STGT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STGT
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8872 out_tok=2559 at=2026-07-26T06:35:14 --> # STGT กำไรสุทธิ Q3/2564 พลิกโต YoY แม้รายได้ลด QoQ รับปริมาณขายชดเชยราคา ## รายได้โตแรง YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ชดเชยราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลง ขณะที่กำไรสุทธิยังคงแข็งแกร่ง บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 4,532.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะอยู่ที่ 10,864.0 ล้านบาท ลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เติบโต 32.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการกลับมาเดินเครื่องจักรเต็มที่ของโรงงานที่ตรังและสุราษฎร์ธานี ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STGT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง** ซึ่งสามารถชดเชยการปรับตัวลดลงของราคาขายเฉลี่ยในตลาดโลกได้ ส่งผลให้รายได้รวมยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และรักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับสูงไว้ได้ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ปัจจัยหลักที่ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นคือการที่โรงงานในจังหวัดตรังและสุราษฎร์ธานีสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มที่ หลังจากที่เคยหยุดการผลิตชั่วคราวในช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 จากสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ พนักงานของบริษัทฯ ได้รับวัคซีนครบถ้วน ทำให้สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 82% ในไตรมาส 2 เป็น 90% ในไตรมาส 3 แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับลดลง 32.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากอุปทานถุงมือยางในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 23.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทำให้รายได้รวมยังคงเติบโต 32.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ามีกำลังการผลิตติดตั้ง 50,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในสิ้นปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567 นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นของสายการผลิตระหว่างถุงมือยางธรรมชาติและไนไตรล์ รวมถึงการขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของปริมาณการขายในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การอ่อนตัวของราคาขายเฉลี่ยในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 4,532.8 ล้านบาท:** เติบโต 2.9% YoY แม้จะลดลง 37.7% QoQ * **รายได้จากการขาย 10,864.0 ล้านบาท:** เติบโต 32.6% YoY แต่ลดลง 16.2% QoQ * **ปริมาณการขาย 7,076 ล้านชิ้น:** เพิ่มขึ้น 23.8% QoQ และทรงตัว -0.9% YoY * **อัตรากำไรขั้นต้น 51.5%:** ลดลงจาก 66.7% ใน Q2/64 และ 60.1% ใน Q3/63 * **อัตรากำไรสุทธิ 41.7%:** ลดลงจาก 56.1% ใน Q2/64 และ 53.8% ใน Q3/63 * **การกลับมาเดินเครื่องจักรเต็มที่:** โรงงานตรังและสุราษฎร์ธานีกลับมาผลิตเต็มกำลัง ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 90% * **การขยายกำลังการผลิต:** ตั้งเป้า 50,000 ล้านชิ้นในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นในปี 2567 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 STGT มีรายได้จากการขาย 10,864.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปริมาณการขายอยู่ที่ 7,076 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลงเล็กน้อย 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5,591.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% YoY แต่ลดลง 35.4% QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,532.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% YoY แต่ลดลง 37.7% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 41.7% ## โอกาส * **ความต้องการถุงมือยางที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง:** การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยหนุน * **การขยายกำลังการผลิต:** แผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 50,000 ล้านชิ้นในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นในปี 2567 จะรองรับการเติบโตในอนาคต * **ความยืดหยุ่นของ Product Mix:** ความสามารถในการปรับเปลี่ยนการผลิตระหว่างถุงมือยางธรรมชาติและไนไตรล์ตามความต้องการของตลาด * **การขยายตลาด:** ตั้งเป้าขยายตลาดไปยังกว่า 190 ประเทศภายใน 3 ปี * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์ “CWCG” (Clean World Clean