บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.22
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10707 out_tok=2606 at=2026-07-26T04:55:30 -->
# SPA พลิกขาดทุนสุทธิปี 65 เหลือเพียง 88 ล้านบาท รับอานิสงส์โควิดคลี่คลาย-ท่องเที่ยวฟื้น
## รายได้รวมโต 312% สวนทางต้นทุนที่เพิ่มน้อยกว่า หนุน GPM พลิกบวก
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิจำนวน 286.7 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 88 ล้านบาทในปี 2565 คิดเป็นการลดลงของผลขาดทุนถึง 69% โดยมีรายได้รวม 721.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 312% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง การเปิดประเทศ และการกลับมาของนักท่องเที่ยว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SPA พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการสปาและธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการคลี่คลายของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยมีความมั่นใจในการกลับมาใช้บริการสปามากขึ้น ประกอบกับการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบของไทย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากกลุ่มตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ นอกจากนี้ ไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ยังเป็นปัจจัยหนุนให้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร (บริษัท สยามเวลเนสรีสอร์ท จำกัด - SWR) ก็มีการฟื้นตัวที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 190% จาก 318.5 ล้านบาท เป็น 630.8 ล้านบาท แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ **น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 324% ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 190% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 89% ส่งผลให้ Gross Profit Margin พลิกจากติดลบ 90% มาเป็นบวก 11% ในปี 2565
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นอย่างมาก และสปากลับมาเปิดได้เต็มรูปแบบอีกครั้ง รวมถึงได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ การฟื้นตัวของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เริ่มเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 3 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การท่องเที่ยวโลก และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 312%** แตะ 721.3 ล้านบาท จาก 174.9 ล้านบาทในปี 2564
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 69%** เหลือ 88 ล้านบาท จากขาดทุน 286.7 ล้านบาทในปี 2564
* **Gross Profit Margin พลิกเป็นบวก 11.31%** จาก -90.03% ในปีก่อน
* **Net Profit Margin ดีขึ้นอย่างมาก** อยู่ที่ -12.38% จาก -171.06% ในปีก่อน
* **จำนวนสาขาทั้งหมด 70 สาขา** (67 ในประเทศ, 3 ในต่างประเทศ) เปิดเพิ่ม 3 สาขา และปิด 3 สาขา
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก** ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 721.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 312% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ลูกค้าชาวไทยกลับมาใช้บริการสปามากขึ้น และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย
ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 630.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่น้อยกว่ารายได้ ทำให้ Gross Profit Margin พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 11.31% จากที่ติดลบ 90.03% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายรวมอยู่ที่ 157.5 ล้านบาท (รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 127.1 ล้านบาท และดอกเบี้ยจ่าย 50.3 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้เงินเพิ่มและการปรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในปี 2565 อยู่ที่ 88 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 69% จากขาดทุนสุทธิ 286.7 ล้านบาทในปี 2564 โดยบริษัทฯ สามารถกลับมามีกำไรได้ในไตรมาส 3 ของปี 2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจสปาและโรงแรม
* **ฐานลูกค้าใหม่:** การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้ดี
* **การกลับมาของลูกค้าคนไทย:** ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าคนไทยในการใช้บริการสปา
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์โรคระบาด:** การกลับมาระบาดของโรค หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจสปาและโรงแรมมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งการตลาด
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การกู้ยืมเงินเพื่อการดำเนินงานและการขยายธุรกิจ อาจมีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การมีรายได้จากลูกค้าต่างชาติย่อมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2566:** เพื่อประเมินการเติบโตต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2565
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าแรงพนักงานและค่าวัตถุดิบ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การขยายฐานลูกค้าต่างชาติ:** ความสำเร็จในการดึงดูดและรักษาลูกค้าจากกลุ่มตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย
* **การบริหารหนี้สิน:** โดยเฉพาะหนี้สินตามสัญญาเช่าที่สูงขึ้นจากการบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่
* **การเปิดสาขาใหม่:** แผนการขยายสาขาและการลงทุนในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการสปา:** เติบโต 324% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยรายได้จากสาขาเดิมและสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 150% และ 25% ตามลำดับ แบรนด์หลักอย่าง Let's Relax เติบโต 138%
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร:** รายได้เพิ่มขึ้น 33% โดยมีอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 3
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา:** สัดส่วนรายได้ลดลงเหลือ 18% จาก 25% เนื่องจากรายได้จากการให้บริการเติบโตโดดเด่นกว่า
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 190% แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 190% เป็น 89% เนื่องจากค่าใช้จ่ายผันแปรเพิ่มขึ้นตามปริมาณการให้บริการ และค่าใช้จ่ายคงที่บางรายการปรับสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นปี 2565 มี 70 สาขา (67 ในประเทศ, 3 ต่างประเทศ) มีการเปิด 3 สาขา และปิด 3 สาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 7.14% เป็น 2,419.1 ล้านบาท โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 68.32% เป็น 184.9 ล้านบาท
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น:** เพิ่มขึ้น 97.60% เป็น 30.15 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจกลับมาดำเนินการปกติ
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 12.86% เป็น 1,850.1 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 36% และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 8.00% เป็น 569.0 ล้านบาท จากการตีราคาทรัพย์สินหักด้วยผลขาดทุนสุทธิ
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** เป็นบวกประมาณ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio):** เพิ่มขึ้นเป็น 3.25 จาก 2.65 ในปีก่อนหน้า โดยส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่
## สรุปท้าย
SPA พลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2565 ด้วยการกลับมาของรายได้จากการให้บริการสปาและธุรกิจโรงแรมที่แข็งแกร่ง จากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว แม้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มากกว่าทำให้ Gross Profit Margin พลิกเป็นบวกและขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและการขยายฐานลูกค้าใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการที่ดีขึ้นในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและการบริหารจัดการหนี้สินยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPA ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
477.04
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.29
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.05
%
กำไรสุทธิ
55.65
ล้านบาท
↓ 39.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.67
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↑ + 8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
124
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
56
↓ -39.4%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
15.21
ROA (%)
11.26
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.39
-14.43%
|
-245.88
+31.28%
|
-187.30
-514.38%
|
45.20
-17.31%
|
54.66
+66.90%
|
32.75
-89.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.72
-225.84%
|
-150.76
-974.99%
|
17.23
-83.06%
|
101.70
-2,487.32%
|
-4.26
-96.76%
|
-131.58
-38.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.88
-69.76%
|
280.67
+5.69%
|
265.55
-483.41%
|
-69.26
-36.28%
|
-108.69
-167.59%
|
160.80
-217.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.22
-155.37%
|
-115.98
-221.47%
|
95.48
+23.01%
|
77.62
-233.16%
|
-58.29
-194.06%
|
61.97
-330.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
109.85
-4.09%
|
114.53
+117.90%
|
52.56
-33.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
155.53
-1.26%
|
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
0.00
|
0.00
|