บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.22
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13122 out_tok=2491 at=2026-07-26T05:05:08 -->
# SPA กำไรสุทธิปี 64 ขาดทุนเพิ่ม 37% รับผลกระทบโควิดหนัก
## รายได้รวมวูบ 60% ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์ดึงลูกค้าไทย-ออนไลน์
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีรายได้รวม 174.94 ล้านบาท ลดลง 59.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีผลขาดทุนสุทธิ 286.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.1% โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจบริการอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์และมองหาโอกาสในการเติบโต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2564 คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมลดลงถึง 59.8% และทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 37.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของธุรกิจสปาซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทที่ลดลงถึง 54%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท คือ นักท่องเที่ยว ไม่สามารถเดินทางเข้ามาใช้บริการได้ นอกจากนี้ ธุรกิจของกลุ่มบริษัทยังต้องหยุดให้บริการเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนครึ่งในปี 2564 ตามประกาศคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิมลดลง 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เกือบ 100% และมีการเปิดให้บริการในบางพื้นที่ตามโครงการ Phuket Sandbox ในไตรมาส 3 และกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายคงที่ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น ค่าเช่าบางส่วน ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคา ประกอบกับการกู้ยืมเงินเพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่อง ทำให้มีค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 105.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากการวิเคราะห์เอกสาร พบว่าสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจในปี 2564 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ เช่น การเน้นทำการตลาดกลุ่มคนไทย การออกแคมเปญพิเศษผ่านช่องทางออนไลน์ การเริ่มระบบ Royalty Program และการศึกษาโปรแกรมอื่นๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าคนไทย รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน เช่น การต่อรองค่าเช่า และการเร่งระบายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งหากสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ตามปกติ คาดว่าผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 ลดลง 59.8%** อยู่ที่ 174.94 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19
* **ขาดทุนสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 37.1%** อยู่ที่ 286.72 ล้านบาท
* **ธุรกิจสปาซึ่งเป็นรายได้หลัก ลดลง 54%** จากการหยุดให้บริการและนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้
* **จำนวนสาขา ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 70 สาขา** (เปิดเพิ่ม 3 สาขา ปิด 3 สาขา)
* **ยอดขายสินค้าออนไลน์เติบโตเกือบ 100%** ชดเชยยอดขายหน้าร้านที่ลดลง
* **ได้รับเงินกู้วงใหม่ 175 ล้านบาท** เพื่อเสริมสภาพคล่องรับมือสถานการณ์โควิด-19
* **Debt to Equity Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 2.65** จาก 1.91 ในปีก่อนหน้า เนื่องจากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 174.94 ล้านบาท ลดลง 59.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวชะลอตัว และธุรกิจต้องหยุดให้บริการเป็นระยะเวลาหนึ่ง ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 37.1% เป็น 286.72 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2564 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการตามปกติและเป็นช่วง High Season ผลขาดทุนสุทธิได้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ตามปกติ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** บริษัทมีศักยภาพในการเพิ่มยอดขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา
* **การปรับกลยุทธ์เจาะตลาดคนไทย:** การเน้นทำการตลาดกลุ่มคนไทย การออกแคมเปญพิเศษ และการพัฒนาระบบ Royalty Program จะช่วยสร้างฐานลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การเจรจาต่อรองค่าเช่าและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดภาระต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวและการดำเนินธุรกิจอีกครั้ง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจสปาและการท่องเที่ยวมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลต่อความต้องการใช้บริการสปา
* **ภาระหนี้สิน:** การมีหนี้สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหนี้สินตามสัญญาเช่า อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้และอัตราส่วนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดสำหรับคนไทย:** การตอบรับของลูกค้าคนไทยต่อแคมเปญและโปรแกรมต่างๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่า:** ความสามารถในการเจรจาต่อรองค่าเช่ากับผู้ให้เช่าอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของยอดขายออนไลน์:** ศักยภาพในการขยายช่องทางและเพิ่มยอดขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางรายได้ที่ยังไม่เต็มที่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการสปา:** ลดลง 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแบรนด์ Let’s Relax ลดลง 35%, ระรินจินดา ลดลง 11%, บ้านสวน ลดลง 6% และแบรนด์อื่นๆ ลดลง 5% รายได้ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดลดลง 33% และ 15% ตามลำดับ
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร:** รายได้ลดลง 2% โดย Occupancy Rate และ Average Room Rate ลดลงอย่างมาก
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา:** สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 13% เป็น 15% ของรายได้รวม แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลง แต่ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตเกือบ 100%
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 37.1% เนื่องจากรายได้ที่ลดลงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง เช่น ค่าแรงพนักงานนวดและวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีภาระค่าใช้จ่ายคงที่ ทำให้ยังคงขาดทุนขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่าย:** เพิ่มขึ้น 9.2% โดยมีสาเหตุหลักจากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้เงินเพิ่ม และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองสำหรับสาขาที่คาดว่าจะปิด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 14% อยู่ที่ 2,257.84 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเล็กน้อยจากการได้รับเงินกู้วงใหม่และมีการเบิกจ่ายเงินกู้เดิม ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลงจากการเร่งรัดชำระหนี้
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 5.07% อยู่ที่ 1,639.35 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง เงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 41% และหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลง 20%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 32% อยู่ที่ 618.49 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิในระหว่างปี
* **กระแสเงินสด:** ได้รับเงินกู้วงใหม่ 175 ล้านบาท และมีการจ่ายคืนเงินกู้และดอกเบี้ย 25 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ SPA อย่างยิ่ง จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้รายได้รวมลดลงถึง 59.8% และขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 37.1% แม้ว่าบริษัทจะพยายามปรับกลยุทธ์ด้วยการเน้นตลาดคนไทยและช่องทางออนไลน์ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน แต่การฟื้นตัวของธุรกิจยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องจะเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
477.04
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.29
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.05
%
กำไรสุทธิ
55.65
ล้านบาท
↓ 39.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.67
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↑ + 8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
124
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
56
↓ -39.4%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
15.21
ROA (%)
11.26
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.39
-14.43%
|
-245.88
+31.28%
|
-187.30
-514.38%
|
45.20
-17.31%
|
54.66
+66.90%
|
32.75
-89.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.72
-225.84%
|
-150.76
-974.99%
|
17.23
-83.06%
|
101.70
-2,487.32%
|
-4.26
-96.76%
|
-131.58
-38.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.88
-69.76%
|
280.67
+5.69%
|
265.55
-483.41%
|
-69.26
-36.28%
|
-108.69
-167.59%
|
160.80
-217.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.22
-155.37%
|
-115.98
-221.47%
|
95.48
+23.01%
|
77.62
-233.16%
|
-58.29
-194.06%
|
61.97
-330.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
109.85
-4.09%
|
114.53
+117.90%
|
52.56
-33.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
155.53
-1.26%
|
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
0.00
|
0.00
|