บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เดิบโตร้อยละ 4,113.6 YoY จากความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลก โ
ดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไหม่ (New Case) ทั่วโลกเฉลี่ยใน 3Q63 อยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากคำเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวัน ใน 2Q63 อีกทั้งความต้องการบริโภคถุงมือยางที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากการเกิดขึ้นของ COVID-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15940 out_tok=3157 at=2026-07-26T06:24:04 -->
# STGT กำไรสุทธิ Q2/66 เหลือ 15.2 ล้านบาท ลดลง 88.5% QoQ รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมฟื้นตัว 10% QoQ แต่กำไรสุทธิหดตัวแรง เหตุต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ขณะอุตสาหกรรมยังเผชิญอุปทานส่วนเกิน
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 15.2 ล้านบาท ลดลง 88.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และลดลง 97.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้รายได้จากการขายรวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.0% QoQ เป็น 5,036.9 ล้านบาท แต่ถูกกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์ ประกอบกับอุตสาหกรรมถุงมือยางยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ STGT ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว** โดยเฉพาะราคาน้ำยางธรรมชาติที่ปรับขึ้น 7.0% QoQ และน้ำยางสังเคราะห์ที่เพิ่มขึ้น 4.6% QoQ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 60.7% YoY แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น 5.1% QoQ เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 5.1% QoQ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทัน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 38.4% QoQ ซึ่งเป็นผลจากการที่อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 58.9% ทำให้ค่าใช้จ่ายบางส่วนถูกปันส่วนเป็นค่าใช้จ่ายบริหารมากขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก (น้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์) เป็นปัจจัยกดดันโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมต้นทุนที่สูงขึ้น ประกอบกับสถานการณ์อุตสาหกรรมถุงมือยางที่ยังมีอุปทานส่วนเกิน ทำให้การผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคทำได้จำกัด ในส่วนของค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการที่อัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่สูงนัก ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเสื่อมราคาและเงินเดือน ถูกปันส่วนไปยังต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารในสัดส่วนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเผื่อหนี้สูญ และค่าที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นไตรมาสแรกในรอบ 2 ปี และปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมา บ่งชี้ถึงสัญญาณที่ดีขึ้นของตลาด โดยเฉพาะในโซนอเมริกาเหนือและยุโรปที่สถานการณ์ overstock คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม การที่อัตราการใช้กำลังการผลิตยังอยู่ที่ 58.9% และอุตสาหกรรมยังคงเผชิญกับอุปทานส่วนเกิน บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายอาจยังคงอยู่ โดยเฉพาะหากราคาน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์ยังคงอยู่ในระดับสูง การฟื้นตัวของกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญอาจต้องรอการปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานในตลาดให้เข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 88.5% QoQ เหลือ 15.2 ล้านบาท:** เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.0% QoQ เป็น 5,036.9 ล้านบาท:** ได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย 5.1% QoQ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 5.1% QoQ
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10.2% QoQ:** ตามราคาน้ำยางธรรมชาติ (+7.0% QoQ) และน้ำยางสังเคราะห์ (+4.6% QoQ)
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY:** อยู่ที่ 10.4% จาก 22.5% ใน Q2/65 เนื่องจากอุปสงค์และราคาขายถุงมือยางชะลอตัวหลังโควิด-19
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.9%:** ยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 38.4% QoQ
* **ปริมาณการขายเติบโตต่อเนื่อง:** เพิ่มขึ้น 0.4% YoY และ 5.1% QoQ โดยเฉพาะถุงมือยางธรรมชาติไม่มีแป้ง (NRPF) และยางสังเคราะห์ (NBR)
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 STGT มีรายได้จากการขายรวม 5,036.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ลดลง 23.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสัดส่วนรายได้จากถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง (NRPD) 36%, ชนิดไม่มีแป้ง (NRPF) 42% และยางสังเคราะห์ (NBR) 22% ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 627 บาท/พันชิ้น เพิ่มขึ้น 5.1% QoQ แต่ลดลง 25.5% YoY ปริมาณการขายอยู่ที่ 7,660 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 5.1% QoQ และ 0.4% YoY ต้นทุนขายอยู่ที่ 4,515.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% QoQ ตามราคาน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 521.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 10.4% แต่ลดลง 60.7% YoY ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 38.4% QoQ เป็น 555.5 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ (6.5) ล้านบาท จาก 161.0 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุนสุทธิ 15.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การคลี่คลายของภาวะ Overstock:** ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มถุงมือยางธรรมชาติไม่มีแป้ง (NRPF) และยางสังเคราะห์ (NBR) ในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป บ่งชี้ว่าสถานการณ์สินค้าคงค้างในสต็อกเริ่มคลี่คลายลง
* **การปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย:** เป็นสัญญาณบวกแรกในรอบ 2 ปีที่บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งอาจช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในอนาคต
* **การขยายตลาด:** ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าไปยังกว่า 190 ประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ 170 ประเทศ
