บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.05
0.01 (16.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16234 out_tok=2958 at=2026-07-26T00:19:05 -->
# PRIME Q4/2564 กำไรสุทธิลดลง 54.2% สวนทางรายได้รวมโต 13.4% จากรายการพิเศษ
## รายได้รวมปี 64 เติบโต 13.4% แต่กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 53.7% เหตุมีค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการควบรวมธุรกิจนวัตกรรม
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 919.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 140.31 ล้านบาท ลดลง 53.7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษที่เกิดจากการควบรวมกิจการธุรกิจสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ PRIME ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง 13.4% แต่ถูกหักล้างด้วยรายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-time expenses) ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 53.7%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 4/2564 กำไรสุทธิลดลง 54.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโต 22.0% ในไตรมาส 4/2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Plant):** ยังคงเป็นรายได้หลัก คิดเป็น 75.4% ของรายได้รวม โดยมีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงการ (Repowering) ในไต้หวัน และการ COD โครงการใหม่ๆ รวมถึงการเข้าซื้อหุ้นบริษัท จูปิเตอร์ เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งมีโครงการ Adder ขนาด 1 MW
* **ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (EPC):** มีการเติบโต 16.1% ในปี 2564 จากการรับงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 13 โครงการ
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงาน (Trading):** เติบโตสูงถึง 141.7% ในปี 2564 จากการขยายฐานคู่ค้ากว่า 21 ราย และการเป็นตัวแทนจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์ JinkoSolar อย่างเป็นทางการ
* **ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 6.1% โดยหลักมาจากโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทย (Adder) และโครงการในญี่ปุ่นที่เริ่มรับเงินปันผล
อย่างไรก็ตาม **ปัจจัยลบสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิคือค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-time expenses)** ที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการธุรกิจสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation & Technology) ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 150.1% ในปี 2564 นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 106.99 ล้านบาท ที่บันทึกในงบกำไรขาดทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มว่ารายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการควบรวมกิจการและการลงทุนในธุรกิจใหม่จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในปี 2564 เป็นหลัก ฝ่ายจัดการระบุว่าได้มีการจ้างบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาพัฒนาธุรกิจใหม่และมุ่งวิจัยพัฒนานวัตกรรม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในระยะยาว แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะไม่ได้สูงในระดับเดียวกันทุกปี นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการมองเห็นแนวโน้มราคาสินค้าที่ใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะกลับมาเป็นปกติในปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 13.4% แตะ 919.84 ล้านบาท** จากการขยายตัวของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์, ธุรกิจรับเหมาติดตั้ง (EPC) และธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 53.7% เหลือ 140.31 ล้านบาท** สาเหตุหลักจากรายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-time expenses) จากการควบรวมกิจการธุรกิจนวัตกรรม และผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน
* **ไตรมาส 4/2564 กำไรสุทธิลดลง 54.2% อยู่ที่ 58.14 ล้านบาท** แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโต 22.0%
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงเป็นรายได้หลัก** คิดเป็น 75.4% ของรายได้รวม
* **ธุรกิจใหม่ 3 ธุรกิจ (EPC, Private PPA, Trading) เติบโตอย่างรวดเร็ว** โดยเฉพาะธุรกิจ Trading ที่เติบโต 141.7% ในปี 2564
* **บริษัทฯ ออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้านบาท** เพื่อใช้ชำระคืนหนี้, เงินทุนหมุนเวียน และลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า
* **มีแผนออกหุ้นกู้เพิ่มอีกประมาณ 1,000 ล้านบาทในปี 2565** เพื่อรองรับแผนการลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 919.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) โดยมี EBITDA 512.15 ล้านบาท ลดลง 5.1% YoY และมีกำไรสุทธิ 140.31 ล้านบาท ลดลง 53.7% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากรายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-time expenses) ที่เกิดจากการควบรวมกิจการธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี และผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน
ในส่วนของไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิ 58.14 ล้านบาท ลดลง 54.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ที่มีกำไร 126.81 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโต 22.0% ในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** ธุรกิจ EPC, Private PPA และ Trading มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพในการขยายตัวต่อไป
* **การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า:** มีแผนลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ และการพัฒนาโครงการในกัมพูชาขนาด 77 MW ที่คาดว่าจะเริ่มขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2565
* **นโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน:** ทั่วโลกและประเทศไทยมีเป้าหมาย Net Zero Emissions ซึ่งจะผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
* **การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม:** การจัดตั้งบริษัท PrimeX และการควบรวมกิจการสตาร์ทอัพ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
