บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.22
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12124 out_tok=3255 at=2026-07-26T05:48:57 -->
# SPA กำไรสุทธิลดลงแต่ขาดทุนลดลง YoY รับอานิสงส์เปิดประเทศ-รายได้สปาฟื้นตัว
## รายได้รวม Q2/65 พุ่ง 472% สวนทางขาดทุนสุทธิที่ลดลง หลังธุรกิจสปา-โรงแรมกลับมาคึกคัก
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 134.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 472.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะยังคงมีขาดทุนสุทธิ 29.27 ล้านบาท แต่ถือเป็นการลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศที่ส่งผลให้ธุรกิจสปาและโรงแรมกลับมาฟื้นตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการสปา** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตสูงถึง 472.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าโดยรวมบริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ 29.27 ล้านบาท แต่ถือเป็นการลดลงของผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญถึง 66.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่:
* **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19:** รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการใช้บริการสปามากขึ้น
* **การเปิดรับนักท่องเที่ยว:** ประเทศไทยเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจสปา
* **ความเชื่อมั่นของลูกค้าคนไทย:** ลูกค้าคนไทยมีความมั่นใจในการใช้บริการสปามากขึ้น เนื่องจากได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง และบริษัทฯ มีมาตรฐานการให้บริการที่น่าเชื่อถือ
* **การเติบโตของสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth - SSS):** รายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิมเพิ่มขึ้นถึง 337% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ 1 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2565 (แม้จะมีการปิดไป 3 สาขาในช่วงก่อนหน้า) ก็มีส่วนช่วยเพิ่มรายได้
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร:** ธุรกิจโรงแรมระรินจินดา ร้านอาหาร Deck1 และบริการอื่นๆ ที่เชียงใหม่ มีรายได้เพิ่มขึ้น 15% จากการกลับมาใช้บริการของลูกค้าคนไทย
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 62.2% จาก 74.74 ล้านบาท เป็น 121.20 ล้านบาท คิดเป็น 92% ของรายได้รวม ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายผันแปรที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ เช่น ค่าแรงพนักงาน ค่าวัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค รวมถึงค่าใช้จ่ายคงที่บางส่วนที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง**
การฟื้นตัวของรายได้มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไป เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงผ่อนคลาย และประเทศไทยยังคงเปิดรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความเสี่ยงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักยังไม่สามารถเดินทางมาใช้บริการได้เต็มที่เท่าที่ควร ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเจรจาต่อรองค่าเช่า เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 พุ่ง 472.1%** แตะ 134.17 ล้านบาท จาก 23.45 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 66.3%** เหลือ 29.27 ล้านบาท จาก 86.86 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้สปาเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิม (SSS) เพิ่มขึ้น 337%
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารฟื้นตัว:** รายได้เพิ่มขึ้น 15% จากการกลับมาใช้บริการของลูกค้าคนไทย
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 62.2%** ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผันแปร
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) กลับมาเป็นบวก** ที่ 8.47% ในไตรมาสนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
* **จำนวนสาขารวม 35 สาขา** (32 ในประเทศ, 3 ในต่างประเทศ) ณ สิ้นไตรมาส 2/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 134.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 472.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งอยู่ที่ 23.45 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเปิดประเทศที่ส่งผลให้ธุรกิจสปาและโรงแรมกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะรายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิม (SSS) ที่เติบโตถึง 337%
แม้รายได้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทฯ ยังคงมีขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ที่ 29.27 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ถือเป็นการลดลงของผลขาดทุนอย่างมากถึง 66.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 86.86 ล้านบาท การลดลงของผลขาดทุนนี้เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) กลับมาเป็นบวกที่ 8.47% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
เมื่อพิจารณาแยกตามธุรกิจ:
* **ธุรกิจสปา (SPA):** รายได้เพิ่มขึ้น 441%
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร (SWR):** รายได้เพิ่มขึ้น 15%
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา (SWL):** รายได้ลดลง 5%
* **รายได้อื่น ๆ:** เพิ่มขึ้น 2%
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 62.2% เป็น 121.20 ล้านบาท คิดเป็น 92% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายผันแปรที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่กลับมาปกติ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 15.7% เป็น 31.53 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจสปา
* **ความต้องการบริการสปาที่เพิ่มขึ้น:** ลูกค้าคนไทยมีความเชื่อมั่นและกลับมาใช้บริการสปามากขึ้น หลังจากการฉีดวัคซีนครอบคลุม และบริษัทฯ มีมาตรฐานการให้บริการที่ดี
