บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.22
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13060 out_tok=2886 at=2026-07-26T05:21:01 -->
SPA กำไรสุทธิ Q3/2564 ขาดทุนเพิ่ม 41.7% รับผลกระทบโควิดหนัก
รายได้รวมลดลง 80.65% สวนทางต้นทุนผันแปรที่ลดลงตาม แต่ภาระต้นทุนคงที่ดันขาดทุนสุทธิพุ่ง
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 14.86 ล้านบาท ลดลง 80.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 41.70% เป็น 77.85 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ทำให้ลูกค้าหลักไม่สามารถเดินทางมาใช้บริการได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ SPA ในไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 41.70% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **รายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 80.65%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างหนัก ทำให้กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ ไม่สามารถเดินทางมาใช้บริการได้ แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลงตามรายได้ที่ลดลง แต่ภาระต้นทุนคงที่ที่ยังคงอยู่ เช่น ค่าเช่าบางส่วน ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคา ได้กดดันให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มสูงขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2564 ทำให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ต้องหยุดให้บริการเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2564 และปลายเดือนเมษายน 2564 ตามประกาศคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการสปา ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ ลดลงถึง 71.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าจะมีบางส่วนที่กลับมาเปิดให้บริการในจังหวัดภูเก็ตตามโครงการ Phuket Sandbox ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปา ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะยอดขายสินค้าผ่าน Specialty stores ที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าบริษัทฯ จะกลับมาเปิดให้บริการบางสาขาในจังหวัดภูเก็ตเพื่อรองรับโครงการ Phuket Sandbox และได้พยายามปรับกลยุทธ์โดยเน้นทำการตลาดกลุ่มคนไทยผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการเริ่มระบบ Royalty program เพื่อดึงดูดและรักษาฐานลูกค้าคนไทย แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2564 อยู่ที่ 14.86 ล้านบาท ลดลง 80.65% YoY** จากผลกระทบโควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าหลักเดินทางมาใช้บริการไม่ได้
* **ขาดทุนสุทธิ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 41.70% YoY เป็น 77.85 ล้านบาท** เนื่องจากรายได้ที่ลดลงอย่างมาก แต่ยังคงมีภาระต้นทุนคงที่
* **ต้นทุนขายและบริการลดลง 43.00% YoY** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยมีค่าใช้จ่ายผันแปร เช่น ค่าแรงพนักงานนวด ค่าวัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 18.13% YoY เป็น 39.10 ล้านบาท** สาเหตุหลักจากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้เงินเพิ่ม และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ/ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ประมาณ 9 ล้านบาท
* **จำนวนสาขาทั้งหมด ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 70 สาขา** (65 สาขาในประเทศ, 5 สาขาในต่างประเทศ) โดยไม่มีการเปิดสาขาเพิ่มในปี 2564
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 116.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.60%** จากการได้รับเงินกู้วงใหม่ 99.15 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 14.86 ล้านบาท ลดลง 80.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 82.9% เป็น 13.04 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 245.0% เป็น 1.82 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการลดลง 43.0% ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้น 42.74 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 21.57 ล้านบาทในปี 2563 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายรวม 39.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.13% ส่งผลให้ขาดทุนก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้น 37.9% เป็น 70.87 ล้านบาท และเมื่อรวมภาษีเงินได้แล้ว ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 41.70% เป็น 77.85 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเปิดให้บริการในโครงการ Phuket Sandbox:** เป็นโอกาสในการเริ่มฟื้นฟูกิจการและสร้างรายได้ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ
* **การปรับกลยุทธ์เน้นตลาดคนไทย:** การออกแคมเปญพิเศษและระบบ Royalty program อาจช่วยกระตุ้นยอดขายและรักษาฐานลูกค้าคนไทยได้
* **การเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์:** การขยายช่องทางออนไลน์ เช่น Shoppee, Lazada, Line และการจัดโปรโมชั่น เป็นโอกาสในการระบายสินค้าและเพิ่มยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกำลังซื้อของลูกค้า
* **การพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ตามปกติ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อรายได้ของบริษัทฯ
