บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.22
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9879 out_tok=2748 at=2026-07-26T05:39:14 -->
# SPA กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 643.9% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น
## รายได้รวมโตกว่า 96% หนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุน-ค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 389.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 96.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 81.50 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 14.98 ล้านบาทในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นถึง 643.9%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPA ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการท่องเที่ยว** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้บริการสปาและโรงแรม โดยรายได้รวมเติบโตถึง 96.6% YoY และพลิกจากขาดทุนสุทธิ 14.98 ล้านบาทในปีก่อน มามีกำไรสุทธิ 81.50 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ของ SPA เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงการเข้ามาของลูกค้าจากภูมิภาคอื่นๆ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย นอกจากนี้ ลูกค้าชาวไทยยังคงเป็นฐานรายได้ที่สำคัญ โดยรายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิม (Same-Store Sales) เพิ่มขึ้นถึง 15% YoY และการขยายสาขาใหม่ก็ช่วยเพิ่มรายได้อีก 7%
ในส่วนของธุรกิจโรงแรม (SWR) อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate) ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่ารายได้จากผลิตภัณฑ์สปา (SWL) จะใกล้เคียงกับปีก่อน
ในด้านการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการสามารถควบคุมต้นทุนขายและบริการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แม้ว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 68% ของรายได้ จาก 86% ในปีก่อน เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายแปรผัน เช่น ค่าแรง วัตถุดิบ สาธารณูปโภค เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 32% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) และดอกเบี้ยจ่ายมีการบริหารจัดการที่ดี โดยค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโตอย่างมาก และดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการ Refinance และการชำระคืนเงินกู้
ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิคือ **การใช้เครดิตภาษีจากผลขาดทุนทางภาษีในปีก่อนๆ** ซึ่งทำให้ภาระภาษีเงินได้ลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SPA นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การบริหารจัดการหนี้สินและการ Refinance วงเงินกู้ยังช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 พุ่ง 96.6% YoY** แตะ 389.04 ล้านบาท จาก 197.91 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกเป็น 81.50 ล้านบาท** จากขาดทุนสุทธิ 14.98 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเติบโต 643.9%
* **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 21.23%** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -12.38% ในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิม (SSS) เพิ่มขึ้น 15% YoY** สะท้อนการกลับมาใช้บริการของลูกค้า
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 55.5% YoY** ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงบริหารจัดการได้ดี
* **หนี้สินรวมลดลง 39.73% YoY** จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ส่งผลให้ Debt to Equity Ratio ลดลงจาก 3.25 เหลือ 1.47
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SPA มีรายได้รวม 389.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.6% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน รวมถึงลูกค้าจากภูมิภาคอื่นๆ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย รายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 15% และการขยายสาขาใหม่ช่วยเพิ่มรายได้อีก 7% ธุรกิจโรงแรม (SWR) มี Occupancy Rate และ ADR เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา (SWL) รายได้ใกล้เคียงปีก่อน
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 55.5% YoY ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับที่ดีที่ 32% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 81.50 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 14.98 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการใช้เครดิตภาษี
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว:** คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ของ Let's Relax และ Stretch Me Clinic ช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรที่ดี
* **การใช้เครดิตภาษี:** ผลขาดทุนทางภาษีที่สามารถนำมาใช้ได้ จะช่วยหนุนกำไรสุทธิในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยว:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การเมือง หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจสปาและโรงแรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าแรง ค่าเช่า และต้นทุนวัตถุดิบที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีรายได้หรือค่าใช้จ่ายในสกุลเงินต่างประเทศ อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ในไตรมาสถัดไป
* ผลประกอบการของสาขาที่เปิดใหม่ และความสามารถในการทำกำไร
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง
* ความคืบหน้าในการติดตามหนี้ค่าหุ้นรอรับชำระคืน
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดและการชำระคืนเงินกู้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวม Q3/2566 อยู่ที่ 389.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.6% YoY โดยรายได้จากธุรกิจสปา (SWG) เพิ่มขึ้น 13% (แบ่งเป็น SSS +15%, ขยายสาขา +7%) ธุรกิจโรงแรม (SWR) เพิ่มขึ้น 3% จาก Occupancy Rate และ ADR ที่สูงขึ้น ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา (SWL) ใกล้เคียงปีก่อน
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้น Q3/2566 มี 38 สาขา (35 ในประเทศ, 3 ต่างประเทศ) เพิ่มขึ้น 2 สาขา Let's Relax, 1 สาขา Stretch Me Clinic โดยมีการปิด 1 สาขาในประเทศและ 1 สาขาในกัมพูชา
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อยู่ที่ 32% ใกล้เคียงระดับปกติก่อนโควิด-19
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM):** อยู่ที่ 21.23% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -12.38% ในปีก่อน
* **ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีค่าแรง วัตถุดิบ สาธารณูปโภค เป็นต้นทุนแปรผันหลัก ส่วนต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่า ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ได้รับส่วนลดค่าเช่าน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 1,876.12 ล้านบาท ลดลง 22.45% YoY สาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (นำไปชำระคืนเงินกู้) และสินทรัพย์สิทธิการใช้ (ตามมาตรฐานบัญชีสัญญาเช่า)
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 1,115.05 ล้านบาท ลดลง 39.73% YoY โดยหนี้สินระยะยาวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 761.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.76% YoY จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
* **กระแสเงินสด:** เงินสดลดลง 21.06% YoY เนื่องจากนำเงินสดส่วนเกินไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และลงทุนขยายสาขา บริษัทฯ เชื่อว่ามีเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินงานและชำระหนี้ใน 1-2 ปีข้างหน้า
* **อัตราส่วนทางการเงิน:**
* Current Ratio อยู่ที่ 0.72 (หากไม่รวมหนี้สัญญาเช่า จะเป็น 1.15)
* Debt to Equity Ratio ลดลงจาก 3.25 เหลือ 1.47
* Interest Coverage Ratio เพิ่มขึ้นจาก -2.77 เป็น 7.07
## สรุปท้าย
SPA กลับมาทำกำไรได้อย่างโดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตเกือบเท่าตัว และพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิกว่า 81 ล้านบาท การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเครดิตภาษี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยวและการแข่งขัน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริหารจัดการที่ดีของฝ่ายจัดการ ทำให้ SPA มีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมเชิงบวกนี้ต่อไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPA ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
477.04
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.29
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.05
%
กำไรสุทธิ
55.65
ล้านบาท
↓ 39.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.67
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↑ + 8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
124
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
56
↓ -39.4%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
15.21
ROA (%)
11.26
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.39
-14.43%
|
-245.88
+31.28%
|
-187.30
-514.38%
|
45.20
-17.31%
|
54.66
+66.90%
|
32.75
-89.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.72
-225.84%
|
-150.76
-974.99%
|
17.23
-83.06%
|
101.70
-2,487.32%
|
-4.26
-96.76%
|
-131.58
-38.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.88
-69.76%
|
280.67
+5.69%
|
265.55
-483.41%
|
-69.26
-36.28%
|
-108.69
-167.59%
|
160.80
-217.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.22
-155.37%
|
-115.98
-221.47%
|
95.48
+23.01%
|
77.62
-233.16%
|
-58.29
-194.06%
|
61.97
-330.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
109.85
-4.09%
|
114.53
+117.90%
|
52.56
-33.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
155.53
-1.26%
|
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
0.00
|
0.00
|