บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.05
0.01 (16.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13503 out_tok=2967 at=2026-07-26T00:35:43 -->
# PRIME Q3/2564 กำไรสุทธิหด 13.4% รับผลกระทบค่าใช้จ่ายพิเศษ-ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง
## รายได้รวมโต 21.8% Q3/64 ทะลุ 253 ล้านบาท จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขยายตัวแรง ขณะที่กำไรสุทธิเผชิญแรงกดดันจากรายการ One-time
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 253.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เติบโตกว่า 394% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 36.0 ล้านบาท ลดลง 58.3% YoY และกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 221.3 ล้านบาท ลดลง 13.4% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time) และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PRIME ในไตรมาส 3 ปี 2564 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **รายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time expenses)** ที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการในธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ค่าใช้จ่ายพิเศษดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจใหม่ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานและการปรับฐานเงินเดือนประจำปี ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 55.4% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ต้นทุนขายและก่อสร้างยังเพิ่มขึ้น 73.3% สอดคล้องกับการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุนและคาดการณ์ว่าราคาอุปกรณ์ก่อสร้างจะกลับสู่ภาวะปกติในปีหน้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ารายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็น "รายการพิเศษซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time)" ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจใหม่และการขยายธุรกิจอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปได้ แต่คาดว่าผลกระทบจากรายการ One-time จะลดลง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/64 เติบโต 21.8% YoY** แตะ 253.3 ล้านบาท หนุนโดยรายได้จากการก่อสร้างที่พุ่งสูง 394.2%
* **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 58.3% QoQ** อยู่ที่ 36.0 ล้านบาท และ **ลดลง 13.4% YoY** สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 221.3 ล้านบาท
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์** ยังคงเป็นรายได้หลัก คิดเป็น 76.5% ของรายได้รวม
* **ธุรกิจใหม่ 3 ธุรกิจ** (EPC, Private PPA, Trading) เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่รับรู้รายได้ล่าช้าจากสถานการณ์โควิด-19
* **การออกหุ้นกู้ครั้งแรกสำเร็จ** จำนวน 500 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและรองรับการเติบโตในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 253.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% YoY โดยมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 112.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% YoY และรายได้จากการก่อสร้าง 67.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.4% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 16.5% YoY อยู่ที่ 54.8 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายและก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 56.0% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 91.4% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 36.0 ล้านบาท ลดลง 58.3% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 708.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% YoY โดยมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 316.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% YoY และรายได้จากการก่อสร้าง 127.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 394.2% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน อยู่ที่ 221.3 ล้านบาท ลดลง 13.4% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 55.4% YoY และต้นทุนขายและก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 73.3% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (EPC), ธุรกิจขายไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Private PPA) และธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงาน (Trading) มีศักยภาพในการเติบโตสูง
* **นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด:** นโยบายของภาครัฐในการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 50% และการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจของบริษัท
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวันและกัมพูชา รวมถึงการขายโครงการในญี่ปุ่น จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต
* **การจัดหาเงินทุน:** การออกหุ้นกู้สำเร็จสะท้อนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ห่วงโซ่อุปทาน และความล่าช้าในการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่
* **ต้นทุนอุปกรณ์ก่อสร้าง:** แม้คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติในปีหน้า แต่ปัจจุบันยังคงมีราคาสูงและส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้าง
* **การแข่งขันในธุรกิจใหม่:** ธุรกิจ Private PPA และ Trading ยังมีผู้เล่นไม่มาก แต่การแข่งขันอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
* **ความผันผวนของค่าเงิน:** การดำเนินงานในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าในงวดนี้จะมีผลกระทบไม่มากนัก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากธุรกิจ EPC และ Private PPA โดยเฉพาะโครงการที่คาดว่าจะเริ่มซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2564