* **ภาระต้นทุนคงที่:** ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น ค่าเช่าบางส่วน ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคา ยังคงเป็นภาระกดดันผลประกอบการ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** ความคืบหน้าในการเปิดประเทศและการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
* **ผลตอบรับของแคมเปญการตลาดสำหรับคนไทย:** ประสิทธิภาพของแคมเปญพิเศษและระบบ Royalty program ในการกระตุ้นยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
* **การปรับตัวต่อมาตรฐานบัญชีใหม่:** ผลกระทบจากการนำมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่ามาใช้ โดยเฉพาะหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **การดำเนินคดีเกี่ยวกับลูกหนี้ค่าหุ้น:** ความคืบหน้าในการฟ้องร้องเรียกชำระค่าหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการสปา:** ลดลง 71.5% YoY โดยแบรนด์ Let’s Relax ลดลง 39%, ระรินจินดา ลดลง 1%, และบ้านสวน ลดลง 22% สาขาในกรุงเทพฯ ลดลง 63% และต่างจังหวัดลดลง 6%
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร:** รายได้ลดลง 1% คิดเป็น 13% ของรายได้รวม Occupancy rate และ Average room rate ลดลงอย่างมาก
* **ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปา:** สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 31% ของรายได้รวม แต่ยอดขายโดยรวมลดลงเนื่องจากยอดขายผ่าน Specialty stores ลดลง
* **จำนวนสาขา:** ณ 30 ก.ย. 2564 มี 70 สาขา (65 ในประเทศ, 5 ต่างประเทศ) ไม่มีการเปิดสาขาเพิ่มในปี 2564
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 43.0% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง แต่ยังคงมีภาระต้นทุนคงที่
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 18.13% YoY โดยมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการกู้เงิน และมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ/ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 2,314.64 ล้านบาท ลดลง 12.10% YoY
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** เพิ่มขึ้น 1.60% เป็น 116.36 ล้านบาท จากการได้รับเงินกู้วงใหม่
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น:** ลดลง 69.87% เป็น 6.56 ล้านบาท จากนโยบายเร่งรัดชำระหนี้
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย:** 32.29 ล้านบาท จากอสังหาริมทรัพย์รอการขาย
* **ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์:** ลดลง 9% จากค่าเสื่อมราคา
* **สินทรัพย์สิทธิการใช้:** 983.13 ล้านบาท (42% ของสินทรัพย์ทั้งหมด) จากมาตรฐานบัญชีสัญญาเช่า
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 1,650.14 ล้านบาท ลดลง 4.44% YoY
* **เงินกู้จากสถาบันการเงิน:** 501.64 ล้านบาท (รวมระยะสั้นและยาว)
* **หนี้สินตามสัญญาเช่า:** 1,030.12 ล้านบาท (รวมระยะสั้นและยาว) จากมาตรฐานบัญชีสัญญาเช่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 664.50 ล้านบาท ลดลง 25.59% YoY จากขาดทุนสุทธิ
* **กระแสเงินสด:** เงินสดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการกู้เงินใหม่ แต่มีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและจ่ายคืนเงินกู้
* **อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **Current Ratio:** 0.60 (หากไม่รวมหนี้สินสัญญาเช่าระยะสั้น จะเป็น 1.23)
* **Receivable turnover:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **Inventory turnover:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **Debt to Equity Ratio:** 2.48 (หากไม่รวมหนี้สินสัญญาเช่าระยะสั้น จะเป็น 0.93)
* **Interest coverage Ratio:** -7.90 (ติดลบ)
## สรุปท้าย
SPA ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับผลประกอบการที่ย่ำแย่ โดยมีรายได้รวมลดลงกว่า 80% และขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 41.7% เป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างรุนแรง แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนไทย แต่การฟื้นตัวยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
477.04
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.29
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.05
%
กำไรสุทธิ
55.65
ล้านบาท
↓ 39.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.67
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↑ + 8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
124
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
56
↓ -39.4%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
15.21
ROA (%)
11.26
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.39
-14.43%
|
-245.88
+31.28%
|
-187.30
-514.38%
|
45.20
-17.31%
|
54.66
+66.90%
|
32.75
-89.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.72
-225.84%
|
-150.76
-974.99%
|
17.23
-83.06%
|
101.70
-2,487.32%
|
-4.26
-96.76%
|
-131.58
-38.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.88
-69.76%
|
280.67
+5.69%
|
265.55
-483.41%
|
-69.26
-36.28%
|
-108.69
-167.59%
|
160.80
-217.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.22
-155.37%
|
-115.98
-221.47%
|
95.48
+23.01%
|
77.62
-233.16%
|
-58.29
-194.06%
|
61.97
-330.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
109.85
-4.09%
|
114.53
+117.90%
|
52.56
-33.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
155.53
-1.26%
|
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
0.00
|
0.00
|