บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ
ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8102 out_tok=2832 at=2026-07-26T07:03:50 -->
# STGT พลิกกำไร Q1/66 สวนทางรายได้หด เหตุคุมต้นทุน-บริหาร Product Mix ได้ดี
## รายได้รวมวูบ 35.6% YoY แต่กำไรสุทธิฟื้นสู่ 132.3 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 132.3 ล้านบาท แม้รายได้รวมจากการขายจะปรับลดลง 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตามภาวะตลาดโลก แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ STGT พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 132.3 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 ท่ามกลางรายได้ที่ลดลง 35.6% YoY และ 3.8% QoQ คือ **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่มีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการผลิตถุงมือยางธรรมชาติ (NR) ซึ่งเป็นจุดเด่นของบริษัทฯ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหาร Product Mix:** แม้ราคาขายเฉลี่ย (ASP) จะปรับลดลงถึง 32.9% YoY และ 11.1% QoQ แต่บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ที่ 10.6% ในไตรมาส 1/2566 ซึ่งดีกว่าช่วงไตรมาสก่อนหน้า (-0.8% ใน 4Q65) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการมุ่งเน้นการผลิตถุงมือยางธรรมชาติ (NR) ซึ่งมีสัดส่วนถึง 81.1% ของรายได้รวม (NRPD 43.0%, NRPF 38.1%) เทียบกับถุงมือยางไนไตรล์ (NBR) ที่ 18.9% ซึ่งสอดคล้องกับความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบยางธรรมชาติและต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่าคู่แข่ง
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 37.4% YoY และ 34.9% QoQ มาอยู่ที่ 401.2 ล้านบาท คิดเป็น 8.8% ของรายได้จากการขาย ซึ่งลดลงจาก 12.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของค่าเสื่อมราคา ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน การเดินทาง และค่าขนส่งภายในประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **ความได้เปรียบด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยี:** บริษัทฯ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบยางธรรมชาติและต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถปรับเปลี่ยนการผลิตระหว่างถุงมือยางธรรมชาติและไนไตรล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้
* **การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ใหม่:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น CWCG (Non-Detectable Protein Gloves) และกลุ่ม Specialty Gloves (Surgical Gloves, Diamond Textured Gloves) จะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในอนาคต
* **การบริหารกำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีแผนบริหารการใช้กำลังการผลิตภายใต้อัตรากำไรที่เหมาะสม เพื่อสร้างกำไรในระยะยาว ขณะที่อุตสาหกรรมกำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกฟื้น:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 132.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุนสุทธิ 38.4 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565 และขาดทุนสุทธิ 1,052.2 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565
* **รายได้รวมลดลง:** รายได้รวมจากการขายอยู่ที่ 4,581.1 ล้านบาท ลดลง 3.8% QoQ และ 35.6% YoY
* **ปริมาณการขายเติบโต QoQ:** ปริมาณการขายอยู่ที่ 7,287 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 5.7% QoQ แต่ลดลง 7.8% YoY
* **ราคาขายเฉลี่ยลดลง:** ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 597 บาทต่อพันชิ้น ลดลง 11.1% QoQ และ 32.9% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น QoQ:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.6% เพิ่มขึ้นจาก 13.2% ในไตรมาส 4/2565 แต่ลดลงจาก 24.5% ในไตรมาส 1/2565
* **ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง:** ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้จากการขายลดลงมาอยู่ที่ 8.8% จาก 12.9% ในไตรมาส 4/2565
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น:** อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 67.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 STGT มีรายได้รวมจากการขาย 4,581.1 ล้านบาท ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายปรับเพิ่มขึ้น 5.7% QoQ แต่ลดลง 7.8% YoY อยู่ที่ 7,287 ล้านชิ้น อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.6% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 132.3 ล้านบาท หรือ 0.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 2.9%
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ CWCG (Non-Detectable Protein Gloves) และกลุ่ม Specialty Gloves เช่น ถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) และถุงมือ Diamond Textured สำหรับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม จะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
* **การขยายตลาด:** ตั้งเป้าขยายตลาดไปยังกว่า 190 ประเทศภายใน 2 ปี จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้ากว่า 170 ประเทศทั่วโลก
* **ความได้เปรียบด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยี:** การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบยางธรรมชาติและต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่าคู่แข่ง รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตที่ยืดหยุ่น จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** การนำระบบ Automation และเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้จะช่วยลดต้นทุนและลดการพึ่งพิงแรงงาน
* **การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG):** การเป็นผู้นำด้าน ESG จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและดึงดูดนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** อุตสาหกรรมถุงมือยางยังคงมีการแข่งขันด้านราคาที่สูง จากอุปทานใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้บริษัทฯ จะมีความได้เปรียบด้านการเข้าถึงวัตถุดิบยางธรรมชาติ แต่ราคาวัตถุดิบยังคงมีความผันผวนตามปัจจัยตลาดโลก
* **การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้อุปสงค์ถุงมือยางทางการแพทย์ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงการระบาด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 104.3% YoY เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ปรับสูงขึ้นและการออกหุ้นกู้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยางในตลาดโลก
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขัน
* ความคืบหน้าในการพัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ (Specialty Gloves, CWCG)
* อัตราการใช้กำลังการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงิน
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณการขาย:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ปริมาณการขายในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 7,287 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 5.7% QoQ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มปริมาณการขายเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะลดลง 7.8% YoY
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP):** ASP ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้ง QoQ (-11.1%) และ YoY (-32.9%) สะท้อนภาวะตลาดโลกที่ราคาถุงมือยางลดลงหลังการระบาดของโควิด-19
* **Product Mix:** สัดส่วนถุงมือยางธรรมชาติ (NR) ที่ 81.1% (NRPD 43.0%, NRPF 38.1%) และถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) ที่ 18.9% เป็นจุดแข็งที่ช่วยบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรได้ดีกว่าคู่แข่งที่อาจพึ่งพิง NBR มากกว่า
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** อยู่ที่ 67.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แสดงถึงการบริหารจัดการการผลิตที่สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ฟื้นตัวขึ้น QoQ
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายการตลาดโดยตรง แต่ค่าใช้จ่าย SG&A โดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจรวมถึงการปรับลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดบางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 48,333.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินสดจำนวน 2,385.0 ล้านบาท ซึ่งนำไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น บริษัทฯ มีเงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ย 8,432.5 ล้านบาท โดยกว่า 6,702.3 ล้านบาทเป็นเงินกู้ที่ได้รับชดเชยดอกเบี้ยจากการยางแห่งประเทศไทย อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.23 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.24 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
STGT สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 132.3 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 แม้รายได้รวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่เน้นถุงมือยางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันด้านราคาและอุปสงค์ที่ลดลงหลังโควิด-19 แต่บริษัทฯ ยังมีโอกาสจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาด ขณะที่ต้องจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
5,390.39
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22
ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00
%
กำไรสุทธิ
-1,162.25
ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,325.17
+532.05%
|
-367.88
-185.93%
|
428.11
-142.83%
|
-999.49
-80.33%
|
-5,081.38
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,346.95
-46.18%
|
6,219.21
-23.26%
|
8,103.98
+10.33%
|
7,345.52
-894.45%
|
-924.60
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,743.73
-1.29%
|
1,766.59
+14.68%
|
1,540.41
-33.18%
|
2,305.46
-164.72%
|
-3,562.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,911.44
-58.07%
|
6,944.40
-26.66%
|
9,468.71
+20.76%
|
7,840.81
-181.78%
|
-9,587.81
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
24,273.99
+2,779.21%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,960.73
-24.19%
|
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
0.00
|