บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ
ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9244 out_tok=3055 at=2026-07-26T06:39:23 -->
# STGT กำไรสุทธิทรุด 99.5% ใน Q3/65 รับแรงกดดันราคาขาย-ปริมาณวูบ
## รายได้-กำไรหดตัวหนักตามภาวะตลาดโลก ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยชั่วคราว พร้อมเดินหน้าผลิตภัณฑ์ใหม่
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขาย 4,884.0 ล้านบาท ลดลง 55.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 21.8 ล้านบาท ลดลงถึง 99.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ STGT ในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง คือ **การปรับตัวลดลงอย่างมากของราคาขายเฉลี่ย (ASP) และปริมาณการขาย** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 99.5% YoY มาอยู่ที่ 21.8 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิหดตัวจาก 41.7% ใน Q3/64 เหลือเพียง 0.4% ใน Q3/65
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจาก **การคลี่คลายของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก** ทำให้ความต้องการถุงมือยางลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงที่โรคระบาดรุนแรง ประกอบกับการที่ผู้ผลิตทั่วโลกเร่งขยายกำลังการผลิตในช่วงก่อนหน้า ทำให้เกิด **อุปทานส่วนเกินในตลาดโลก** ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นยังกดดันให้ปริมาณการขายของบริษัทฯ ปรับตัวลดลง 11.5% YoY มาอยู่ที่ 6,381 ล้านชิ้น ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือเพียง 46.4% ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้น และกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 51.5% ใน Q3/64 เหลือ 11.5% ใน Q3/65
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราวและค่อยๆ ฟื้นตัว** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการคลี่คลายของโควิด-19 และการปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลปกติ (normalization) ของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่บริษัทฯ ไม่เคยประสบมาก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับลดเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตลง และมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) และผลิตภัณฑ์ specialty อื่นๆ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการฟื้นตัวในระยะต่อไป แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาขายและปริมาณการขายอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมจากการขาย Q3/65 อยู่ที่ 4,884.0 ล้านบาท ลดลง 55.0% YoY และ 25.3% QoQ** โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 48.8% YoY และปริมาณการขายที่ลดลง 11.5% YoY
* **กำไรสุทธิ Q3/65 อยู่ที่ 21.8 ล้านบาท ลดลง 99.5% YoY และ 96.5% QoQ** สะท้อนผลกระทบจากราคาขายและปริมาณการขายที่ลดลงอย่างรุนแรง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงเหลือ 11.5%** จาก 51.5% ใน Q3/64 และ 20.3% ใน Q2/65 เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลงและการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 9.1% YoY แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้** โดยสัดส่วน SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 11.0% จาก 5.4% ใน Q3/64 เนื่องจากรายได้รวมลดลงอย่างมาก
* **บริษัทฯ ปรับลดเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งภายในปี 2567 เหลือ 56,000 ล้านชิ้นต่อปี** จากเดิมที่คาดการณ์ไว้สูงกว่านี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะอุตสาหกรรมปัจจุบัน
* **บริษัทฯ ตัดสินใจไม่ทำการซื้อหุ้นคืน** เนื่องจากสถานการณ์ความท้าทายของอุตสาหกรรมถุงมือยางที่พลิกผันเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ และต้องการรักษาความระมัดระวังในการใช้เงินสดและสภาพคล่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 STGT มีรายได้จากการขายรวม 4,884.0 ล้านบาท ลดลง 55.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 25.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 48.8% YoY และปริมาณการขายที่ลดลง 11.5% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 90.0% YoY มาอยู่ที่ 559.6 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 11.5% จาก 51.5% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9.1% YoY แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้วกลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 11.0% เนื่องจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมาก ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 21.8 ล้านบาท ลดลงถึง 99.5% YoY และ 96.5% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 0.4%
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ “CWCG” (Clean World Clean Glove) หรือ Non-Detectable Protein Gloves ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และเตรียมพร้อมผลิตถุงมือกลุ่ม specialty รวมถึงถุงมือผ่าตัด (Surgical Gloves) สำหรับตลาดในประเทศในช่วงปลายปี 2565
* **ความได้เปรียบด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยี:** การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบยางธรรมชาติและต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่าคู่แข่ง รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถปรับเปลี่ยนระหว่างถุงมือยางธรรมชาติและไนไตรล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG):** การมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการน้ำเสีย และการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ ซึ่งอาจสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวและดึงดูดนักลงทุนที่ใส่ใจด้าน ESG