* **การออกหุ้นกู้:** การออกหุ้นกู้ครั้งแรกประสบความสำเร็จ และมีแผนออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อรองรับการลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ฝ่ายจัดการคาดว่าราคาจะกลับสู่ภาวะปกติในปีหน้า แต่สถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความล่าช้าในการรับรู้รายได้:** สถานการณ์โควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่บางส่วน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 4/2564 แม้จะเล็กน้อย
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาโครงการส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.1% ในปี 2564
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าในกัมพูชา:** การก่อสร้างและการเริ่มขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2565
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่:** โดยเฉพาะธุรกิจ Private PPA และ Trading ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
* **การออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในปี 2565:** เพื่อรองรับแผนการลงทุน 1,000 ล้านบาท
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** การควบรวมกิจการและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะส่งผลต่อผลประกอบการในระยะสั้นอย่างไร
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การกลับสู่ภาวะปกติจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนการก่อสร้างหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 288.92 MW (Equity Installed Capacity 194.34 MW) รายได้จากการขายไฟฟ้าปี 2564 อยู่ที่ 368.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% YoY โดยรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 5.6% จากการเข้าซื้อหุ้น JUPITER และโครงการ Private-PPA ส่วนในไต้หวันรายได้เพิ่มขึ้น 11.0% จากการ COD โครงการโซล่าร์รูฟท็อปเพิ่ม
* **ธุรกิจรับเหมาติดตั้ง (EPC):** มีรายได้จากการก่อสร้าง 145.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% YoY จากการเติบโตของงานก่อสร้างกว่า 13 โครงการ
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ (Trading):** มีรายได้ 53.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141.7% YoY จากการขยายฐานคู่ค้าและเป็นตัวแทน JinkoSolar
* **ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 6.1% เป็น 325.17 ล้านบาท โดยหลักมาจากโครงการในไทย (Adder) และโครงการในญี่ปุ่นที่เริ่มรับเงินปันผล
* **โครงการในกัมพูชา:** ขนาด 77 MW คาด COD พฤศจิกายน 2565 อยู่ระหว่างการก่อสร้างและปรับพื้นที่
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** มีการเข้าซื้อกิจการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล 3 บริษัท และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศเพิ่มกว่า 42 โครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,450.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% YoY โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 24.5% จากการเข้าซื้อกิจการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนาโครงการในต่างประเทศ ขณะที่สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 22.2% จากการหักกลบลบหนี้ตามสัญญา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,364.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% YoY โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 30.4% จากการหักกลบลบหนี้ตามสัญญาและเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.2% จากการออกหุ้นกู้
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,086.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% YoY จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นและส่วนเกินทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม
## สรุปท้าย
PRIME ในปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้รวม โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และธุรกิจใหม่ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบอย่างหนักจากรายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการควบรวมกิจการธุรกิจนวัตกรรมและผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมองว่ารายการเหล่านี้มีลักษณะครั้งคราว แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการผลักดันการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIME ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
164.94
ล้านบาท
↓ 54.4% YoY
กำไรขั้นต้น
90.31
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75
%
กำไรสุทธิ
-96.61
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.57
%
D/E Ratio
2.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -54.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 13.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-97
↑ + 1.4%
YoY
D/E Ratio
2.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIME
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.71
ROE (%)
-12.77
ROA (%)
-2.46
Book Value/หุ้น
0.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIME
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIME
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-131.34
-181.37%
|
161.42
-78.88%
|
764.45
-332.40%
|
-328.94
-298.74%
|
165.51
+27.98%
|
129.32
+91.50%
|
67.53
-148.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
59.66
-6.87%
|
64.06
-89.49%
|
609.74
-4.91%
|
641.23
+216.72%
|
202.46
+9.30%
|
185.24
-164.10%
|
-288.97
+5,173.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
209.71
-319.32%
|
-95.62
-147.36%
|
201.88
-115.02%
|
-1,343.72
+496.84%
|
-225.14
+54.28%
|
-145.93
-190.31%
|
161.59
+15.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
83.61
-35.62%
|
129.86
-91.76%
|
1,576.07
-252.80%
|
-1,031.43
-822.19%
|
142.82
-15.31%
|
168.63
-381.71%
|
-59.86
+1,116.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
191.92
-32.78%
|
285.52
-73.73%
|
1,087.00
+276.99%
|
288.34
+32.52%
|
217.59
+387.43%
|
44.64
-53.95%
|
96.93
+206.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
56.80
-70.41%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|