บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ
ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9174 out_tok=3074 at=2026-07-27T12:55:54 -->
# STGT กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 590% YoY รับราคาขายสูง แม้ปริมาณขายวูบจากโควิด
## รายได้โตแรง YoY แต่กำไรลดลง QoQ จากปัญหาโรงงานหยุดผลิต-ขนส่งทางทะเล
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 7,280.1 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 590.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 12,967.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164.7% YoY แต่ลดลง 16.0% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมากถึง 22.6% YoY และ 14.9% QoQ เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงงานต้องหยุดการผลิตชั่วคราว และปัญหาความแออัดของการขนส่งทางทะเล ส่งผลให้ปริมาณการขายต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยที่อยู่ในระดับสูงช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STGT ในไตรมาส 2/2564 คือ **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งสามารถชดเชยปริมาณการขายที่ลดลงได้ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตได้ถึง 164.7% YoY และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 590.5% YoY อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิกลับลดลง 27.6% เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมาก ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่งทั่วโลกสำหรับถุงมือยางทางการแพทย์และอุตสาหกรรม ประกอบกับปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำให้ราคาขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) โดยราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 244.6% YoY อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยลดลงเล็กน้อย 1.3% YoY (หรือ 4.8% QoQ เมื่อคิดเป็นสกุล USD) ในไตรมาสนี้
ในทางกลับกัน ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คือ **ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. **การหยุดการผลิตชั่วคราวของโรงงานในจังหวัดตรังและสุราษฎร์ธานี** เป็นเวลา 8-19 วัน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในกลุ่มพนักงาน ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ลดลงเหลือ 88%
2. **ปัญหาความแออัดของการขนส่งทางทะเลและการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้า** ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถส่งออกสินค้าได้ตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ **ต้นทุนวัตถุดิบ** ทั้งน้ำยางธรรมชาติ (NR) และน้ำยางสังเคราะห์ (NBR) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดย NR เพิ่มขึ้น 8.0% QoQ และ NBR เพิ่มขึ้น 10.4% QoQ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 74.0% ใน 1Q64 มาอยู่ที่ 66.7% ใน 2Q64
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะดีขึ้นในไตรมาสถัดไป ปัจจัยด้านราคาขายเฉลี่ยที่สูงมีแนวโน้มที่จะคงอยู่ในระดับสูงต่อไปได้จากอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการผลิตและการขนส่งที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้เป็นปัจจัยที่กระทบเป็นครั้งคราว และคาดว่าจะคลี่คลายลงในไตรมาสถัดไป โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการผลิตแล้ว และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการขายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 7,280.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 590.5% YoY** แต่ลดลง 27.6% QoQ
* **รายได้รวม 12,967.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164.7% YoY** แต่ลดลง 16.0% QoQ
* **ปริมาณการขายลดลง 22.6% YoY และ 14.9% QoQ** เหลือ 5,713 ล้านชิ้น จากปัญหาการผลิตและขนส่ง
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) เพิ่มขึ้น 244.6% YoY** แต่ลดลง 1.3% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 66.7%** ลดลงจาก 74.0% ใน 1Q64 แต่สูงกว่า 29.2% ใน 2Q63
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 56.1%**
* **บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 1.25 บาทต่อหุ้น** ในเดือน ก.ย. และอีกไม่น้อยกว่า 1.25 บาทต่อหุ้นในเดือน ธ.ค.
