บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.18
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11900 out_tok=2828 at=2026-07-26T04:38:14 -->
# SGF กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัว 10.94% ต้นทุนพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานพุ่งสูง ฉุดกำไร SGF ครึ่งปีแรกหดตัว ขณะที่ยอดขายในประเทศยังเติบโตได้เล็กน้อย
บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGF รายงานผลประกอบการสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิลดลง 10.94% หรือ 33.28 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตได้เล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SGF ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 10.94% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตได้เล็กน้อยก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่าต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถึง 9.28% หรือ 86.55 ล้านบาทนั้น **มีสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบหลัก บรรจุภัณฑ์ และพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้** ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบในตลาดโลก นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายก็เพิ่มขึ้น 7.64% หรือ 9.29 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น
ในขณะเดียวกัน ยอดขายรวมสำหรับงวด 6 เดือนปี 2565 อยู่ที่ 1,532.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.43% หรือ 36.37 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 1.79% หรือ 20.74 ล้านบาท จากช่องทางการจัดจำหน่ายผู้ค้าส่ง (ยี่ปั๊ว) และโมเดิร์นเทรดที่เติบโตได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดขายต่างประเทศลดลงเล็กน้อย 0.81% หรือ 1.40 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ฝ่ายบริหารระบุถึง **"ราคาวัตถุดิบหลัก, บรรจุภัณฑ์และพลังงานที่สูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้"** และผลกระทบจาก **"ความขัดแย้งจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน"** ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยด้านต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** ตราบใดที่สถานการณ์สงครามยังไม่คลี่คลายและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงผันผวน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีความพยายามที่จะลดและควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดและบริหารให้ดีขึ้น รวมถึงการสต็อกวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2565 ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ต้นทุนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 10.94%** หรือ 33.28 ล้านบาท มาอยู่ที่ 270.93 ล้านบาท จาก 304.21 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายรวม 6 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 2.43%** หรือ 36.37 ล้านบาท แตะระดับ 1,532.05 ล้านบาท
* **ต้นทุนขาย 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 9.28%** หรือ 86.55 ล้านบาท เป็น 1,019.34 ล้านบาท กดดันกำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.64%** จากค่าขนส่งและค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 2.03%** จากการขาดทุนจากการเลิกใช้ทรัพย์สินที่ลดลง
* **ยอดขายในประเทศ 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 1.79%** จากช่องทางยี่ปั๊วและโมเดิร์นเทรด
* **ยอดขายต่างประเทศ 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 0.81%** เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพม่าและค่าเงินกีบอ่อนค่า
* **ยอดขายบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 49.46%** จากการส่งออกวัตถุดิบไปบริษัทแม่ในยุโรปที่ขาดแคลน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 270.93 ล้านบาท ลดลง 10.94% เมื่อเทียบกับ 304.21 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ 1,532.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.43% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 9.28% และต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 7.64% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 8.91% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 2.03%
เมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 137.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.56% เมื่อเทียบกับ 136.62 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยยอดขายในประเทศไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโต 15.11% จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายหลังคลายมาตรการโควิด-19 แต่ยอดขายต่างประเทศลดลง 13.05%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาใช้จ่ายนอกบ้านของผู้บริโภคเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหาร
* **การเติบโตของยอดขายบริษัทร่วม:** การส่งออกวัตถุดิบไปยังบริษัทแม่ในยุโรปที่ประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายในส่วนนี้
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ มีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดและบริหารให้ดีขึ้น ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบจากสถานการณ์สงครามโลกยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ยอดขายต่างประเทศได้รับผลกระทบจากค่าเงินกีบที่อ่อนค่า ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของลูกค้าในประเทศลาว
* **ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน:** สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศพม่าส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อจากลูกค้าในแถบชายแดน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนขายและกำไรขั้นต้นในอนาคต
