บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ
ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11093 out_tok=2942 at=2026-07-26T06:48:23 -->
# STGT พลิกกำไร Q3/2566 โตกว่า 2 เท่าตัว รับต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง-บาทอ่อนหนุน
## รายได้หดแต่กำไรพุ่งแรง ปัจจัยหลักจากต้นทุนน้ำยางลดลง ขณะที่ปริมาณขายฟื้นตัวในตลาดเอเชีย-อเมริกาใต้
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 47.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยปัจจัยสำคัญที่หนุนให้กำไรฟื้นตัวมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STGT ในไตรมาส 3/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 47.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 212.5% QoQ และ 177.6% YoY คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนวัตถุดิบหลัก** ทั้งน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์ ประกอบกับการ **อ่อนค่าของเงินบาท** เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง และปริมาณการขายที่ลดลงเล็กน้อย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง:** ต้นทุนขายรวมลดลง 8.2% QoQ และ 4.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของราคาน้ำยางธรรมชาติถึง 9.6% QoQ และ 18.7% YoY รวมถึงราคาน้ำยางสังเคราะห์ที่ลดลง 19.1% QoQ และ 35.4% YoY การลดลงของต้นทุนวัตถุดิบนี้ส่งผลโดยตรงต่อ **กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 14.1% QoQ และ 6.4% YoY** โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจาก 10.4% เป็น 12.6% QoQ และเพิ่มขึ้นจาก 11.5% เป็น 12.6% YoY
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับลดลง 3.5% QoQ และ 21.4% YoY แต่การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 2.0% QoQ ช่วยลดผลกระทบต่อรายได้เมื่อแปลงเป็นเงินบาท และยังส่งผลดีต่อการบริหารจัดการต้นทุนที่อ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์
* **ปริมาณการขายฟื้นตัวในบางตลาด:** แม้ปริมาณการขายรวมจะลดลงเล็กน้อย 0.8% QoQ แต่กลับ **เพิ่มขึ้นกว่า 19.1% YoY** โดยเฉพาะในกลุ่มถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง (NRPD) ที่เพิ่มขึ้นกว่า 12.4% QoQ ได้รับแรงหนุนจากตลาดเอเชียและอเมริกาใต้ ซึ่งแสดงถึงการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของคำสั่งซื้อในตลาดเหล่านี้
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหาร (SG&A) ลดลง 7.6% QoQ และ 4.5% YoY คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ที่ 10.8% ลดลงจาก 11.0% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของค่านายหน้า ค่าเผื่อหนี้สูญ และค่าขนส่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาขายและอุปทานส่วนเกิน**
เอกสารระบุว่าราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม NRPD ได้รับแรงหนุนจากตลาดเอเชียและอเมริกาใต้ แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลดีต่อปริมาณขายในอนาคต แต่ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมถุงมือยางยังคงเผชิญกับความท้าทายของ **อุปทานส่วนเกิน** ซึ่งอาจกดดันราคาขายเฉลี่ยในระยะยาวได้ ฝ่ายจัดการยังคงบริหารจัดการกำลังการผลิตภายใต้อัตรากำไรที่เหมาะสมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง:** กำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 47.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 212.5% QoQ และ 177.6% YoY
* **ต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง:** ต้นทุนขายลดลง 8.2% QoQ และ 4.1% YoY จากราคาน้ำยางธรรมชาติและสังเคราะห์ที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 12.6% จาก 10.4% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **ปริมาณขายฟื้นตัว YoY:** ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 19.1% YoY โดยเฉพาะในกลุ่ม NRPD ที่เติบโตในเอเชียและอเมริกาใต้
* **รายได้จากการขายลดลง:** อยู่ที่ 4,740.9 ล้านบาท ลดลง 5.9% QoQ และ 2.9% YoY
* **ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้:** SG&A/Sales อยู่ที่ 10.8% ลดลงจาก 11.0% ในไตรมาสก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้จากการขายรวมสำหรับไตรมาส 3/2566 เท่ากับ 4,740.9 ล้านบาท ลดลง 5.9% QoQ และ 2.9% YoY โดยสัดส่วนรายได้ในไตรมาสนี้ของถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง (NRPD) อยู่ที่ 41%, ถุงมือยางธรรมชาติชนิดไม่มีแป้ง (NRPF) อยู่ที่ 38% และถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) อยู่ที่ 21% แม้รายได้จะลดลง แต่ต้นทุนขายที่ลดลงมากกว่าส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14.1% QoQ และ 6.4% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 12.6% เพิ่มขึ้นจาก 10.4% ในไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 47.4 ล้านบาท จากขาดทุน 15.2 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุน 21.8 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพ:** จุดแข็งของบริษัทฯ ในการเข้าถึงแหล่งน้ำยางธรรมชาติคุณภาพสูงในประเทศไทย ช่วยสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร
* **การขยายตลาด:** ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าไปยังกว่า 190 ประเทศภายใน 2 ปี จากปัจจุบันกว่า 170 ประเทศ
