่ที่ 890 บาทต่อพันชิ้น
* **ปริมาณการขายเติบโต 17.8% YoY** อยู่ที่ 7,905 ล้านชิ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 24.5%** จาก 74.0% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 14.8%** จาก 65.1% ในปีก่อน
* **กำลังการผลิตติดตั้ง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 อยู่ที่ 41,500 ล้านชิ้นต่อปี** และมีแผนขยายกำลังการผลิตสู่ 80,000 ล้านชิ้นภายในปี 2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 STGT มีรายได้รวมจากการขาย 7,118.5 ล้านบาท ลดลง 53.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 14.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง 61.3% YoY และ 17.7% QoQ ตามราคาถุงมือยางในตลาดโลก แม้ว่าปริมาณการขายจะเติบโตขึ้น 17.8% YoY และ 4.0% QoQ อยู่ที่ 7,905 ล้านชิ้น สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 24.5% จาก 74.0% ในปีก่อน และ 31.3% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายที่อ่อนตัวลง แม้ต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน เช่น NBR จะลดลง แต่ต้นทุน NR ปรับเพิ่มขึ้น QoQ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 43.1% YoY แต่ลดลง 17.9% QoQ โดยสัดส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 9.0% ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากรายได้รวมลดลง กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,052.2 ล้านบาท ลดลง 89.5% YoY และ 42.8% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 14.8%
## โอกาส
* **การเติบโตของความต้องการบริโภคถุงมือยางทั่วโลก:** ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** ผลิตภัณฑ์ CWCG (Non-Detectable Protein Gloves) ได้รับการรับรองและส่งออกแล้ว รวมถึงการปรับสายการผลิตไปสู่ถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) ที่มีอัตรากำไรสูง
* **ความได้เปรียบด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยี:** การมุ่งเน้นถุงมือยางธรรมชาติซึ่งบริษัทฯ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งต่ำ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตที่ยืดหยุ่น
* **แผนการขยายกำลังการผลิต:** ตั้งเป้า 80,000 ล้านชิ้นภายในปี 2567 โดยมีโรงงานใหม่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์บางส่วนแล้ว
* **การให้ความสำคัญกับ ESG:** การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน การจัดการน้ำ และการดูแลพนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพลักษณ์และความยั่งยืนของธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาขายเฉลี่ย:** ราคาถุงมือยางในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับอุปทานและอุปสงค์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไร
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก:** การเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่จากผู้ผลิตรายอื่น อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้บางส่วนจะลดลง แต่ต้นทุนยางธรรมชาติ (NR) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการขยายกำลังการผลิตและการก่อสร้างโรงงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยางในตลาดโลก
* ความคืบหน้าในการขยายกำลังการผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิต
* ผลตอบรับและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น CWCG และถุงมือผ่าตัด
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคายางธรรมชาติ (NR)
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ ท่ามกลางภาวะราคาขายที่ผันผวน
* ความคืบหน้าในการดำเนินงานด้าน ESG และการรับรองมาตรฐานต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในไตรมาส 1/2565 STGT เผชิญกับความท้าทายด้านราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อรายได้และกำไร แม้ว่าปริมาณการขายจะยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทถุงมือยาง บริษัทฯ มีการปรับ Product Mix โดยเน้นถุงมือยางธรรมชาติ (NR) ซึ่งคิดเป็น 76.9% ของรายได้ ในขณะที่ถุงมือยางไนไตรล์ (NBR) คิดเป็น 23.1% การปรับเปลี่ยนนี้สอดคล้องกับความได้เปรียบด้านวัตถุดิบของบริษัทฯ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ถุงมือยางธรรมชาติชนิดไม่มีแป้ง (CWCG) ที่ส่งออกไปญี่ปุ่นแล้ว และแผนการผลิตถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) ที่มีอัตรากำไรสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการหนุนรายได้และอัตรากำไรในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะยางธรรมชาติ (NR) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านเทคโนโลยีต่างๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 STGT มีสินทรัพย์รวม 51,694.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต ขณะที่เงินสดลดลงจากการนำไปใช้ในการขยายธุรกิจและจ่ายปันผล วงจรเงินสด (Cash Cycle) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 45.2 วัน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 8,213.8 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับชดเชยดอกเบี้ยจากการยางแห่งประเทศไทย ทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 0.21 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับต่ำ
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ STGT ในไตรมาส 1/2565 คือการปรับลดลงอย่างรุนแรงของราคาขายเฉลี่ยตามภาวะตลาดโลก แม้ปริมาณการขายจะยังเติบโตได้ดี แต่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีโอกาสในการฟื้นตัวจากแผนการขยายกำลังการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตรากำไรสูง และความได้เปรียบด้านวัตถุดิบและความยืดหยุ่นในการผลิต ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาขายและแรงกดดันจากการแข่งขัน ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและผลการดำเนินงานของผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นพิเศษ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
5,390.39
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22
ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00
%
กำไรสุทธิ
-1,162.25
ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,325.17
+532.05%
|
-367.88
-185.93%
|
428.11
-142.83%
|
-999.49
-80.33%
|
-5,081.38
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,346.95
-46.18%
|
6,219.21
-23.26%
|
8,103.98
+10.33%
|
7,345.52
-894.45%
|
-924.60
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,743.73
-1.29%
|
1,766.59
+14.68%
|
1,540.41
-33.18%
|
2,305.46
-164.72%
|
-3,562.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,911.44
-58.07%
|
6,944.40
-26.66%
|
9,468.71
+20.76%
|
7,840.81
-181.78%
|
-9,587.81
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
24,273.99
+2,779.21%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,960.73
-24.19%
|
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
0.00
|