บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.16
0.01 (5.88%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5632 out_tok=2457 at=2026-07-26T01:24:22 -->
# RICHY พลิกกำไรปี 64 โตเท่าตัว รับอานิสงส์โอนคอนโดฯ ใหม่หนุน
## รายได้-กำไรโตแรงจากโครงการใหม่ ขณะที่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี
บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 202.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RICHY ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดพักอาศัย ที่เพิ่มขึ้นถึง 82.05%** ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ที่สร้างเสร็จและพร้อมรับรู้รายได้ ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ พลิกกลับมาเติบโตถึง 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการ **"เดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์"** ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ในปี 2564 ส่งผลให้รายได้จากส่วนอาคารชุดพักอาศัยเพิ่มขึ้นถึง 586.37 ล้านบาท หรือ 82.05% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากทาวน์โฮมจะลดลง 25.42% แต่การเติบโตของรายได้จากอาคารชุดใหม่ได้เข้ามาทดแทนและผลักดันรายได้รวมให้สูงขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์ได้ดีขึ้น โดยคิดเป็น 60.06% ของรายได้จากการขาย ลดลงจาก 62.67% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าการเติบโตของรายได้ โดยเพิ่มขึ้น 18.97% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่แม้จะเพิ่มขึ้น 182.16% แต่ก็ยังสามารถควบคุมผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการเติบโตของรายได้ในปี 2564 มาจากการโอนโครงการ "เดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์" ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จและรับรู้รายได้ในปีนี้เป็นหลัก ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่จะสร้างเสร็จและโอนได้ในปีถัดไป หรือแผนการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมที่ชัดเจน ทำให้ยังไม่สามารถประเมินโอกาสในการเติบโตของรายได้จากการโอนในลักษณะเดียวกันนี้ได้อย่างต่อเนื่องในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 พลิกโต 100%** อยู่ที่ 202.09 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 101.52 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 61.25%** แตะ 1,401.35 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการโอนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 68.87%
* **รายได้อาคารชุดพุ่ง 82.05%** จากการโอนโครงการ "เดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์" ที่สร้างเสร็จ
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ต่อรายได้ลดลง** จาก 62.67% เป็น 60.06%
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 182.16%** แต่ยังสามารถบริหารจัดการผลกระทบต่อกำไรได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,401.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 532.29 ล้านบาท หรือ 61.25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนรับรู้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 560.99 ล้านบาท หรือ 68.87% โดยเฉพาะรายได้จากโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่เพิ่มขึ้นถึง 82.05% จากการโอนโครงการเดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายทาวน์โฮมลดลง 25.42%
ต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 826.15 ล้านบาท คิดเป็น 60.06% ของรายได้จากการขาย ลดลงจาก 62.67% ในปีก่อนหน้า ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 241.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.97% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 21.04% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.08%
ต้นทุนทางการเงินสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 75.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 182.16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 เท่ากับ 202.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.57 ล้านบาท หรือ 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่สร้างเสร็จ:** โครงการ "เดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์" ที่สร้างเสร็จและโอนได้ในปี 2564 เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไร
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับรายได้ และการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สอดคล้องกับการเติบโต เป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 182.16% อาจเป็นแรงกดดันต่อผลกำไรในอนาคต หากไม่สามารถบริหารจัดการหรือเพิ่มรายได้ให้ครอบคลุมได้
* **ความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต:** การพึ่งพารายได้จากการโอนโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จ อาจทำให้รายได้มีความผันผวน หากไม่มีแผนการเปิดโครงการใหม่ที่ชัดเจน หรือโครงการใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายและโอนได้ตามเป้าหมาย
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไรของโครงการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนจะเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมในปี 2565 หรือไม่ และมีมูลค่าเท่าใด
* **ความคืบหน้าการขายและการโอนโครงการใหม่:** การรับรู้รายได้จากโครงการที่กำลังก่อสร้างและโครงการที่จะเปิดใหม่ในอนาคต
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี ท่ามกลางต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **การบริหาร D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.52 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 1.30 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่ต้องติดตามการบริหารจัดการหนี้สินในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรหลักในปี 2564 โดยเฉพาะโครงการอาคารชุด "เดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์" ที่สร้างเสร็จและสามารถโอนได้ ส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ยอดขายรอโอน (Backlog):** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับยอดขายรอโอน (Backlog) ที่ชัดเจน ทำให้ประเมินรายได้ที่คาดว่าจะรับรู้ในอนาคตได้ยาก
**การเปิดโครงการใหม่ (New Project Launch):** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2565 หรือโครงการที่กำลังจะเปิด ทำให้ยากต่อการประเมินการเติบโตในระยะถัดไป
**ต้นทุนก่อสร้าง (Construction Cost):** แม้ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ต่อรายได้จะลดลง แต่ต้นทุนการก่อสร้างโดยรวมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะหากมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio) เท่ากับ 1.52 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt to Equity Ratio) เท่ากับ 1.30 เท่า ซึ่งแสดงถึงการพึ่งพาเงินกู้ยืมในการดำเนินงานในระดับหนึ่ง
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยเฉพาะเจาะจง
## สรุปท้าย
RICHY พลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2564 ด้วยการเติบโตของกำไรสุทธิถึง 100% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดใหม่ที่สร้างเสร็จ ซึ่งช่วยผลักดันรายได้รวมให้เติบโตกว่า 61% ขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคตยังคงต้องจับตาแผนการเปิดโครงการใหม่ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RICHY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
244.82
ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
กำไรขั้นต้น
79.89
ล้านบาท
↓ 70.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.63
%
กำไรสุทธิ
5.51
ล้านบาท
↓ 92.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
245
↓ -52.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -70.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -92.6%
YoY
D/E Ratio
1.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RICHY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.35
ROE (%)
-4.61
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RICHY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RICHY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-130.03
-135.31%
|
368.29
+324.88%
|
86.68
-132.66%
|
-265.39
-1,077.50%
|
27.15
-105.03%
|
-539.23
-46.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
83.18
-86.25%
|
604.85
+927.78%
|
58.85
-155.66%
|
-105.74
-34.22%
|
-160.74
-888.33%
|
20.39
-127.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
205.09
-123.66%
|
-866.80
+56.15%
|
-555.10
-190.50%
|
613.40
+51.30%
|
405.43
-29.55%
|
575.45
-46.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
158.24
+48.81%
|
106.34
-125.96%
|
-409.58
-269.07%
|
242.25
-10.89%
|
271.85
+380.22%
|
56.61
+7,348.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|
24.75
+3.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
31.73
-68.45%
|
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|