Glove) ที่ผ่านการรับรองจากสถาบันวิจัยในต่างประเทศ ## ความเสี่ยง * **ราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลง:** การเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่ในตลาดโลกส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง ซึ่งกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร * **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** แม้ต้นทุนน้ำยาง NR จะลดลง QoQ แต่ยังคงเพิ่มขึ้น YoY ขณะที่น้ำยาง NBR ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น รวมถึงสัดส่วน Incoterm แบบ CIF ที่เพิ่มขึ้น * **ความแออัดของการขนส่งทางทะเล:** ส่งผลให้การส่งมอบสินค้าล่าช้าและมีสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือรอส่งมอบเพิ่มขึ้น ทำให้วงจรเงินสด (Cash Cycle) ยาวขึ้น * **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิจากการทำธุรกรรมอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางในตลาดโลก และผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร * ความคืบหน้าของการขยายกำลังการผลิตตามแผน และอัตราการใช้กำลังการผลิต * การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำยางธรรมชาติและไนไตรล์ * สถานการณ์ค่าระวางเรือและการขนส่งทางทะเล และผลกระทบต่อวงจรเงินสด * ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในระดับสูง ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาขาย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) **ปริมาณการขายและราคาขาย:** แม้ราคาขายเฉลี่ยจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ QoQ และ YoY แต่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น QoQ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงรายได้จากการขายให้เติบโต YoY การกลับมาเดินเครื่องจักรเต็มที่ของโรงงานในตรังและสุราษฎร์ธานี รวมถึงการฉีดวัคซีนให้พนักงานอย่างครบถ้วน เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อปริมาณการผลิตและการขาย **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ต้นทุนน้ำยางธรรมชาติ (NR) ปรับลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY ขณะที่ต้นทุนน้ำยางสังเคราะห์ (NBR) ค่อนข้างคงที่ QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า **ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร (SG&A):** มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY และ QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น รวมถึงสัดส่วนของ Incoterm ที่เป็น CIF ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อรายได้เพิ่มขึ้น **Product Mix:** สัดส่วนรายได้จากถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง (NRPD) ยังคงสูงสุดที่ 38.4% ตามมาด้วยถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) ที่ 38.2% และถุงมือยางธรรมชาติชนิดไม่มีแป้ง (NRPF) ที่ 23.4% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 STGT มีสินทรัพย์รวม 53,045.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดจำนวนมากถึง 25,414.2 ล้านบาท ที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเนื่องจากปัญหาความแออัดของการขนส่งทางทะเล ทำให้วงจรเงินสด (Cash Cycle) เพิ่มขึ้นจาก 26.4 วัน เป็น 48.5 วัน เงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 8,761.4 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการชดเชยดอกเบี้ยจาก กยท. ทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นคงที่อยู่ที่ 0.22 เท่า ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STGT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการที่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเดินเครื่องจักรเต็มที่ของโรงงาน สามารถชดเชยแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในตลาดโลกได้ แม้ว่าอัตรากำไรจะปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาขายที่อ่อนตัวลง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และความแออัดของการขนส่ง ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
5,390.39 ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22 ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00 %
กำไรสุทธิ
-1,162.25 ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56 %
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8% YoY
D/E Ratio
0.20

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
5,390.39
-26.10%
7,294.51
+34.76%
5,412.86
+13.20%
4,781.51
-42.74%
8,350.63
-38.98%
13,684.85
กำไรขั้นต้น
377.22
-32.01%
554.85
+1.18%
548.38
-12.43%
626.25
-75.62%
2,568.56
-73.89%
9,836.59