* **ผลิตภัณฑ์ Specialty Gloves:** การเพิ่มผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น ถุงมือปราศจากโปรตีน ถุงมือผ่าตัด และถุงมือ Diamond Textured เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
* **การบริหารกำลังการผลิต:** มุ่งเน้นบริหารกำลังการผลิตภายใต้อัตรากำไรที่เหมาะสมในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล
* **เทคโนโลยีและ Automation:** การนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และลดการพึ่งพิงแรงงาน
* **ESG Leadership:** การรักษาความเป็นผู้นำด้าน ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **อุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรม:** ความท้าทายหลักที่อาจกดดันราคาขายเฉลี่ยในระยะยาว
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันต้นทุนลดลง แต่ราคาน้ำยางธรรมชาติและสังเคราะห์ยังมีความผันผวนตามปัจจัยตลาดโลก
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมถุงมือยางอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นผลดี แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางในตลาดโลก
* สถานการณ์อุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมถุงมือยาง
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการผลิต
* ความคืบหน้าในการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ Specialty Gloves
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้และต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณการขาย:** แม้ปริมาณขายรวมลดลงเล็กน้อย QoQ แต่การเติบโต YoY ที่ 19.1% เป็นสัญญาณบวก โดยเฉพาะในกลุ่มถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง (NRPD) ที่เพิ่มขึ้นกว่า 12.4% QoQ ได้รับแรงหนุนจากตลาดเอเชียและอเมริกาใต้ ซึ่งสะท้อนถึงการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของคำสั่งซื้อในตลาดเหล่านี้
* **ราคาขายเฉลี่ย:** ปรับลดลง 3.5% QoQ และ 21.4% YoY โดยมีปัจจัยจากราคาวัตถุดิบและค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการฟื้นตัวของกำไรขั้นต้น
* **ช่องทางการขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้แยกตามช่องทางขาย (Modern Trade, ออนไลน์) แต่การเติบโตของปริมาณขายในเอเชียและอเมริกาใต้บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดหลัก
* **สินค้าใหม่:** มีแผนเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Specialty Gloves เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 47,546.4 ล้านบาท ลดลง 2.0% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 5,091.2 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 13.5% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 10,138.6 ล้านบาท โดยมีหนี้สินหลักคือเงินกู้ยืมระยะยาวภายใต้โครงการสนับสนุนสินเชื่อจาก กยท. และหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 37,407.8 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD) อยู่ที่ 0.20 เท่า ลดลงจาก 0.22 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงาน 839.9 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 8,396.3 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน) และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,096.4 ล้านบาท (ชำระคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผล)
## สรุปท้าย
STGT พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 3/2566 โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 2 เท่าตัว จากแรงหนุนหลักของต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญและการอ่อนค่าของเงินบาท แม้รายได้จากการขายจะยังคงเผชิญแรงกดดัน แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของปริมาณขายในบางตลาด เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันอัตรากำไรให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและสถานการณ์อุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตในระยะยาว ขณะที่โอกาสในการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการมุ่งเน้น ESG ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าสนใจสำหรับอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
5,390.39
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22
ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00
%
กำไรสุทธิ
-1,162.25
ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,325.17
+532.05%
|
-367.88
-185.93%
|
428.11
-142.83%
|
-999.49
-80.33%
|
-5,081.38
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,346.95
-46.18%
|
6,219.21
-23.26%
|
8,103.98
+10.33%
|
7,345.52
-894.45%
|
-924.60
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,743.73
-1.29%
|
1,766.59
+14.68%
|
1,540.41
-33.18%
|
2,305.46
-164.72%
|
-3,562.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,911.44
-58.07%
|
6,944.40
-26.66%
|
9,468.71
+20.76%
|
7,840.81
-181.78%
|
-9,587.81
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
24,273.99
+2,779.21%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,960.73
-24.19%
|
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
0.00
|