บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.18
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7256 out_tok=2825 at=2026-07-27T12:25:52 -->
# SGF กำไรสุทธิพลิกบวก 11.7 ล้านบาทใน Q2/64 รับรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อ-ค่าธรรมเนียมหนุน
## รายได้รวมโต 4.2% YoY หลังคุมค่าใช้จ่าย-ตั้งสำรองลดลง สภาพคล่องเพียงพอพร้อมขายหุ้นกู้
ณ ไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGF พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 11.7 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 33.4 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2% YoY จากการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรายย่อยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตโดดเด่น ด้านสภาพคล่องของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SGF พลิกจากขาดทุนสุทธิ 33.4 ล้านบาทใน Q2/63 มามีกำไร 11.7 ล้านบาทใน Q2/64 มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL)** ซึ่งลดลงถึง 56.2% YoY จาก 74.0 ล้านบาท เหลือ 32.4 ล้านบาท ประกอบกับการ **เติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ** ที่เพิ่มขึ้น 2.9% YoY และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 137.7% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง** เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ ได้ตั้งค่าเผื่อด้อยค่าตามแบบจำลอง (TFRS9) สำหรับหนี้สินเชื่อส่วนใหญ่ไปแล้ว ทำให้การตั้งสำรองในงวดปัจจุบันลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ต้องตั้งสำรองจำนวนมากเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ **รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ เติบโตได้จากการขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2564 ขณะที่ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** ที่เติบโตสูงนั้น มาจากการปรับปรุงกระบวนการทำงานและการขยายบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรอง** เนื่องจากบริษัทฯ มีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และการตั้งสำรอง ECL ได้มีการปรับตามแบบจำลอง TFRS9 แล้ว อย่างไรก็ตาม **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อ** จะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ต้องพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ส่วน **รายได้ค่าธรรมเนียม** ที่เติบโตสูงในงวดนี้ อาจต้องติดตามว่าการเติบโตในระดับนี้จะสามารถรักษาไว้ได้ในระยะยาวหรือไม่ โดยรวมแล้ว แนวโน้มการควบคุมต้นทุนและสำรองที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป แต่การเติบโตของรายได้ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** Q2/64 มีกำไรสุทธิ 11.7 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 33.4 ล้านบาทใน Q2/63
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้รวม 102.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY และ 7.2% QoQ
* **สินเชื่อเช่าซื้อหนุนรายได้:** รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ 85.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% YoY
* **ค่าธรรมเนียมพุ่ง:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 5.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.7% YoY
* **สำรองลดฮวบ:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 56.2% YoY เหลือ 32.4 ล้านบาท
* **คุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 3.5% YoY เหลือ 42.5 ล้านบาท
* **สภาพคล่องดี:** เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 16-18 ส.ค. 64 เพื่อเสริมสภาพคล่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 SGF มีรายได้รวม 102.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY จาก 98.1 ล้านบาทใน Q2/63 และเพิ่มขึ้น 7.2% QoQ จาก 95.3 ล้านบาทใน Q1/64 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น 2.9% YoY และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตถึง 137.7% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 3.5% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและจำนวนสาขาที่ลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกมีกำไรสุทธิ 11.7 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 33.4 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 197.2 ล้านบาท ลดลง 2.9% YoY จาก 203.0 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อลดลงเล็กน้อยจากการชะลอการให้สินเชื่อในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 5.7% YoY และการตั้งสำรอง ECL ลดลง 57.7% YoY ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 35.2 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 22.5 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายสินเชื่อเช่าซื้อ:** บริษัทฯ มีการปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต
* **ธุรกิจสินเชื่อที่ดิน:** เป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2563 มีการเติบโตของลูกหนี้เพิ่มขึ้น 90% YoY ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** นโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องและการลดจำนวนสาขาช่วยลดภาระต้นทุนการดำเนินงาน
* **การเสริมสภาพคล่อง:** การเตรียมเสนอขายหุ้นกู้จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการให้สินเชื่อและชำระหนี้
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบ COVID-19:** การแพร่ระบาดรอบใหม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า แม้บริษัทฯ จะมีมาตรการช่วยเหลือและบริหารความเสี่ยง
* **คุณภาพลูกหนี้:** ลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อที่ค้างชำระเกิน 3 เดือนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีสาเหตุมาจากผลกระทบ COVID-19