* **การปรับลดกำลังการผลิต:** การปรับลดเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับสภาวะอุตสาหกรรมปัจจุบัน อาจช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทานและส่งเสริมเสถียรภาพของราคาในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาและอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก:** อุตสาหกรรมถุงมือยางยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งอาจกดดันราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายต่อไป
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าราคาน้ำยางธรรมชาติจะปรับลดลง แต่ราคาน้ำยาง NBR ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ค่าขนส่ง และภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* **ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการใช้ถุงมือยางในอุตสาหกรรมต่างๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP) และปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของราคาขายและปริมาณการขายจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกลับมาของกำไร
* **ความคืบหน้าในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะถุงมือผ่าตัดและผลิตภัณฑ์ specialty อื่นๆ ว่าจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะมีผลต่ออัตรากำไร
* **สถานการณ์อุปทานในตลาดโลก:** การปรับตัวของกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายอื่นจะส่งผลต่อพลวัตของตลาด
* **การดำเนินงานด้าน ESG:** ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนภาพลักษณ์และมูลค่าของบริษัทฯ ในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณการขาย:** ในไตรมาส 3/2565 ปริมาณการขายอยู่ที่ 6,381 ล้านชิ้น ลดลง 11.5% YoY และ 16.3% QoQ ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นและการชะลอตัวของอุปสงค์หลังช่วงโควิด-19
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP):** อยู่ที่ 770 บาทต่อพันชิ้น (USD 21.2) ลดลง 48.8% YoY และ 8.5% QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้และกำไรโดยตรง
* **Product Mix:** บริษัทฯ ยังคงมี Product Mix ที่โดดเด่น โดยสัดส่วนถุงมือยางธรรมชาติชนิดไม่มีแป้ง (NRPF) อยู่ที่ 38.6%, ถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง (NRPD) ที่ 36.1% และถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) ที่ 25.3% ซึ่งความได้เปรียบในผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่ง
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** ลดลงเหลือ 46.4% ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติ และส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขาย เช่น ค่าออกบูธ ค่าเดินทางเพื่อพบลูกค้าในต่างประเทศ ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 49,511.3 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของเงินสด 6,012.3 ล้านบาท มาอยู่ที่ 14,993.8 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการขยายกำลังการผลิต ทำให้ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 5,307.6 ล้านบาท เป็น 25,846.5 ล้านบาท ด้านหนี้สินรวม บริษัทฯ มีเงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ย 9,268.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ (7,498.1 ล้านบาท) เป็นเงินกู้ที่ได้รับดอกเบี้ยชดเชยจากการยางแห่งประเทศไทย อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.25 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.22 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) จำนวน 1,500 ล้านบาท ในเดือนกันยายน 2565
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STGT ในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การร่วงลงของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขาย อันเป็นผลมาจากภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลกหลังการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 แม้ว่าบริษัทฯ จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกเหล่านี้ แต่ยังคงมีโอกาสจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านวัตถุดิบยางธรรมชาติ และการมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนการผลิตที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
5,390.39
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22
ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00
%
กำไรสุทธิ
-1,162.25
ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,325.17
+532.05%
|
-367.88
-185.93%
|
428.11
-142.83%
|
-999.49
-80.33%
|
-5,081.38
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,346.95
-46.18%
|
6,219.21
-23.26%
|
8,103.98
+10.33%
|
7,345.52
-894.45%
|
-924.60
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,743.73
-1.29%
|
1,766.59
+14.68%
|
1,540.41
-33.18%
|
2,305.46
-164.72%
|
-3,562.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,911.44
-58.07%
|
6,944.40
-26.66%
|
9,468.71
+20.76%
|
7,840.81
-181.78%
|
-9,587.81
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
24,273.99
+2,779.21%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,960.73
-24.19%
|
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
0.00
|