* **การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่:** การที่บริษัทฯ สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เช่น จากอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** นโยบายการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเจรจาต่อรองค่าเช่า (เปลี่ยนจากค่าเช่าคงที่ เป็นคิดตามสัดส่วนรายได้) ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ:** แม้จะมีการเปิดประเทศ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมาเต็มที่เท่าช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ
* **การแข่งขันในธุรกิจสปา:** ธุรกิจสปายังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่อาจชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายผันแปร เช่น ค่าแรงพนักงาน ค่าวัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค อาจปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีรายได้หรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศ อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจที่รับลูกค้าต่างชาติ)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดหลัก และการขยายฐานลูกค้าใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้เป็นบวกและมีแนวโน้มดีขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิผลของการเจรจาต่อรองค่าเช่าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ
* **การขยายสาขา:** แผนการเปิดสาขาใหม่ และผลตอบรับจากสาขาที่เปิดดำเนินการ
* **ผลประกอบการในไตรมาส 3/65:** แนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการสปา:** มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยเฉพาะจากสาขาเดิม (SSS) ที่เพิ่มขึ้น 337% สะท้อนถึงการกลับมาใช้บริการอย่างแข็งแกร่งของลูกค้า แบรนด์ Let’s Relax เติบโตถึง 360% ตามมาด้วย ระรินจินดา (7%) และ บ้านสวน (45%)
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร:** มีการฟื้นตัวที่ดี โดย Occupancy Rate และ Average Room Rate เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา:** รายได้ลดลง 5% แต่ยังคงมีการขายผ่านหน้าร้านและช่องทางออนไลน์
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 2/65 มี 35 สาขา (32 ในประเทศ, 3 ต่างประเทศ) ซึ่งมีการปรับลดจำนวนสาขาลงจากช่วงก่อนหน้า
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 62.2% เป็น 121.20 ล้านบาท คิดเป็น 92% ของรายได้รวม ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 แต่ฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการต้นทุน เช่น การเจรจาค่าเช่า
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** กลับมาเป็นบวกที่ 8.47% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 2,131.17 ล้านบาท ลดลง 5.61% จากปีก่อน โดยมีรายการสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 110.27 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าลดลง, สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย 32.29 ล้านบาท, ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการก่อสร้างสาขาใหม่ และสินทรัพย์สิทธิการใช้ลดลง
* **หนี้สินรวม:** 1,599.38 ล้านบาท ลดลง 2.44% จากปีก่อน โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 29% เป็น 523.67 ล้านบาท และหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลง 15% เป็น 702.59 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 531.79 ล้านบาท ลดลง 14.02% จากปีก่อน เป็นผลมาจากขาดทุนสุทธิในระหว่างปี
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** เป็นบวกในไตรมาส 2/65
* **อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **Current Ratio:** 0.61 เท่า (หากไม่รวมหนี้สินสัญญาเช่าระยะสั้น จะเป็น 1.05 เท่า)
* **Debt to Equity Ratio:** 3.01 เท่า (หากไม่รวมหนี้สินสัญญาเช่า จะเป็น 1.56 เท่า) ซึ่งสูงกว่านโยบายของบริษัทที่ต้องการให้ต่ำกว่า 1.0
* **Gross Profit Margin:** 8.47% (กลับมาเป็นบวก)
* **Net Profit Margin:** -22.10%
* **Interest Coverage Ratio:** -3.69 เท่า (มีแนวโน้มดีขึ้น)
## สรุปท้าย
SPA ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนจากการกลับมาของรายได้จากการให้บริการสปาและธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศ แม้บริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ แต่การลดลงของผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ และการกลับมาเป็นบวกของอัตรากำไรขั้นต้น เป็นจุดที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPA ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
477.04
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.29
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.05
%
กำไรสุทธิ
55.65
ล้านบาท
↓ 39.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.67
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↑ + 8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
124
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
56
↓ -39.4%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
15.21
ROA (%)
11.26
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.39
-14.43%
|
-245.88
+31.28%
|
-187.30
-514.38%
|
45.20
-17.31%
|
54.66
+66.90%
|
32.75
-89.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.72
-225.84%
|
-150.76
-974.99%
|
17.23
-83.06%
|
101.70
-2,487.32%
|
-4.26
-96.76%
|
-131.58
-38.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.88
-69.76%
|
280.67
+5.69%
|
265.55
-483.41%
|
-69.26
-36.28%
|
-108.69
-167.59%
|
160.80
-217.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.22
-155.37%
|
-115.98
-221.47%
|
95.48
+23.01%
|
77.62
-233.16%
|
-58.29
-194.06%
|
61.97
-330.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
109.85
-4.09%
|
114.53
+117.90%
|
52.56
-33.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
155.53
-1.26%
|
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
0.00
|
0.00
|