+987.39%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,115.84
+122.22%
502.14
-32.80%
747.21
+21.30%
615.98
-15.81%
731.69
+67.30%
437.36
กำไรสุทธิ
-1,162.25
-308.78%
556.69
+1,417.04%
-42.27
-10.12%
-38.38
-102.09%
1,839.67
-78.41%
8,520.28
กำไรต่อหุ้น
-0.41
-309.28%
0.19
+1,393.33%
-0.02
-15.38%
-0.01
-102.02%
0.64
-78.41%
2.97
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-54.46
-138.62%
141.02
+141.60%
-339.02
+46.47%
-633.28
-15.48%
-548.41
0.00
ROE(%)
-0.29
-110.98%
2.64
+543.90%
0.41
-90.68%
4.40
-93.51%
67.81
-15.00%
79.78
+2,921.97%
ROA(%)
0.00
-100.00%
2.87
+187.00%
1.00
-75.90%
4.15
-92.45%
54.98
-3.44%
56.94
+1,883.97%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.20
-25.93%
0.27
+3.85%
0.26
-18.75%
0.32
-5.88%
0.34
-8.11%
0.37
+37.04%
P/E
26.98
-62.11%
71.20
-41.92%
122.60
+1,409.85%
8.12
+184.91%
2.85
-84.09%
17.91
+117.91%
P/BV
0.67
-12.99%
0.77
+50.98%
0.51
-33.77%
0.77
-64.52%
2.17
-50.11%
4.35
+450.63%
BV
13.63
+6.40%
12.81
-1.91%
13.06
+0.31%
13.02
-6.53%
13.93
-20.31%
17.48
+28.34%
YIELD(%)
5.58
+9.84%
5.08
-54.60%
11.19
-75.90%
46.44
+436.26%
8.66
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
9.20
-6.60%
9.85
+47.01%
6.70
-33.00%
10.00
-66.94%
30.25
-60.20%
76.00
+603.70%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
7.00
-8.02%
7.61
-24.88%
10.13
-22.67%
13.10
-57.41%
30.76
-57.21%
71.88
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
20.70
+200.87%
6.88
-50.14%
13.80
+7.14%
12.88
+47.03%
8.76
+173.75%
3.20
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-21.56
-382.57%
7.63
+1,078.21%
-0.78
+2.50%
-0.80
-103.63%
22.03
-64.62%
62.26
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
10,640.89
-26.83%
14,542.93
-9.30%
16,034.92
-21.18%
20,343.41
-31.15%
29,545.71
-12.57%
33,138.12
+668.45%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
34,104.53
-0.79%
34,376.00
+12.53%
30,547.20
+8.38%
28,185.12
+29.54%
21,757.12
+108.39%
10,155.29
+14.06%
รวมสินทรัพย์
44,745.43
-8.53%
48,918.93
+5.02%
46,582.13
-4.01%
48,528.53
-5.41%
51,302.82
+15.98%
43,293.41
+227.58%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
4,894.11
-34.83%
7,509.28
+69.98%
4,417.72
+0.24%
4,407.21
-21.95%
5,646.44
-8.18%
5,825.26
+110.07%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
2,610.37
-9.62%
2,888.14
-45.79%
5,327.44
-27.13%
7,310.62
-1.78%
7,443.27
+27.76%
5,770.66
-4.48%
รวมหนี้สิน
7,504.47
-27.82%
10,397.42
+6.69%
9,745.16
-16.83%
11,717.83
-10.48%
13,089.70
+9.30%
11,595.91
+31.56%
รวมส่วนของเจ้าของ
37,240.95
-3.32%
38,521.51
+4.57%
36,836.97
+0.07%
36,810.71
-3.67%
38,213.12
+18.45%
31,697.50
+620.07%
D/E
0.20
0.27
0.26
0.32
0.34
0.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-0.29
2.64
0.41
4.40
67.81
79.78
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
2.87
1.00
4.15
54.98
56.94
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.17
1.94
3.63
4.62
5.23
5.69
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.24
1.00
1.50
3.73
4.22
4.99
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
51.16
43.78
0.00
0.00
29.64
39.13
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
70.26
68.76
0.00
0.00
73.90
62.33
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
44.46
41.10
0.00
0.00
68.06
66.63
วงจรเงินสด
76.97
71.45
0.00
0.00
35.48
34.82
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-2,325.17
+532.05%
-367.88
-185.93%
428.11
-142.83%
-999.49
-80.33%
-5,081.38
0.00
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
3,346.95
-46.18%
6,219.21
-23.26%
8,103.98
+10.33%
7,345.52
-894.45%
-924.60
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
1,743.73
-1.29%
1,766.59
+14.68%
1,540.41
-33.18%
2,305.46
-164.72%
-3,562.47
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
2,911.44
-58.07%
6,944.40
-26.66%
9,468.71
+20.76%
7,840.81
-181.78%
-9,587.81
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
3,905.36
-7.68%
4,230.14
-70.52%
14,350.70
-31.68%
21,006.13
-13.46%
24,273.99
+2,779.21%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,960.73
-24.19%
3,905.36
-7.68%
4,230.14
-70.52%
14,350.70
-31.68%
21,006.13
-13.46%
0.00