บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.18
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7226 out_tok=3123 at=2026-07-26T04:33:40 -->
# SGF พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/66 รับรายได้ดอกเบี้ยโต แต่ค่าใช้จ่ายและสำรองฯ พุ่งกดดัน
## รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ-จำนำทะเบียนหนุน แต่ต้นทุน-สำรองฯ ฉุดกำไร Q3/66
บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 17.6 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 8.9 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 5.9% เป็น 140.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาตรฐาน TFRS9 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ SGF พลิกขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ตามมาตรฐาน TFRS9** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 25.2% YoY หรือ 12.2 ล้านบาท เป็น 60.6 ล้านบาท ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน** ที่สูงขึ้น 7.4% YoY เป็น 62.2 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 5.9% YoY เป็น 140.5 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนที่เพิ่มขึ้น 7.4%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ ขนาดของพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และประการที่สองคือการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต (forward looking) ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าบางส่วน ทำให้มีลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนที่ค้างชำระเกิน 3 งวด เพิ่มขึ้นเป็น 8.8% ของพอร์ตสินเชื่อสุทธิ นอกจากนี้ การตั้งสำรองยังรวมถึงการตัดหนี้สูญสินเชื่อจำนวน 42.1 ล้านบาท และขาดทุนจากการโอนลูกหนี้เป็นทรัพย์สินรอการขาย 19.5 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากการลงทุนและขยายสินเชื่อไปยังธุรกิจรถจักรยานยนต์ใหม่ ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มจำนวนพนักงาน
**รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น** มาจากการขยายสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนรถ แม้จะได้รับผลกระทบจากการควบคุมเพดานดอกเบี้ยจาก สคบ. และ ธปท. แต่การขยายสินเชื่อใหม่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ใหม่ในช่วงแรกก็มีส่วนช่วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสที่จะเกิดต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่าได้ปรับนโยบายการคัดกรองสินเชื่อให้เข้มงวดขึ้นเพื่อลดหนี้เสีย และอยู่ระหว่างการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวและปัญหาค่าครองชีพที่ยังคงอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นจึงอาจเป็นแนวโน้มที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 17.6 ล้านบาทใน Q3/66:** พลิกจากกำไร 8.9 ล้านบาทใน Q3/65 เนื่องจากค่าใช้จ่ายและสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้รวมเติบโต 5.9% YoY:** อยู่ที่ 140.5 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนที่เพิ่มขึ้น 7.4%
* **การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 25.2% YoY:** เป็น 60.6 ล้านบาท สะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่อ่อนแอลงและสภาวะเศรษฐกิจ
* **ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 งวดเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 8.8% ของพอร์ตสินเชื่อสุทธิ จาก 7.9% ใน Q2/66
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 7.4% YoY:** เป็น 62.2 ล้านบาท จากการลงทุนในธุรกิจใหม่และค่าใช้จ่ายการตลาด
* **งวด 9 เดือน ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 17.1 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 40.2 ล้านบาทในงวดเดียวกันปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGF มีรายได้รวม 140.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 132.7 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเพิ่มขึ้น 7.4% เป็น 124.9 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากการให้สินเชื่อเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 5.3% เป็น 8.1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 28.1% เป็น 5.1 ล้านบาท
ในด้านค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.4% เป็น 62.2 ล้านบาท จากการลงทุนในธุรกิจรถจักรยานยนต์ใหม่และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 48.7% เป็น 24.7 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ที่สำคัญคือ การตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาตรฐาน TFRS9 เพิ่มขึ้น 25.2% เป็น 60.6 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการตัดหนี้สูญ 42.1 ล้านบาท และขาดทุนจากการโอนลูกหนี้เป็นทรัพย์สินรอการขาย 19.5 ล้านบาท
ผลประกอบการโดยรวม บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 17.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ขาดทุนสุทธิ 8.9 ล้านบาท (ข้อมูลจากเอกสารระบุว่า Q3/2565 มีกำไร 8.9 ล้านบาท แต่ในส่วนสรุปกำไร/ขาดทุนสุทธิระบุว่าลดลงจาก Q3/2565 จำนวน 26.5 ล้านบาท ซึ่งหากคำนวณแล้วจะทำให้ Q3/2565 มีกำไร 8.9 ล้านบาท)
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 435.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% แต่มีผลขาดทุนสุทธิ 17.1 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิ 40.2 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น 45.4% และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## โอกาส
* **การขยายสินเชื่อในธุรกิจรถจักรยานยนต์ใหม่:** แม้จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่เป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อรถยนต์เพียงอย่างเดียว
* **การศึกษาหาบริการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรายได้:** ฝ่ายจัดการกำลังศึกษาแนวทางเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อรถยนต์เพียงอย่างเดียว
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและค่าครองชีพสูง:** ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า และอาจทำให้หนี้เสียเพิ่มขึ้น