* **การดำเนินงานโครงการในกัมพูชา:** ความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 60 เมกะวัตต์ และกำหนดการเริ่มขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2565
* **การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี:** ความสำเร็จของการลงทุนในธุรกิจใหม่ด้าน Innovation & Technology และผลตอบแทนจากการลงทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **การขายโครงการในญี่ปุ่น:** ความคืบหน้าในการรับเงินจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น มูลค่า 4,200 ล้านเยน ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ภายในไตรมาส 4 ปี 2564
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Plant):** ยังคงเป็นธุรกิจหลัก สร้างรายได้ 542.8 ล้านบาท คิดเป็น 76.5% ของรายได้รวม แม้สัดส่วนจะลดลงจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ แต่รายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยรวมเพิ่มขึ้น 2.4% YoY โดยเฉพาะในไต้หวันที่มีการ COD เพิ่มขึ้น 0.32 MW จากโครงการโซล่าร์รูฟท็อป ส่วนในประเทศไทย รายได้จากโครงการ FiT ลดลงเล็กน้อย 4.5% YoY เนื่องจากค่าแสงอาทิตย์ลดลง แต่ได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อกิจการ Jupiter Power ขนาด 1 MW
**ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop EPC):** มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด รับรู้รายได้ 127.0 ล้านบาท คิดเป็น 17.9% ของรายได้รวม จากการทำสัญญาก่อสร้างกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 13 โครงการ
**ธุรกิจขายไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop Private-PPA):** เริ่มรับรู้รายได้ 3.5 ล้านบาท คิดเป็น 0.5% ของรายได้รวม โดยมีโครงการที่เริ่มกระบวนการจัดตั้งรวม 4.34 MW คาดว่าจะเริ่มซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2564
**ธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงาน (Power-related Material and Equipment Trading):** เริ่มรับรู้รายได้ 29.5 ล้านบาท คิดเป็น 4.2% ของรายได้รวม โดยได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์ JinkoSolar อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และมีแผนขยายตลาดสู่ลูกค้ารายย่อยในไตรมาส 4
**การดำเนินงานตามประเทศ:**
* **ไทย:** รายได้จากโรงไฟฟ้า FiT ลดลงเล็กน้อย แต่ธุรกิจใหม่สร้างรายได้ 160.0 ล้านบาท คิดเป็น 22.6% ของรายได้รวม
* **ญี่ปุ่น:** มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 100.3% YoY จากการรับเงินปันผลโครงการ Nari และมีแผนขายโครงการโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งมูลค่า 4,200 ล้านเยน คาดรับรู้รายได้ 315 ล้านบาทใน Q4/64
* **ไต้หวัน:** รายได้เพิ่มขึ้น 6.6% YoY จากการ COD เพิ่มอีก 2 โครงการโซล่าร์รูฟท็อป
* **กัมพูชา:** โครงการ National Solar Park ขนาด 60 MW อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาด COD พฤศจิกายน 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,061.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 60.6% จากเงินสดที่เพิ่มขึ้น (จากการออกหุ้นกู้) และลูกหนี้การค้า สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 11.7% จากการเข้าซื้อกิจการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และการพัฒนาโครงการในต่างประเทศ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,873.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.2% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินเพิ่มเติม และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้จำนวน 500 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,187.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากสิ้นปี 2563 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
PRIME ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกำไรให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการติดตามผลการดำเนินงานของธุรกิจใหม่และโครงการในต่างประเทศ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเงินทุนที่ได้จากการออกหุ้นกู้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIME ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
164.94
ล้านบาท
↓ 54.4% YoY
กำไรขั้นต้น
90.31
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75
%
กำไรสุทธิ
-96.61
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.57
%
D/E Ratio
2.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -54.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 13.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-97
↑ + 1.4%
YoY
D/E Ratio
2.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIME
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.71
ROE (%)
-12.77
ROA (%)
-2.46
Book Value/หุ้น
0.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIME
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIME
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-131.34
-181.37%
|
161.42
-78.88%
|
764.45
-332.40%
|
-328.94
-298.74%
|
165.51
+27.98%
|
129.32
+91.50%
|
67.53
-148.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
59.66
-6.87%
|
64.06
-89.49%
|
609.74
-4.91%
|
641.23
+216.72%
|
202.46
+9.30%
|
185.24
-164.10%
|
-288.97
+5,173.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
209.71
-319.32%
|
-95.62
-147.36%
|
201.88
-115.02%
|
-1,343.72
+496.84%
|
-225.14
+54.28%
|
-145.93
-190.31%
|
161.59
+15.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
83.61
-35.62%
|
129.86
-91.76%
|
1,576.07
-252.80%
|
-1,031.43
-822.19%
|
142.82
-15.31%
|
168.63
-381.71%
|
-59.86
+1,116.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
191.92
-32.78%
|
285.52
-73.73%
|
1,087.00
+276.99%
|
288.34
+32.52%
|
217.59
+387.43%
|
44.64
-53.95%
|
96.93
+206.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
56.80
-70.41%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|