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 26.9% YoY จากการออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อขยายสินเชื่อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของสินเชื่อใหม่:** ติดตามการปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรายย่อย
* **คุณภาพลูกหนี้:** จับตาแนวโน้มหนี้ค้างชำระและ NPLs ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** ประเมินความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ
* **ผลการขายหุ้นกู้:** ติดตามผลการเสนอขายหุ้นกู้และการนำเงินไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ
* **การบริหารจัดการ ECL:** การตั้งสำรอง ECL ในอนาคตจะยังคงอยู่ในระดับต่ำได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** รายได้ดอกเบี้ยรวม 94.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% YoY โดยมีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 2.9% YoY เป็นปัจจัยหลัก ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจากการให้สินเชื่อเงินให้กู้ยืมลดลง 15.0% YoY
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโตโดดเด่น 137.7% YoY จาก 2.2 ล้านบาท เป็น 5.3 ล้านบาท และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 22.8% QoQ
* **NPL:** ลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อที่ค้างชำระเกิน 3 เดือนอยู่ที่ 78.1 ล้านบาท หรือ 4.5% ของลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อสุทธิ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน
* **Coverage Ratio:** ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับสินเชื่อเช่าซื้ออยู่ที่ 59.1 ล้านบาท คิดเป็น 3.4% ของสินเชื่อเช่าซื้อรวม
* **Credit Cost:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 56.2% YoY
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** ลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อคิดเป็น 71.9% ของสินทรัพย์รวม เพิ่มขึ้นจาก 67.3% ใน Q1/64 และ 69.6% ใน Q4/63 ลูกหนี้เงินให้กู้ยืม (SME Loan) คงที่ประมาณ 10.4%
* **CASA:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **CAR/Basel:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** เติบโตสูง 137.7% YoY
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่พบรายการกำไรพิเศษครั้งเดียวที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของ SGF อยู่ที่ 2,355.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2,368.4 ล้านบาทใน Q1/64 โดยมีลูกหนี้รวม 1,953.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,853.8 ล้านบาทใน Q1/64 โดยเฉพาะลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,692.9 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าลดลงมาอยู่ที่ 255.7 ล้านบาท จาก 368.4 ล้านบาทใน Q1/64 เนื่องจากมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 638.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้และสินเชื่อสถาบันการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.39 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,716.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
SGF สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิใน Q2/64 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลงอย่างมาก และการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อและรายได้ค่าธรรมเนียม แม้จะยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพลูกหนี้ แต่การที่บริษัทฯ มีสภาพคล่องเพียงพอพร้อมเสริมด้วยการออกหุ้นกู้ และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสที่จะรักษาผลประกอบการที่ดีไว้ได้ในระยะต่อไป โดยต้องจับตาการเติบโตของสินเชื่อใหม่และคุณภาพลูกหนี้อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SGF ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
82.68
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
79.53
ล้านบาท
↓ 19.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
96.19
%
กำไรสุทธิ
-47.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-57.14
%
D/E Ratio
0.30
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
83
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -19.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.30
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SGF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.30
ROE (%)
-11.00
ROA (%)
-3.06
Book Value/หุ้น
1.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SGF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SGF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-240.12
-13.56%
|
-277.80
-317.54%
|
127.70
-21.26%
|
162.18
-150.13%
|
-323.52
-479.81%
|
85.18
-143.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
21.63
-94.06%
|
364.31
-370.98%
|
-134.44
-73.30%
|
-503.56
-259.01%
|
316.69
-651.05%
|
-57.47
-1,596.61%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
245.24
-301.74%
|
-121.56
+793.82%
|
-13.60
-105.69%
|
238.91
-175.65%
|
-315.83
+937.89%
|
-30.43
-117.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
148.97
-1,369.99%
|
-11.73
-58.83%
|
-28.49
-60.75%
|
-72.59
+114.57%
|
-33.83
+1,143.75%
|
-2.72
-88.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
73.81
+31.40%
|
56.17
+32.92%
|
42.26
+53.34%
|
27.56
-25.01%
|
36.75
-6.87%
|
39.46
-37.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
222.78
+201.83%
|
73.81
+31.40%
|
56.17
+32.92%
|
42.26
+53.34%
|
27.56
-25.01%
|
36.75
-6.87%
|