บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
3.22
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10636 out_tok=2473 at=2026-07-26T05:35:02 -->
# SPA กำไรสุทธิลดลง 81% ใน Q3/2565 แต่ขาดทุนสุทธิหดตัวแรง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น
## รายได้รวมพุ่ง 1,232% หลังคลายล็อกดาวน์ ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 197.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,232% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 14.98 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขาดทุนสุทธิได้ลดลงถึง 81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการสปา** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1,232% YoY เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้จำนวนลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติกลับมาใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโตสูง แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **การกลับมาใช้บริการของลูกค้าคนไทย:** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการกลับมาใช้บริการสปามากขึ้น
2. **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้นักท่องเที่ยวจากหลากหลายสัญชาติ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย เดินทางเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 201% เป็นผลโดยตรงจากการกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ ทำให้ค่าใช้จ่ายแปรผัน เช่น ค่าแรงหมอ ค่าวัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ต้นทุนคงที่บางส่วน เช่น ค่าเช่าที่ได้รับส่วนลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ก็ส่งผลให้ต้นทุนรวมสูงขึ้น
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น 18% เป็นผลหลักมาจากดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นจากการกู้เงินเพิ่มเติมในช่วงปี 2563-2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **แนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ คาดว่าจะส่งผลดีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายสาขา:** บริษัทฯ มีการเปิดสาขา Let's Relax เพิ่มอีก 4 สาขาในช่วงไตรมาสนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการดำเนินงานและชำระคืนเงินกู้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารต้นทุนทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดที่อาจกลับมา หรือภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 1,232% YoY** แตะ 197.91 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจสปาหลังคลายล็อกดาวน์
* **ขาดทุนสุทธิ Q3/2565 ลดลง 81% YoY** เหลือ 14.98 ล้านบาท จากการกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ
* **ธุรกิจสปาเป็นรายได้หลัก 89%** โดยรายได้จากสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 1,100% YoY
* **ลูกค้าต่างชาติหลากหลายสัญชาติเพิ่มขึ้น** เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 201% YoY** ตามการกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 13.36% YoY** เป็น 1,858.36 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 197.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,232.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีขาดทุนสุทธิ 14.98 ล้านบาท ลดลง 80.75% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสปา (89% ของรายได้รวม) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 201.01% ตามการดำเนินงานที่กลับมาเต็มที่ ทำให้บริษัทฯ สามารถกลับมามีกำไรขั้นต้นได้อีกครั้ง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขา Let's Relax เพิ่ม 4 สาขา จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การขยายฐานลูกค้า:** การมีลูกค้าสัญชาติใหม่ๆ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และอินเดีย เป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มฐานลูกค้า
* **การเพิ่มยอดขายสินค้าออนไลน์:** บริษัทฯ มีการหาช่องทางการเพิ่มยอดขายสินค้าออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวและการใช้บริการ
* **ภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจสปา:** ธุรกิจสปามีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี:** การนำมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่ามาใช้ ส่งผลให้หนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้
* **ผลประกอบการของสาขาที่เปิดใหม่:** ประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ของสาขา Let's Relax ที่เปิดเพิ่ม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **การบริหารสภาพคล่องและหนี้สิน:** การจัดการกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการดำเนินงานและการชำระคืนหนี้สิน
* **การเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์สปา:** แม้รายได้ลดลงใน Q3 แต่การฟื้นตัวของธุรกิจสปาอาจส่งผลดีต่อยอดขายผลิตภัณฑ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการสปา:** เพิ่มขึ้น 1,182% YoY โดยรายได้จากสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 1,100% YoY และการขยายสาขาใหม่เพิ่มรายได้อีก 82%
* **รายได้ตามแบรนด์:** Let's Relax เพิ่มขึ้น 1,025%, ระรินจินดา เพิ่มขึ้น 27%, บ้านสวน เพิ่มขึ้น 100%
* **รายได้ตามพื้นที่:** กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 835%, ต่างจังหวัด เพิ่มขึ้น 347%
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้น Q3/2565 มี 69 สาขา (64 ในประเทศ, 5 ในต่างประเทศ) โดยมีการเปิดใหม่ 4 สาขา และปิด 5 สาขา
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 201% YoY เป็น 167.90 ล้านบาท คิดเป็น 85.75% ของรายได้จากการขายและบริการ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่าย:** เพิ่มขึ้น 18.09% YoY เป็น 46.17 ล้านบาท คิดเป็น 23.58% ของรายได้จากการขายและบริการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 2,375.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.20% YoY โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 19.49% เป็น 131.27 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 1,858.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.36% YoY โดยหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวนสูงถึง 1,097.14 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 516.81 ล้านบาท ลดลง 16.44% YoY จากผลขาดทุนสุทธิ
* **กระแสเงินสด:** ได้รับเงินกู้วงใหม่ 75 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกตั้งแต่เดือน เม.ย. 2565
## สรุปท้าย
SPA ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างชัดเจนของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะธุรกิจสปาที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ขณะที่การบริหารจัดการหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ และการติดตามแนวโน้มการท่องเที่ยว จะเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
477.04
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.29
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.05
%
กำไรสุทธิ
55.65
ล้านบาท
↓ 39.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.67
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↑ + 8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
124
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
56
↓ -39.4%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
15.21
ROA (%)
11.26
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.39
-14.43%
|
-245.88
+31.28%
|
-187.30
-514.38%
|
45.20
-17.31%
|
54.66
+66.90%
|
32.75
-89.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.72
-225.84%
|
-150.76
-974.99%
|
17.23
-83.06%
|
101.70
-2,487.32%
|
-4.26
-96.76%
|
-131.58
-38.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.88
-69.76%
|
280.67
+5.69%
|
265.55
-483.41%
|
-69.26
-36.28%
|
-108.69
-167.59%
|
160.80
-217.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.22
-155.37%
|
-115.98
-221.47%
|
95.48
+23.01%
|
77.62
-233.16%
|
-58.29
-194.06%
|
61.97
-330.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
109.85
-4.09%
|
114.53
+117.90%
|
52.56
-33.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
155.53
-1.26%
|
157.52
-37.57%
|
252.31
+36.46%
|
184.90
+68.32%
|
0.00
|
0.00
|