บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=29535 out_tok=1871 at=2026-09-16T05:02:56 -->
# PRIME พลิกกำไรสุทธิ 297 ล้านบาทใน Q1/2569 รับอานิสงส์ขายเงินลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์ม
## รายได้รวมโต 56% YoY จากการจำหน่ายโครงการ COOP 1 พร้อมปลดเครื่องหมาย CB และ DP สำเร็จ เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,242% YoY ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นผลประกอบการเป็นบวกครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (COOP 1) จำนวน 318 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถปลดเครื่องหมาย CB และ DP ได้สำเร็จภายในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจสำคัญของกำไรที่พุ่งสูงขึ้นในไตรมาส 1/2569 คือ **"รายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย"** ซึ่งบริษัทรับรู้กำไรจากการขายหุ้นใน 3 บริษัทย่อยที่ดำเนินโครงการ COOP 1 จำนวน 318 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-recurring) นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่รัดกุมขึ้น ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยให้ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การจำหน่ายโครงการ COOP 1 ช่วยให้บริษัทได้รับกระแสเงินสดสุทธิจากการขายโครงการรวม 591.13 ล้านบาท (ได้รับชำระแล้วใน Q1/2569 จำนวน 558.21 ล้านบาท) ซึ่งบริษัทได้นำเงินส่วนหนึ่งไปชำระคืนเงินต้นหุ้นกู้บางส่วนในสัดส่วน 23.14% พร้อมดอกเบี้ยและผลตอบแทนพิเศษ ทำให้ภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินลดลง นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้ที่ผ่านมติผู้ถือหุ้นกู้ ยังช่วยลดแรงกดดันด้านสภาพคล่องและทำให้บริษัทสามารถปลดเครื่องหมาย DP และ CB ได้สำเร็จ
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวเป็น **"ลักษณะครั้งคราว"** และจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างหนี้และการลดภาระดอกเบี้ยจ่ายจะส่งผลบวกต่อกระแสเงินสดและต้นทุนทางการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ ความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงต้องติดตามปัจจัยด้านความเข้มแสงอาทิตย์ (Irradiation) ในโครงการที่เหลืออยู่ และความคืบหน้าของโครงการใหม่ในไต้หวันและไทยที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 297 ล้านบาท (+1,242% YoY) พลิกฟื้นจากขาดทุนในปีก่อน
* **รายได้รวม:** 461 ล้านบาท (+56% YoY) โดยมีกำไรจากการขายเงินลงทุน 318 ล้านบาท เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
* **การบริหารหนี้:** ชำระคืนเงินต้นหุ้นกู้ 502.47 ล้านบาท และได้รับการปลดเครื่องหมาย DP/CB ในเดือนมีนาคม 2569
* **สถานะโครงการ:** กำลังการผลิตตามสัญญา ณ สิ้น Q1/2569 อยู่ที่ 224 เมกะวัตต์
* **การบัญชี:** เปลี่ยนนโยบายการบัญชีเงินลงทุนเป็นวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานเชิงเศรษฐกิจได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน) ปรับตัวลดลง 52% YoY เหลือ 122 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายโครงการ COOP 1 ออกไป รวมถึงรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (EPC) และธุรกิจซื้อขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงานที่ลดลงตามภาวะการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการขายและบริการได้ดีขึ้น (-63% YoY) และลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (-34% YoY) ทำให้กำไรขั้นต้นยังคงอยู่ที่ 65 ล้านบาท
## โอกาส
* **ตลาด Private PPA:** มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่า 21% จากความต้องการใช้พลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดภาษีคาร์บอน (CBAM)
* **โครงการในไต้หวัน:** โครงการ Miaoli Lake West (143.90 MW) และโครงการ Budai (99 MW) อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญในอนาคต (เริ่มก่อสร้างปี 2570-2571)
* **มาตรการภาครัฐ:** การลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในช่วงปี 2568-2570 จะช่วยสนับสนุนธุรกิจ EPC ของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของธรรมชาติ:** ปริมาณการผลิตไฟฟ้าขึ้นอยู่กับความเข้มแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากฤดูกาล
* **การแข่งขัน:** ภาวะการแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (EPC) ที่รุนแรงขึ้น ทั้งด้านราคาและจำนวนโครงการใหม่
* **ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง:** แม้จะปลดเครื่องหมาย CB/DP แล้ว แต่บริษัทต้องรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัดตามเงื่อนไขการชำระคืนหุ้นกู้ที่ปรับปรุงใหม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. การได้รับชำระเงินงวดสุดท้ายจากการขายโครงการ COOP 1 จำนวน 32.92 ล้านบาท ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569
2. ความคืบหน้าการขอใบอนุญาต Establishment License ของโครงการในไต้หวันตามแผนที่วางไว้
3. การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจผลิตไฟฟ้าให้คงอยู่ในระดับ 30% ตามเป้าหมายของฝ่ายจัดการ
4. การบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อรองรับภาระหนี้หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในอนาคตตามตารางใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
บริษัทเน้นการปรับพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยลดสัดส่วนโครงการขนาดเล็กในประเทศและมุ่งเน้นโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศ (ไต้หวัน) เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ต้นทุนการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ถูกควบคุมตามสัญญาที่มีการปรับเพิ่มคงที่ตลอดอายุสัญญา ทำให้บริษัทสามารถคาดการณ์ต้นทุนได้แม่นยำขึ้นในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 174 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 23% เหลือ 3,799 ล้านบาท จากการจัดประเภทรายการหุ้นกู้ใหม่และการชำระคืนเงินต้นบางส่วน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 17% เป็น 2,145 ล้านบาท สะท้อนโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลังการปรับโครงสร้างหนี้
## สรุปท้าย
ไตรมาส 1/2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ PRIME จากการขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินมาปรับโครงสร้างหนี้และปลดล็อกสถานะทางการเงินที่เคยเป็นปัญหา แม้กำไรสุทธิที่โดดเด่นจะมาจากรายการพิเศษ แต่การปรับตัวของบริษัทในเชิงกลยุทธ์และการมุ่งเน้นตลาด Private PPA รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ในไต้หวัน เป็นสัญญาณบวกสำหรับการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติและวินัยทางการเงินอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIME ไตรมาส 1/2569
รายได้รวม
164.94
ล้านบาท
↓ 54.4% YoY
กำไรขั้นต้น
90.31
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75
%
กำไรสุทธิ
-96.61
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.57
%
D/E Ratio
2.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -54.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 13.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-97
↑ + 1.4%
YoY
D/E Ratio
2.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIME
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.71
ROE (%)
-12.77
ROA (%)
-2.46
Book Value/หุ้น
0.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIME
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIME
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-131.34
-181.37%
|
161.42
-78.88%
|
764.45
-332.40%
|
-328.94
-298.74%
|
165.51
+27.98%
|
129.32
+91.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
59.66
-6.87%
|
64.06
-89.49%
|
609.74
-4.91%
|
641.23
+216.72%
|
202.46
+9.30%
|
185.24
-164.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
209.71
-319.32%
|
-95.62
-147.36%
|
201.88
-115.02%
|
-1,343.72
+496.84%
|
-225.14
+54.28%
|
-145.93
-190.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
83.61
-35.62%
|
129.86
-91.76%
|
1,576.07
-252.80%
|
-1,031.43
-822.19%
|
142.82
-15.31%
|
168.63
-381.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.92
-32.78%
|
285.52
-73.73%
|
1,087.00
+276.99%
|
288.34
+32.52%
|
217.59
+387.43%
|
44.64
-53.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
56.80
-70.41%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|