บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ
ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8927 out_tok=3303 at=2026-07-26T06:53:20 -->
# STGT กำไร Q2/65 ดิ่ง 91.5% สวนทางปริมาณขายโต รับแรงกดดันราคาขายเฉลี่ยดิ่ง
## รายได้อ่อนตัวตามราคาขาย แต่ปริมาณขายถุงมือยางสังเคราะห์กลับมาเติบโต ฝ่ายบริหารเดินหน้าขยายกำลังผลิต-สินค้าใหม่
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 616.5 ล้านบาท ลดลงถึง 91.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ปริมาณการขายจะเติบโต 32.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตามตลาดโลก ขณะที่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ STGT ในไตรมาส 2/2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของราคาขายเฉลี่ย (ASP)** ซึ่งหดตัวถึง 62.7% YoY และ 5.5% QoQ ส่งผลให้รายได้รวมจากการขายลดลง 49.6% YoY และ 8.1% QoQ แม้ว่าปริมาณการขายจะยังคงเติบโตได้ 32.6% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง มาจากการคลี่คลายของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้ความต้องการถุงมือยางลดลงจากช่วงพีค ประกอบกับการที่อุปทานโดยรวมได้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นสูง ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในตลาดโลก นอกจากนี้ ราคาน้ำยาง NBR ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของถุงมือยางสังเคราะห์ ก็ปรับลดลง 2.5% QoQ (แต่ราคาน้ำยาง NR กลับปรับเพิ่มขึ้น 4.2% QoQ) แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความได้เปรียบจากการมุ่งเน้นการผลิตถุงมือยางธรรมชาติ (สัดส่วน 75.9%) ซึ่งมีต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งต่ำกว่าคู่แข่ง และมีการปรับเปลี่ยนสายการผลิตไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงขึ้น เช่น ถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงได้อย่างเต็มที่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลในเอกสารระบุว่า การปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ยเป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของอุปทานในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อราคาขายในตลาดโลกโดยรวม แม้ว่าปริมาณการขายจะยังคงเติบโตได้ แต่การฟื้นตัวของราคาขายเฉลี่ยจะขึ้นอยู่กับสภาวะอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลกเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น CWCG (Non-Detectable Protein Gloves) และการปรับเปลี่ยนสายการผลิตไปสู่ถุงมือผ่าตัด ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า และมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมาย 57,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาขายที่ผันผวนได้ในระยะยาว แต่ในระยะสั้น การฟื้นตัวของราคาขายยังคงต้องติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 91.5% YoY** เหลือ 616.5 ล้านบาท จาก 7,280.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 49.6% YoY** อยู่ที่ 6,541.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 62.7% YoY
* **ปริมาณการขายเติบโต 32.6% YoY** อยู่ที่ 7,627 ล้านชิ้น สะท้อนความต้องการที่ปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 66.7% ใน 2Q64 เหลือ 20.3% ใน 2Q65
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 56.1% ใน 2Q64 เหลือ 9.4% ใน 2Q65
* **คณะกรรมการมีมติจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.50 บาทต่อหุ้น** สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565
* **เดินหน้าขยายกำลังการผลิต** ตั้งเป้า 57,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567 และเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์บางส่วนของโรงงานใหม่ใน 2Q65
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 STGT มีรายได้รวมจากการขาย 6,541.5 ล้านบาท ลดลง 49.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ 841 บาทต่อพันชิ้น (ลดลง 62.7% YoY และ 5.5% QoQ) อันเป็นผลมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลกตามปริมาณอุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายยังคงเติบโตได้ 32.6% YoY อยู่ที่ 7,627 ล้านชิ้น แม้จะลดลงเล็กน้อย 3.5% QoQ
ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,328.7 ล้านบาท ลดลง 84.6% YoY และ 23.7% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 66.7% ใน 2Q64 และ 24.5% ใน 1Q65 มาอยู่ที่ 20.3% ใน 2Q65 โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลงตามการแข่งขันด้านราคาและอุปทานใหม่ที่เกิดขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 606.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% YoY และลดลง 5.3% QoQ โดยสัดส่วน SG&A/Sales อยู่ที่ 9.3% เพิ่มขึ้นจาก 9.0% ใน 1Q65 เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายในการตั้งบริษัทใหม่ การศึกษาการขยายกำลังการผลิตในต่างประเทศ การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้พนักงานและชุมชน
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 616.5 ล้านบาท ลดลง 91.5% YoY และ 41.4% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.4% ลดลงจาก 56.1% ใน 2Q64 และ 14.8% ใน 1Q65
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,660.0 ล้านบาท ลดลง 51.9% YoY และมีกำไรสุทธิ 1,668.6 ล้านบาท ลดลง 90.4% YoY
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น CWCG (Clean World Clean Glove) หรือ Non-Detectable Protein Gloves ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดญี่ปุ่น และการปรับเปลี่ยนสายการผลิตเดิมไปสู่ถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง
