บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.16
0.01 (5.88%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7312 out_tok=2323 at=2026-07-27T11:56:39 -->
# RICHY กำไร Q2/2564 พุ่ง 207% รับโอนอสังหาฯ โตแรง
## รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 206% หนุนกำไรสุทธิโตแรง ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี
บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 91.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 207.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนรับรู้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจัดการได้ดี ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการเติบโตโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RICHY ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 207.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 206.19% ในไตรมาส 2 และ 83.20% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นผลมาจากการ **โอนรับรู้รายได้จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ** โดยเฉพาะโครงการใหม่ๆ ที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ในปี 2564 เช่น โครงการเดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนรับรู้รายได้ในปีนี้ รวมถึงโครงการเดอะริช เพลินจิต - นานา ที่เริ่มโอนในปี 2564 ด้วย นอกจากนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายทาวน์โฮมจะลดลง แต่การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากอาคารชุดได้เข้ามาทดแทนและผลักดันรายได้รวมให้สูงขึ้น
ในส่วนของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ แม้จะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่สัดส่วนต่อรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กลับลดลงเล็กน้อยจาก 58.20% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 57.19% ในไตรมาส 2 ปี 2564 และจาก 64.26% มาอยู่ที่ 58.43% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 42.94% ในไตรมาส 2 และ 27.86% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายที่สูงขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับลดลง 10.10% ในไตรมาส 2 และ 16.67% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยอิงจากข้อมูลที่ระบุว่าโครงการเดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์ และเดอะริช เพลินจิต - นานา เริ่มโอนรับรู้รายได้ในปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อรายได้ในงวดนี้ และหากมีโครงการอื่นที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมโอนในไตรมาสถัดไป ก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรายได้และกำไรให้เติบโตต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและการตอบรับของตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 207.36% YoY:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 91.04 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 29.62 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโต 206.19%:** ปัจจัยหลักมาจากโครงการเดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์ และเดอะริช เพลินจิต - นานา ที่เริ่มโอนรับรู้รายได้ในปี 2564
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10.10% ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **D/E Ratio อยู่ที่ 1.84 เท่า:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1.84 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 401.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 152.14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 391.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 206.19% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 91.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207.36%
สำหรับงวดหกเดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 675.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 662.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.20% และมีกำไรสุทธิ 128.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.83%
## โอกาส
* **การโอนรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** โครงการเดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์ และเดอะริช เพลินจิต - นานา ที่เริ่มโอนในปี 2564 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การที่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง เป็นสัญญาณที่ดีต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การขยายตลาด:** การมีโครงการหลากหลายประเภท ทั้งอาคารชุดและทาวน์โฮม ช่วยกระจายความเสี่ยงและตอบสนองความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างและโอนกรรมสิทธิ์:** ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์โควิด-19 หรือปัญหาการจัดหาวัสดุ อาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการก่อสร้างและโอนกรรมสิทธิ์
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและราคาขาย
* **ต้นทุนทางการเงิน:** แม้ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2 จะลดลง แต่การมี D/E Ratio ที่ 1.84 เท่า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยแล้วเสร็จและพร้อมโอนในอนาคต
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** มูลค่า Backlog ที่มีอยู่จะส่งผลต่อรายได้ในระยะถัดไป
* **แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** เติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะรายได้จากอาคารชุดที่เพิ่มขึ้น 101.80% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 จากการโอนโครงการเดอะริชพระราม 9 – ศรีนครินทร์ และเดอะริช เพลินจิต - นานา
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 64.26% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 58.43% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งเป็นผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง แสดงถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio) เท่ากับ 1.84 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt to Equity Ratio) เท่ากับ 1.56 เท่า ซึ่งแสดงถึงการพึ่งพาหนี้สินในการดำเนินงานในระดับหนึ่ง
## สรุปท้าย
RICHY โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการโอนรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากสภาวะตลาดและการแข่งขัน แต่การมีโครงการที่พร้อมโอนและแนวโน้มการบริหารจัดการที่ดี ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคตอันใกล้ โดยต้องจับตาความคืบหน้าของโครงการและยอดขายรอการโอนเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RICHY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
244.82
ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
กำไรขั้นต้น
79.89
ล้านบาท
↓ 70.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.63
%
กำไรสุทธิ
5.51
ล้านบาท
↓ 92.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
245
↓ -52.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -70.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -92.6%
YoY
D/E Ratio
1.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RICHY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.35
ROE (%)
-4.61
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RICHY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RICHY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-130.03
-135.31%
|
368.29
+324.88%
|
86.68
-132.66%
|
-265.39
-1,077.50%
|
27.15
-105.03%
|
-539.23
-46.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
83.18
-86.25%
|
604.85
+927.78%
|
58.85
-155.66%
|
-105.74
-34.22%
|
-160.74
-888.33%
|
20.39
-127.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
205.09
-123.66%
|
-866.80
+56.15%
|
-555.10
-190.50%
|
613.40
+51.30%
|
405.43
-29.55%
|
575.45
-46.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
158.24
+48.81%
|
106.34
-125.96%
|
-409.58
-269.07%
|
242.25
-10.89%
|
271.85
+380.22%
|
56.61
+7,348.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|
24.75
+3.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
31.73
-68.45%
|
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|