* **การควบคุมเพดานดอกเบี้ย:** การควบคุมเพดานดอกเบี้ยธุรกิจเช่าซื้อจาก สคบ. และสินเชื่อจำนำทะเบียนจาก ธปท. จำกัดความสามารถในการทำกำไร
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การลงทุนในธุรกิจใหม่และการเพิ่มจำนวนพนักงานส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต:** สะท้อนถึงคุณภาพสินเชื่อที่อ่อนแอลงและอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **คุณภาพสินเชื่อ:** การติดตามแนวโน้มของ NPL และการตั้งสำรอง ECL ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือมีแนวโน้มลดลง
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ประสิทธิภาพของการปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **การขยายธุรกิจใหม่:** ความสำเร็จของการขยายสินเชื่อในธุรกิจรถจักรยานยนต์ใหม่ และการศึกษาหาบริการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรายได้
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการหนี้:** ความสามารถในการชำระคืนหุ้นกู้และสินเชื่อจากสถาบันการเงินตามกำหนด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเพิ่มขึ้น 7.4% เป็น 124.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม การควบคุมเพดานดอกเบี้ยอาจจำกัดการเติบโตของ NIM ในอนาคต
* **NPL:** ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 งวดเพิ่มขึ้นเป็น 8.8% ของพอร์ตสินเชื่อสุทธิ ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงสำหรับธุรกิจสินเชื่อ และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น
* **Credit Cost:** การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 25.2% YoY เป็น 60.6 ล้านบาท คิดเป็น 2.55% ของลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนรถสุทธิ (คำนวณจาก 60.6 ล้านบาท / 2,372.8 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 28.1% เป็น 5.1 ล้านบาท เนื่องจากมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมลดลงจากการให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนแทนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
* **CAR/Basel:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **CASA:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **รายการพิเศษ/สำรอง:** การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นและการตัดหนี้สูญเป็นรายการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,000.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่า 216.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาส 2/2566 เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้และเบิกใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคาร
ลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนรถอยู่ที่ 2,372.8 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.4% QoQ จากการเข้มงวดการให้สินเชื่อใหม่ ยอดสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 213.0 ล้านบาท ลดลง 32.8% YoY และ 24.7% QoQ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,235.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหุ้นกู้และสินเชื่อจากสถาบันการเงิน บริษัทฯ มี D/E Ratio อยู่ที่ 0.70 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,765.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิของบริษัทฯ
บริษัทฯ มีสภาพคล่องเพียงพอ โดยได้ชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด 400.0 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว และยังมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารรองรับการขยายสินเชื่อในอนาคต
## สรุปท้าย
SGF พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 แม้รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียนจะเติบโต แต่ถูกกดดันอย่างหนักจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาตรฐาน TFRS9 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงคุณภาพสินเชื่อที่อ่อนแอลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ แม้บริษัทฯ จะมีโอกาสจากการขยายธุรกิจและศึกษาบริการใหม่ๆ แต่ความเสี่ยงจากคุณภาพสินเชื่อและสภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SGF ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
82.68
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
79.53
ล้านบาท
↓ 19.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
96.19
%
กำไรสุทธิ
-47.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-57.14
%
D/E Ratio
0.30
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
83
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -19.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.30
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SGF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.30
ROE (%)
-11.00
ROA (%)
-3.06
Book Value/หุ้น
1.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SGF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SGF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-240.12
-13.56%
|
-277.80
-317.54%
|
127.70
-21.26%
|
162.18
-150.13%
|
-323.52
-479.81%
|
85.18
-143.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
21.63
-94.06%
|
364.31
-370.98%
|
-134.44
-73.30%
|
-503.56
-259.01%
|
316.69
-651.05%
|
-57.47
-1,596.61%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
245.24
-301.74%
|
-121.56
+793.82%
|
-13.60
-105.69%
|
238.91
-175.65%
|
-315.83
+937.89%
|
-30.43
-117.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
148.97
-1,369.99%
|
-11.73
-58.83%
|
-28.49
-60.75%
|
-72.59
+114.57%
|
-33.83
+1,143.75%
|
-2.72
-88.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
73.81
+31.40%
|
56.17
+32.92%
|
42.26
+53.34%
|
27.56
-25.01%
|
36.75
-6.87%
|
39.46
-37.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
222.78
+201.83%
|
73.81
+31.40%
|
56.17
+32.92%
|
42.26
+53.34%
|
27.56
-25.01%
|
36.75
-6.87%
|