บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.16
0.01 (5.88%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7324 out_tok=2300 at=2026-07-26T03:01:22 -->
# RICHY กำไร Q3/64 พุ่ง 935% รับอานิสงส์โอนอสังหาฯ โตแรง
## รายได้จากการโอนโครงการใหม่ดันกำไรสุทธิพุ่งกว่า 9 เท่า ขณะที่ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น
บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 78.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 934.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้รวมเติบโตกว่า 202%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RICHY ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 934.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 420.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 202.66% จาก 138.90 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มีสาเหตุหลักมาจากการ **โอนรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ** โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดพักอาศัยอย่าง "เดอะริชพระราม 9 - ศรีนครินทร์" ซึ่งสามารถโอนรับรู้รายได้ในปี 2564 ได้เป็นจำนวนมากถึง 555.91 ล้านบาท และโครงการ "เดอะริช เพลินจิต - นานา" อีก 250.50 ล้านบาท ทำให้รายได้จากการขายอาคารชุดรวมเพิ่มขึ้นถึง 151.34% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 แม้ว่าบางโครงการจะมียอดโอนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่น โครงการริชพาร์ค@เตาปูน และริชพาร์ค เทอร์มินอล@พหลโยธิน59 แต่การเข้ามาของโครงการใหม่ที่มีมูลค่าสูงได้เข้ามาทดแทนและผลักดันรายได้โดยรวมให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนทางการเงินก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 22.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 291.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงานและโครงการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** การเติบโตของรายได้จากการโอนโครงการใหม่มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถบริหารจัดการการโอนโครงการที่เหลือให้เป็นไปตามแผนได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตาคือ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 59-60% ของรายได้จากการขาย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่งแรง:** กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 78.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 934.78% YoY
* **รายได้รวมเติบโตกว่า 2 เท่า:** รายได้รวมอยู่ที่ 420.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 202.66% YoY
* **ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก:** การโอนรับรู้รายได้จากโครงการอาคารชุดใหม่ โดยเฉพาะ "เดอะริชพระราม 9 - ศรีนครินทร์" และ "เดอะริช เพลินจิต - นานา"
* **ต้นทุนการขายคงสูง:** ต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 60.33% ของรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2564
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 291.99% YoY ในไตรมาส 3 ปี 2564
* **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.74 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 420.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 202.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนรับรู้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 219.01% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 78.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 934.78% จาก 7.62 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,095.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนรับรู้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 118.87% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 207.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 253.78% จาก 58.52 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การโอนโครงการใหม่:** การทยอยโอนโครงการอาคารชุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ เช่น เดอะริชพระราม 9 - ศรีนครินทร์ และ เดอะริช เพลินจิต - นานา จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการขายและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจกดดันอัตรากำไรสุทธิในอนาคต
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านราคาและการพัฒนาโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการโอนโครงการ:** การโอนรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและโครงการใหม่ที่จะเปิดตัว
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้สินของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนการขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** กลยุทธ์การขยายธุรกิจและการพัฒนาโครงการในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวมอยู่ที่ 410.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 219.01% YoY โดยมีรายได้หลักมาจากอาคารชุดพักอาศัย ซึ่งโครงการ "เดอะริชพระราม 9 - ศรีนครินทร์" และ "เดอะริช เพลินจิต - นานา" เป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาสร้างรายได้ก้อนใหญ่ในปีนี้ แม้ว่าบางโครงการอาคารชุดเดิม เช่น ริชพาร์ค@เตาปูน และริชพาร์ค เทอร์มินอล@พหลโยธิน59 จะมียอดโอนลดลงก็ตาม ส่วนรายได้จากทาวน์โฮมลดลง 31.36% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564
**ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** ต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 60.33% ของรายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2564 และ 59.16% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง สะท้อนถึงต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 51.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.82% YoY โดยมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 38.23% ซึ่งสอดคล้องกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 1.74 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 1.49 เท่า ซึ่งแสดงถึงการพึ่งพาเงินกู้ยืมในการดำเนินงานและลงทุน
## สรุปท้าย
RICHY โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจกำไรมาจากการโอนรับรู้รายได้จากโครงการอาคารชุดใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งสามารถชดเชยยอดขายจากโครงการเดิมที่ลดลงได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการขายและแผนการเปิดโครงการใหม่ในอนาคต เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RICHY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
244.82
ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
กำไรขั้นต้น
79.89
ล้านบาท
↓ 70.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.63
%
กำไรสุทธิ
5.51
ล้านบาท
↓ 92.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
245
↓ -52.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -70.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -92.6%
YoY
D/E Ratio
1.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RICHY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.35
ROE (%)
-4.61
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RICHY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RICHY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-130.03
-135.31%
|
368.29
+324.88%
|
86.68
-132.66%
|
-265.39
-1,077.50%
|
27.15
-105.03%
|
-539.23
-46.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
83.18
-86.25%
|
604.85
+927.78%
|
58.85
-155.66%
|
-105.74
-34.22%
|
-160.74
-888.33%
|
20.39
-127.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
205.09
-123.66%
|
-866.80
+56.15%
|
-555.10
-190.50%
|
613.40
+51.30%
|
405.43
-29.55%
|
575.45
-46.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
158.24
+48.81%
|
106.34
-125.96%
|
-409.58
-269.07%
|
242.25
-10.89%
|
271.85
+380.22%
|
56.61
+7,348.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|
24.75
+3.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
31.73
-68.45%
|
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|