* **การขยายกำลังการผลิต:** มีแผนขยายกำลังการผลิตโดยมีเป้าหมายที่ 57,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567 โดยใน 2Q65 มีโรงงานแห่งใหม่เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์บางส่วนแล้ว
* **ความได้เปรียบด้าน Product Mix:** การมุ่งเน้นการผลิตถุงมือยางธรรมชาติ (สัดส่วน 75.9%) ซึ่งบริษัทฯ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ยืดหยุ่น ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการผลิตระหว่างถุงมือยางธรรมชาติและไนไตรล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG):** การให้ความสำคัญกับ ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Low-carbon Company, ลดการใช้พลังงาน, พลังงานทดแทน), สังคม (การดูแลพนักงาน, มาตรฐาน BSCI, SMETA, โครงการ CSR) และบรรษัทภิบาล (ต่อต้านคอร์รัปชัน, ได้รับการรับรอง CAC) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาขายเฉลี่ย:** ราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางมีความอ่อนไหวต่อสภาวะอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายอื่น
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบยางธรรมชาติ แต่ราคาน้ำยาง NR มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น QoQ ในไตรมาส 2/2565 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมถุงมือยางมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** สัดส่วน SG&A/Sales ปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในการขยายธุรกิจและการตั้งบริษัทใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยางในตลาดโลก และผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัทฯ
* ความคืบหน้าในการขยายกำลังการผลิต และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* การตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น CWCG และ Surgical Gloves
* แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบหลัก (น้ำยางธรรมชาติและไนไตรล์)
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณการขาย:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ปริมาณการขายยังคงเติบโต 32.6% YoY อยู่ที่ 7,627 ล้านชิ้น ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการบริโภคถุงมือยางยังคงมีอยู่ และบริษัทฯ สามารถรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้
* **Product Mix:** สัดส่วนผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ (NR) อยู่ที่ 75.9% (NRPF 38.7%, NRPD 37.2%) และยางสังเคราะห์ (NBR) 24.1% ซึ่งการที่บริษัทฯ เน้น NR เป็นจุดแข็งในการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ
* **ช่องทางการขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางการขาย (Modern Trade, ออนไลน์) โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ จำหน่ายสินค้ากว่า 170 ประเทศทั่วโลก บ่งชี้ถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาน้ำยาง NR ปรับเพิ่มขึ้น 4.2% QoQ ในขณะที่ราคาน้ำยาง NBR ปรับลดลง 2.5% QoQ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่แตกต่างกันไปตามประเภทผลิตภัณฑ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 49,302.5 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินสดจำนวน 6,229.9 ล้านบาท มาอยู่ที่ 14,776.2 ล้านบาท เนื่องจากการนำเงินไปใช้ในการขยายกำลังการผลิต ส่งผลให้ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 4,296.6 ล้านบาท เป็น 24,835.5 ล้านบาท
วงจรเงินสด (Cash Cycle) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 36.0 วัน เป็น 50.0 วัน เนื่องจากสัดส่วนการลดลงของราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบมากกว่าการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้
เงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 8,059.4 ล้านบาท โดยเกือบทั้งหมด (7,818.9 ล้านบาท) เป็นเงินกู้ที่ได้รับการชดเชยดอกเบี้ยจากการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะบันทึกเป็นรายได้อื่นในช่วงไตรมาส 3-4 ของทุกปี อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อยจาก 0.22 เป็น 0.21 เท่า
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 4.80 เท่า และอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยอยู่ที่ 15.12 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ STGT ในไตรมาส 2/2565 คือแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงอย่างรุนแรงตามสภาวะตลาดโลก แม้ปริมาณการขายจะยังเติบโตได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาขายและสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและทิศทางการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินศักยภาพการฟื้นตัวของกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
5,390.39
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22
ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00
%
กำไรสุทธิ
-1,162.25
ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,325.17
+532.05%
|
-367.88
-185.93%
|
428.11
-142.83%
|
-999.49
-80.33%
|
-5,081.38
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,346.95
-46.18%
|
6,219.21
-23.26%
|
8,103.98
+10.33%
|
7,345.52
-894.45%
|
-924.60
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,743.73
-1.29%
|
1,766.59
+14.68%
|
1,540.41
-33.18%
|
2,305.46
-164.72%
|
-3,562.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,911.44
-58.07%
|
6,944.40
-26.66%
|
9,468.71
+20.76%
|
7,840.81
-181.78%
|
-9,587.81
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
24,273.99
+2,779.21%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,960.73
-24.19%
|
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
0.00
|