บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.22
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11857 out_tok=2166 at=2026-07-26T06:17:12 -->
# SPA พลิกขาดทุนลดลง Q1/65 รับแรงหนุนรายได้สปาฟื้น-ธุรกิจ ATK เสริม
## รายได้รวมโตกว่า 100% หลังผ่อนคลายโควิด-19 ขณะที่การขาย ATK สร้างรายได้เพิ่ม
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 114.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 57.44 ล้านบาท แต่ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 24.4% จากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเข้ามาเสริมของรายได้จากการจำหน่ายชุดตรวจ ATK
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SPA ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกฟื้นจากขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการสปาในประเทศ ประกอบกับการมีรายได้พิเศษจากการจำหน่ายชุดตรวจ Goldsite ATK**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การกลับมาใช้บริการสปาของคนไทย:** มาตรการผ่อนปรนของภาครัฐในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับความมั่นใจของคนไทยในการเข้ารับบริการสปามากขึ้น เนื่องจากได้รับวัคซีนครอบคลุม และบริษัทมีมาตรการตรวจ ATK พนักงานและลูกค้าอย่างเข้มงวด ทำให้รายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิมเพิ่มขึ้นถึง 55% โดยเฉพาะแบรนด์ Let’s Relax ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 50%
2. **รายได้เสริมจากชุดตรวจ ATK:** ในช่วงที่โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนระบาด บริษัทได้นำเข้าชุดตรวจ Goldsite ATK มาจำหน่าย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมได้ถึง 30 ล้านบาทในไตรมาสนี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากการให้บริการสปาจะฟื้นตัวได้ดีจากกลุ่มลูกค้าคนไทย แต่การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ส่วนรายได้จากการขายชุดตรวจ ATK นั้น เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์เฉพาะหน้า และมีแนวโน้มที่จะเป็น **ลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 114.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.8% YoY:** เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเข้ามาของรายได้จากการขาย ATK
* **ขาดทุนสุทธิ 57.44 ล้านบาท ลดลง 24.4% YoY:** แม้ยังขาดทุน แต่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของธุรกิจ
* **รายได้ธุรกิจสปาเพิ่มขึ้น 51% YoY:** โดยเฉพาะสาขาเดิมที่เติบโต 55% สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าคนไทย
* **รายได้จากการขายชุดตรวจ ATK 30 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยเสริมรายได้สำคัญในไตรมาสนี้
* **จำนวนสาขาลดลงสุทธิ 1 สาขา:** ปิด 3 สาขา เปิดใหม่ 1 สาขา ทำให้มีสาขารวม 38 สาขา (35 ในประเทศ, 3 ต่างประเทศ)
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 31.4% YoY:** เป็นผลจากส่วนลดค่าเช่าที่ลดลง และค่าใช้จ่ายผันแปรที่เพิ่มขึ้นตามการกลับมาดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 114.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการสปาในประเทศที่เพิ่มขึ้น 51% และรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สปาที่เพิ่มขึ้น 30% จากการขายชุดตรวจ ATK อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 31.4% จากการลดลงของส่วนลดค่าเช่าและค่าใช้จ่ายผันแปรที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีผลขาดทุนขั้นต้น 19.13 ล้านบาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่าย ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 57.44 ล้านบาท ซึ่งลดลง 24.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การกลับมาใช้ชีวิตปกติของคนไทย:** ทำให้ความเชื่อมั่นในการใช้บริการสปาเพิ่มขึ้น และบริษัทมีมาตรการความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจ
* **การตลาดที่เน้นกลุ่มลูกค้าคนไทย:** การออกโปรโมชั่นและการพัฒนาระบบ Loyalty Program เพื่อดึงดูดและรักษาฐานลูกค้าคนไทย
* **การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว:** เป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะต่อไป
## ความเสี่ยง
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่แน่นอน:** ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท
* **การแข่งขันในธุรกิจสปา:** อาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคลี่คลาย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสายพันธุ์ใหม่ๆ หรือการระบาดซ้ำ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** เช่น ค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ และค่าแรงงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ:** จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท
* **การเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าคนไทย:** จะสามารถทดแทนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าเช่าและค่าใช้จ่ายผันแปร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* **แผนการขยายสาขาและการลงทุนในอนาคต:** เพื่อรองรับการเติบโตหลังสถานการณ์คลี่คลาย
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการสปา:** เพิ่มขึ้น 51% YoY โดยสาขาเดิมเติบโต 55% และการขยายสาขาเพิ่ม 2% แบรนด์ Let’s Relax เติบโต 50% สาขาในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเติบโต 30% และ 16% ตามลำดับ
* **ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร:** รายได้เพิ่มขึ้น 3% Occupancy rate และ ADR เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา:** สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 30% ของรายได้รวม จากยอดขาย Goldsite ATK และการขายออนไลน์
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 มี 38 สาขา (เปิดเพิ่ม 1 สาขา ปิด 3 สาขา)
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 31.4% YoY หลักๆ จากส่วนลดค่าเช่าที่ลดลง และค่าใช้จ่ายผันแปรที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 13.8% YoY หลักๆ จากการ write off ทรัพย์สินจากการปิดสาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 2,202.21 ล้านบาท ลดลง 2.46% YoY จากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** 85.45 ล้านบาท ลดลง 22.21% YoY จากการเบิกเงินกู้และ cash burn จากการดำเนินงาน
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น:** เพิ่มขึ้น 30.41% YoY จากการดำเนินธุรกิจปกติและการให้เครดิต
* **หนี้สินรวม:** 1,717.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.88% YoY จากเงินกู้ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 561.06 ล้านบาท ลดลง 9.09% YoY จากผลขาดทุนสุทธิ
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio):** 0.58 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio):** 2.93 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.65 เท่าในปี 2564
## สรุปท้าย
SPA ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนจากการขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการกลับมาใช้บริการสปาของลูกค้าคนไทยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการมีรายได้เสริมจากธุรกิจจำหน่ายชุดตรวจ ATK อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตา ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บริษัทสามารถกลับมามีกำไรได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
477.04
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.29
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.05
%
กำไรสุทธิ
55.65
ล้านบาท
↓ 39.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.67
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↑ + 8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
124
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
56
↓ -39.4%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
15.21
ROA (%)
11.26
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.39
-14.43%
|
-245.88
+31.28%
|
-187.30
-514.38%
|
45.20
-17.31%
|
54.66
+66.90%
|
32.75
-89.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.72
-225.84%
|
-150.76
-974.99%
|
17.23
-83.06%
|
101.70
-2,487.32%
|
-4.26
-96.76%
|
-131.58
-38.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.88
-69.76%
|
280.67
+5.69%
|
265.55
-483.41%
|
-69.26
-36.28%
|
-108.69
-167.59%
|
160.80
-217.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.22
-155.37%
|
-115.98
-221.47%
|
95.48
+23.01%
|
77.62
-233.16%
|
-58.29
-194.06%
|
61.97
-330.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
109.85
-4.09%
|
114.53
+117.90%
|
52.56
-33.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
155.53
-1.26%
|
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
0.00
|
0.00
|