บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.16
0.01 (5.88%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7563 out_tok=3234 at=2026-07-26T02:02:55 -->
# RICHY พลิกกำไร Q3/2566 พุ่ง 247% รับรายได้อื่น-ชนะคดีหนุน
## รายได้อื่น-ชนะคดีดันกำไร RICHY พุ่งแรง Q3/2566 ขณะที่ 9 เดือนยังขาดทุน เหตุโอนอสังหาฯ ลด
บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 246.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัว แต่ปัจจัยสำคัญมาจากการรับรู้รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการรับรู้รายได้จากการชนะคดี อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 22.27 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RICHY ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การรับรู้รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และการรับรู้รายได้จากการชนะคดีความ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 263.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.78% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก "รายได้อื่น" ที่พุ่งสูงถึง 73.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 170.88% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากการชนะคดีที่ยื่นฟ้องบริษัท วรลักษณ์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
ในส่วนของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าค่าบริการ สำหรับงวดสามเดือนปี 2566 อยู่ที่ 123.05 ล้านบาท คิดเป็น 46.66% ของรายได้รวม ลดลงจากปีก่อนที่ 62.43% ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 37.58% เป็น 53.34% ของรายได้รวม
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 22.27 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 39.63 ล้านบาท แม้จะขาดทุนลดลง แต่ยังคงเป็นผลขาดทุน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงถึง 24.33% โดยเฉพาะรายได้จากการขายอาคารชุดที่ลดลง 29.25% แม้ว่ารายได้จากการขายทาวน์โฮมจะเพิ่มขึ้น 33.24% จากโครงการที่เปิดใหม่ก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
การพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 นี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** เนื่องจากปัจจัยหลักมาจาก "รายได้อื่น" และ "การชนะคดี" ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติและไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในทุกไตรมาส
แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แต่รายได้หลักจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการลดลงของรายได้จากการขายอาคารชุด ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท
สำหรับต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยงวด 9 เดือนปี 2566 เพิ่มขึ้น 15.16% จากปีก่อน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกบวก 18.70 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 246.94% YoY จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 5.39 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 ทรงตัว 263.71 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 0.78% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 170.88%
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q3/2566 ลดลง:** อยู่ที่ 190.60 ล้านบาท ลดลง 18.79% YoY
* **กำไรขั้นต้น Q3/2566 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** อยู่ที่ 140.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.05% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 53.34% จาก 37.58% ในปีก่อน
* **9 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 22.27 ล้านบาท:** ลดลง 228.28% YoY จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 39.63 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 24.33%:** อยู่ที่ 497.45 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 15.16%:** จากผลกระทบดอกเบี้ยนโยบาย
* **D/E Ratio ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 1.47 เท่า:** และ Interest Bearing Debt to Equity Ratio อยู่ที่ 1.23 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 263.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.78% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นถึง 170.88% เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนรายได้รวม ในขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 18.79% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 37.58% เป็น 53.34% เนื่องจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าค่าบริการลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวม ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 18.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.94%
ส่วนภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 588.06 ล้านบาท ลดลง 17.81% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการโอนรับรู้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์ลดลง 24.33% โดยเฉพาะอาคารชุดที่ลดลง 29.25% แม้ทาวน์โฮมจะเติบโต 33.24% ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าค่าบริการลดลง 27.10% แต่อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเล็กน้อยจาก 46.77% เป็น 47.08% ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 15.16% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.72% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 22.27 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากทาวน์โฮม:** โครงการใหม่ๆ เช่น ริชตัน-สวนหลวงพัฒนาการ, ริชตัน-เพิ่มสินดอนเมือง, และ เดอะริชบิซ โฮมสุขุมวิท 105 มีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการในตลาดทาวน์โฮม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าค่าบริการได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัย:** โครงการเดอะริช เพลินจิต - นานา และ เดอะริช พระราม 9 - ศรีนครินทร์ มีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรกปี 2566