* **การเพิ่มผลิตภัณฑ์ Specialty Gloves:** มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์เฉพาะทางมากขึ้น เช่น ถุงมือปราศจากโปรตีน ถุงมือผ่าตัด และถุงมือ Diamond Textured เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
* **การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** มุ่งมั่นลดต้นทุนการผลิตต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยี Automation และการเพิ่มประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **อุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรม:** ยังคงเป็นความท้าทายหลักที่กดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของราคาน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์:** ต้นทุนวัตถุดิบหลักยังคงมีความผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไร
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำ:** อยู่ที่ 58.9% ทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น และส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงยังคงส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขาย:** จะสามารถปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องได้หรือไม่ เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ทิศทางราคาน้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไร
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** การเพิ่มขึ้นของ Utilization rate จะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าใช้จ่าย SG&A และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการลดต้นทุนผ่านเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต
* **สถานการณ์อุปทานส่วนเกินในตลาด:** การปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลของอุตสาหกรรมจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของราคาขาย
* **การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความสำเร็จในการเจาะตลาดใหม่และการออกผลิตภัณฑ์ Specialty Gloves
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **Sizing/Volume:** ปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 7,660 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 5.1% QoQ และ 0.4% YoY โดยปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นมาจากถุงมือยางธรรมชาติชนิดไม่มีแป้ง (NRPF) และถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป
* **ราคาขาย (Average Selling Price - ASP):** อยู่ที่ 627 บาท/พันชิ้น เพิ่มขึ้น 5.1% QoQ แต่ลดลง 25.5% YoY การปรับขึ้นราคา QoQ เป็นสัญญาณบวกแรกในรอบ 2 ปี
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (Raw Material Costs):** ราคาน้ำยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น 7.0% QoQ และน้ำยางสังเคราะห์เพิ่มขึ้น 4.6% QoQ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด (Marketing Expenses):** ไม่ได้ระบุแยกชัดเจน แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) โดยรวมเพิ่มขึ้น 38.4% QoQ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย
* **ช่องทางขาย (Sales Channels):** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดของช่องทางขาย (เช่น Modern Trade, ออนไลน์) แต่ระบุว่าตลาดหลักของ NRPF และ NBR คืออเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งมักใช้ช่องทางที่หลากหลาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 47,570.0 ล้านบาท ลดลง 2.0% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 6,405.9 ล้านบาท สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน 4,615.2 ล้านบาท สินค้าคงเหลือ 3,877.8 ล้านบาท และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 25,864.3 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 10,633.6 ล้านบาท ลดลง 9.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินหลักคือเงินกู้ยืมระยะยาวจาก กยท. 4,479.5 ล้านบาท และหุ้นกู้ 1,498.5 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 36,936.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD) อยู่ที่ 0.22 เท่า ลดลงเล็กน้อย
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 322.0 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 6,900.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,591.3 ล้านบาท
## สรุปท้าย
STGT ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้และปริมาณการขายจะเริ่มฟื้นตัวตามสัญญาณที่ดีขึ้นของตลาด แต่การที่อัตราการใช้กำลังการผลิตยังอยู่ในระดับต่ำและอุตสาหกรรมยังคงมีอุปทานส่วนเกิน ทำให้บริษัทฯ ยังคงต้องบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด โอกาสในการฟื้นตัวของกำไรจะขึ้นอยู่กับการปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานในตลาด รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STGT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
5,390.39
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
377.22
ล้านบาท
↓ 32% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.00
%
กำไรสุทธิ
-1,162.25
ล้านบาท
↓ 308.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-21.56
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,390
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
377
↓ -32%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,162
↓ -308.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.29
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
13.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,347
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,325.17
+532.05%
|
-367.88
-185.93%
|
428.11
-142.83%
|
-999.49
-80.33%
|
-5,081.38
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,346.95
-46.18%
|
6,219.21
-23.26%
|
8,103.98
+10.33%
|
7,345.52
-894.45%
|
-924.60
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,743.73
-1.29%
|
1,766.59
+14.68%
|
1,540.41
-33.18%
|
2,305.46
-164.72%
|
-3,562.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,911.44
-58.07%
|
6,944.40
-26.66%
|
9,468.71
+20.76%
|
7,840.81
-181.78%
|
-9,587.81
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
24,273.99
+2,779.21%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,960.73
-24.19%
|
3,905.36
-7.68%
|
4,230.14
-70.52%
|
14,350.70
-31.68%
|
21,006.13
-13.46%
|
0.00
|