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นได้อย่างไร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของยอดขายต่างประเทศ:** สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านจะส่งผลต่อการกลับมาของยอดขายในตลาดต่างประเทศหรือไม่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การสต็อกวัตถุดิบเพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและโอกาสในการเสื่อมสภาพของสินค้าหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน (แม้เอกสารจะระบุว่าเป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้า แต่การวิเคราะห์จะใช้เลนส์ของกลุ่มธุรกิจการเงินตามที่ได้รับมอบหมาย) ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ:
* **NIM (Net Interest Margin):** ไม่สามารถประเมินได้โดยตรงจากข้อมูลที่ให้มา เนื่องจากบริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อโดยตรง
* **NII/Non-NII:** รายได้หลักของบริษัทมาจากยอดขายสินค้า (NII ในบริบทนี้) ส่วนรายได้อื่น (Non-NII) อาจมาจากรายได้อื่น เช่น การกลับรายการค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ ซึ่งในไตรมาส 2/2565 มีการบันทึกกลับรายการค่าเผื่อการด้อยค่าของที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ดำเนินงานจำนวน 14.17 ล้านบาท เป็นรายได้อื่น
* **NPL (Non-Performing Loan) / Coverage Ratio:** บริษัทไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ NPL หรือ Coverage Ratio เนื่องจากไม่ได้ดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อ
* **Credit Cost / Provision:** ไม่สามารถประเมินได้โดยตรง
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** ไม่สามารถประเมินได้โดยตรง
* **เงินฝาก / CASA:** บริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจรับฝากเงิน
* **CAR/Basel:** ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** ไม่ปรากฏข้อมูลรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว (One-time Gain/Loss):** มีการบันทึกรายได้อื่นจากการกลับรายการค่าเผื่อการด้อยค่าของที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ดำเนินงาน 14.17 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
**ข้อสังเกตเพิ่มเติม:** แม้ว่าบริษัทจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน แต่ลักษณะการดำเนินงานที่ระบุในเอกสาร MD&A เป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้า ซึ่งทำให้การวิเคราะห์ตามเลนส์ของกลุ่มธุรกิจการเงินอาจไม่ตรงกับลักษณะธุรกิจจริง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **โครงสร้างเงินทุน:** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 0.14 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก แสดงถึงการพึ่งพาส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน บริษัทไม่มีหนี้สินจากการกู้ยืม
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 5.91 เท่า ลดลงจาก 7.44 เท่าในปี 2564 เนื่องจากสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง (ส่วนใหญ่เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด) และหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องของบริษัทยังคงสูงมาก โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดกว่า 382.24 ล้านบาท และมีวงเงินกู้เบิกเกินบัญชีที่ยังไม่ได้ใช้
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานลดลง 33.85% เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นจากการรับเงินสดจากการขายเงินลงทุนชั่วคราว กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลงจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ SGF ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2565 คือ **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายในประเทศจะเติบโตได้เล็กน้อยจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ ความเสี่ยงจากราคาโภคภัณฑ์ที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องสูง ซึ่งเป็นจุดแข็งในการบริหารจัดการความท้าทายที่เกิดขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SGF ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
82.68
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
79.53
ล้านบาท
↓ 19.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
96.19
%
กำไรสุทธิ
-47.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-57.14
%
D/E Ratio
0.30
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
83
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -19.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.30
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SGF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.30
ROE (%)
-11.00
ROA (%)
-3.06
Book Value/หุ้น
1.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SGF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+22
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SGF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-240.12
-13.56%
|
-277.80
-317.54%
|
127.70
-21.26%
|
162.18
-150.13%
|
-323.52
-479.81%
|
85.18
-143.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
21.63
-94.06%
|
364.31
-370.98%
|
-134.44
-73.30%
|
-503.56
-259.01%
|
316.69
-651.05%
|
-57.47
-1,596.61%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
245.24
-301.74%
|
-121.56
+793.82%
|
-13.60
-105.69%
|
238.91
-175.65%
|
-315.83
+937.89%
|
-30.43
-117.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
148.97
-1,369.99%
|
-11.73
-58.83%
|
-28.49
-60.75%
|
-72.59
+114.57%
|
-33.83
+1,143.75%
|
-2.72
-88.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
73.81
+31.40%
|
56.17
+32.92%
|
42.26
+53.34%
|
27.56
-25.01%
|
36.75
-6.87%
|
39.46
-37.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
222.78
+201.83%
|
73.81
+31.40%
|
56.17
+32.92%
|
42.26
+53.34%
|
27.56
-25.01%
|
36.75
-6.87%
|