## ความเสี่ยง
* **รายได้หลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง:** โดยเฉพาะรายได้จากการขายอาคารชุด ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต
* **การพึ่งพารายได้พิเศษ:** การพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งมาจากรายได้อื่นและผลจากการชนะคดี ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติและอาจไม่ต่อเนื่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทจะมีมาตรการรับมือกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างไร
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** ความคืบหน้าและผลตอบรับของโครงการทาวน์โฮมใหม่ๆ ที่จะช่วยหนุนรายได้ในอนาคต
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัย:** โดยเฉพาะโครงการที่เพิ่งเปิดหรือมีแผนจะเปิดใหม่
* **ความคืบหน้าคดีความ:** ผลกระทบจากการชนะคดีต่อผลประกอบการในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer of Ownership):** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยรวมลดลง 18.79% ในไตรมาส 3 และลดลง 24.33% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 โดยเฉพาะรายได้จากการขายอาคารชุดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 29.25% ใน 9 เดือนแรก) ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท ในขณะที่รายได้จากการขายทาวน์โฮมมีการเติบโตที่ดี (เพิ่มขึ้น 33.24% ใน 9 เดือนแรก) จากโครงการใหม่ๆ ที่เปิดดำเนินการ
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่จากแนวโน้มรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง อาจสะท้อนถึง Backlog ที่ลดลง หรือการส่งมอบที่ล่าช้า
**การเปิดโครงการใหม่:** มีการกล่าวถึงโครงการทาวน์โฮมที่เปิดใหม่และมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น เช่น โครงการริชตัน-สวนหลวงพัฒนาการ, โครงการริชตัน-เพิ่มสินดอนเมือง, โครงการ เดอะริชบิซ โฮมสุขุมวิท 105
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในไตรมาส 3 ปี 2566 จาก 37.58% เป็น 53.34% เนื่องจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าค่าบริการลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวม
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าค่าบริการลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวม อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี หรือการส่งมอบโครงการที่ต้นทุนต่ำกว่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 1.47 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 1.23 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทยังคงรักษาสัดส่วนภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นได้ดี
ต้นทุนทางการเงินสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 15.16% จากปีก่อน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
RICHY พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 ได้อย่างโดดเด่นถึง 246.94% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการรับรู้รายได้จากการชนะคดี ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกบริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ เนื่องจากรายได้หลักจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอาคารชุดที่ลดลง แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น แต่ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา การเติบโตของรายได้จากทาวน์โฮมเป็นสัญญาณบวก แต่ความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RICHY ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
244.82
ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
กำไรขั้นต้น
79.89
ล้านบาท
↓ 70.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.63
%
กำไรสุทธิ
5.51
ล้านบาท
↓ 92.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.25
%
D/E Ratio
1.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
245
↓ -52.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
80
↓ -70.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -92.6%
YoY
D/E Ratio
1.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RICHY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.35
ROE (%)
-4.61
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RICHY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RICHY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-130.03
-135.31%
|
368.29
+324.88%
|
86.68
-132.66%
|
-265.39
-1,077.50%
|
27.15
-105.03%
|
-539.23
-46.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
83.18
-86.25%
|
604.85
+927.78%
|
58.85
-155.66%
|
-105.74
-34.22%
|
-160.74
-888.33%
|
20.39
-127.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
205.09
-123.66%
|
-866.80
+56.15%
|
-555.10
-190.50%
|
613.40
+51.30%
|
405.43
-29.55%
|
575.45
-46.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
158.24
+48.81%
|
106.34
-125.96%
|
-409.58
-269.07%
|
242.25
-10.89%
|
271.85
+380.22%
|
56.61
+7,348.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|
24.75
+3.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
31.73
-68.45%
|
100.58
+125.72%
|
44.56
+183.46%
|
15.72
-91.36%
|
181.97
+123.69%
|
81.35
+228.69%
|