* **แผนขยายกำลังการผลิต** คาดสิ้นปี 2565 จะมีกำลังการผลิตติดตั้งราว 50,000 ล้านชิ้นต่อปี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2564 STGT มีรายได้จากการขายรวม 12,967.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164.7% YoY แต่ลดลง 16.0% QoQ โดยมีปริมาณการขาย 5,713 ล้านชิ้น ลดลง 22.6% YoY และ 14.9% QoQ ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 2,268 บาทต่อพันชิ้น เพิ่มขึ้น 244.6% YoY แต่ลดลง 1.3% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 66.7% ลดลงจาก 74.0% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่สูงกว่า 29.2% ในปีก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,280.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 590.5% YoY แต่ลดลง 27.6% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 56.1%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 28,401.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 227.4% YoY และมีกำไรสุทธิ 17,331.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1068.7% YoY
## โอกาส
* **อุปสงค์ถุงมือยางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง** โดยเฉพาะในกลุ่มการแพทย์และอุตสาหกรรม
* **การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง** โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2565 จะมีกำลังการผลิตติดตั้งราว 50,000 ล้านชิ้นต่อปี และ 80,000 ล้านชิ้นภายในปี 2567
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่** เช่น ถุงมือยางธรรมชาติรุ่น Spectrum ที่มีสีสันหลากหลาย และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม คาดพร้อมวางตลาดใน 4Q/2564
* **ศักยภาพและความโดดเด่นด้าน ESG** การใช้พลังงานชีวมวล การดูแลพนักงานที่เป็น Best in Class และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและภาพลักษณ์ที่ดี
* **การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST)** ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและขยายฐานนักลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ** โดยเฉพาะน้ำยางธรรมชาติ (NR) และน้ำยางสังเคราะห์ (NBR) ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
* **ปัญหาการขนส่งทางทะเล** ความแออัดและการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและการส่งมอบสินค้า
* **การระบาดของ COVID-19** ที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตหากเกิดการแพร่ระบาดในโรงงานอีกครั้ง
* **การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม** แม้ว่า STGT จะมีจุดแข็งด้านคุณภาพและกำลังการผลิต แต่การแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** แม้บริษัทฯ จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP)** ว่าจะสามารถคงอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19** และผลกระทบต่อการผลิตและการดำเนินงานของโรงงาน
* **ความคืบหน้าของการขยายกำลังการผลิต** และการเข้าสู่ตลาดของผลิตภัณฑ์ใหม่
* **สถานการณ์การขนส่งทางทะเล** และแนวโน้มการคลี่คลายของปัญหาความแออัด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ** โดยเฉพาะน้ำยางธรรมชาติและ NBR
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณการขาย:** ลดลง 22.6% YoY และ 14.9% QoQ อยู่ที่ 5,713 ล้านชิ้น สาเหตุหลักจากการหยุดการผลิตชั่วคราวเนื่องจากโควิด-19 และปัญหาการขนส่งทางทะเล
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP):** อยู่ที่ 2,268 บาทต่อพันชิ้น เพิ่มขึ้น 244.6% YoY แต่ลดลง 1.3% QoQ
* **โครงสร้างผลิตภัณฑ์:** ถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) สร้างรายได้สูงสุด 45.8% รองลงมาคือถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง (NRPD) 31.0% และถุงมือยางธรรมชาติชนิดไม่มีแป้ง (NRPF) 23.2% บริษัทฯ มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนการผลิตระหว่าง NRPF และ NBR
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** ลดลงเหลือ 88% ใน 2Q64 จากผลกระทบการหยุดโรงงาน
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** น้ำยาง NR เพิ่มขึ้น 8.0% QoQ และ 80.5% YoY, น้ำยาง NBR เพิ่มขึ้น 10.4% QoQ และ 153.7% YoY
* **ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร (SG&A):** เพิ่มขึ้น 89.3% YoY และ 5.4% QoQ โดยมีค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ สัดส่วน SG&A/Sales อยู่ที่ 3.6%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 52,504.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดจำนวนมากถึง 25,395.0 ล้านบาท
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามแผน ทำให้ระยะเวลาการขายสินค้า (Days Inventory) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้วงจรเงินสด (Cash Cycle) เพิ่มจาก 27.0 วัน เป็น 58.6 วัน
* **เงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ย:** 8,108.4 ล้านบาท เกือบทั้งหมดได้รับดอกเบี้ยชดเชยจากการยางแห่งประเทศไทย ทำให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยสำหรับวงเงินก้อนนี้
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** คงที่ที่ 0.21 เท่า
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** มีการเปลี่ยนแปลงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะวงจรเงินสดที่ยาวขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STGT ในไตรมาส 2/2564 คือราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณการขายที่ลดลงอันเนื่องมาจากปัญหาการผลิตและการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าภาพรวมจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า บริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรองรับอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ ปัญหาการขนส่ง และการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
5,390.39
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22
ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00
%
กำไรสุทธิ
-1,162.25
ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,325.17
+532.05%
|
-367.88
-185.93%
|
428.11
-142.83%
|
-999.49
-80.33%
|
-5,081.38
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,346.95
-46.18%
|
6,219.21
-23.26%
|
8,103.98
+10.33%
|
7,345.52
-894.45%
|
-924.60
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,743.73
-1.29%
|
1,766.59
+14.68%
|
1,540.41
-33.18%
|
2,305.46
-164.72%
|
-3,562.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,911.44
-58.07%
|
6,944.40
-26.66%
|
9,468.71
+20.76%
|
7,840.81
-181.78%
|
-9,587.81
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
24,273.99
+2,779.21%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,960.73
-24.19%
|
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
0.00
|