บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.05
0.01 (16.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12962 out_tok=2410 at=2026-07-26T01:03:27 -->
# PRIME Q2/2565 กำไรสุทธิหด 47.7% YoY รับผลกระทบส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมลด
## รายได้รวม 6 เดือนวูบ 12.6% ฝ่ายจัดการชี้ส่วนแบ่งกำไรจากญี่ปุ่นหดหนัก ขณะที่ธุรกิจใหม่ยังเติบโตแต่รับรู้รายได้ล่าช้า
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 33.74 ล้านบาท ลดลง 60.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 97.05 ล้านบาท ลดลง 47.7% YoY โดยมีรายได้รวม 395.44 ล้านบาท ลดลง 12.6% YoY สาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับรายได้จากการก่อสร้างและธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะเติบโตเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PRIME ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 47.7% YoY มาจาก **ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 17.2%** โดยเฉพาะจากโครงการในประเทศญี่ปุ่นที่ลดลงถึง 82.38% YoY นอกจากนี้ **รายได้จากการก่อสร้างยังปรับตัวลดลงถึง 62.2% YoY** ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้และกำไรของบริษัท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมลดลง:** สาเหตุหลักมาจากบริษัทฯ ได้ขายโรงไฟฟ้านาริไอซึ (Nari Aizu) ในประเทศญี่ปุ่นไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ทำให้รายได้เงินปันผลจากโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **รายได้จากการก่อสร้างลดลง:** รายได้จากธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop EPC) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ของโครงการที่ล่าช้าออกไป
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตา:
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การลดลงในส่วนนี้มีสาเหตุหลักมาจากการขายสินทรัพย์ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time event) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในไต้หวันและกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ในอนาคต
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** แม้จะลดลงในงวดนี้ แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าธุรกิจใหม่ๆ ยังมีการเติบโตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่มีความล่าช้าในการรับรู้รายได้ ซึ่งอาจกลับมาดีขึ้นเมื่อสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานคลี่คลาย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 47.7% YoY** อยู่ที่ 97.05 ล้านบาท จาก 185.40 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 12.6% YoY** อยู่ที่ 395.44 ล้านบาท จาก 452.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมลดลง 17.2% YoY** เป็นปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการ
* **รายได้จากการก่อสร้างลดลง 62.2% YoY** ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 60.8% YoY** จากการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ลงทุนในโครงการใหม่
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 30.3%** จากการระดมทุนผ่านหุ้นกู้และการลงทุนในโครงการใหม่
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 53.1%** จากการกู้ยืมสถาบันการเงินและออกหุ้นกู้เพื่อขยายธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 395.44 ล้านบาท ลดลง 12.6% YoY โดยมี EBITDA 259.06 ล้านบาท ลดลง 16.7% YoY และมีกำไรสุทธิ 97.05 ล้านบาท ลดลง 47.7% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 185.40 ล้านบาท
ในส่วนของไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 194.07 ล้านบาท ลดลง 15.8% YoY และมีกำไรสุทธิ 33.74 ล้านบาท ลดลง 60.9% YoY เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 86.33 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** ธุรกิจขายไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Private PPA), ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (EPC) และธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงาน (Trading) ยังคงมีการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
* **โครงการใหม่ในต่างประเทศ:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งชาติในกัมพูชา มีความคืบหน้าตามแผนงาน คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2565
* **การขยายกำลังการผลิตในไต้หวัน:** มีโครงการที่ได้รับการ COD เพิ่มขึ้น และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
* **การระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ:** ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายตราสารหนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนและสนับสนุนการขยายธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในการรับรู้รายได้:** สถานการณ์โควิด-19 และปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ของธุรกิจใหม่ๆ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การออกหุ้นกู้และเงินกู้สถาบันการเงินเพื่อขยายธุรกิจ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การรับบุคลากรที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการใหม่ๆ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น
* **การพึ่งพาสัญญาระยะยาว:** รายได้หลักยังคงมาจากการทำสัญญาผลิตและขายไฟฟ้า (PPA) กับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีความเสี่ยงหากสัญญาไม่ได้รับการต่ออายุ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในกัมพูชา และกำหนดการเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปี 2565
* การรับรู้รายได้ของธุรกิจใหม่ (Private PPA, EPC, Trading) หลังจากสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานคลี่คลาย
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและไต้หวัน
* ผลกระทบของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** เติบโตเล็กน้อย 3.0% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2565 โดยรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 1.7% YoY จากการเริ่ม COD ของโครงการ Private PPA ส่วนรายได้ต่างประเทศ (ไต้หวัน) เพิ่มขึ้น 14.2% YoY จากการ COD โครงการโรงเรียนเพิ่มเติม
* **ต้นทุนขายและต้นทุนก่อสร้าง:** ลดลง 17.5% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาและค่าบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะคงที่ตามสัญญา
* **กำลังการผลิตติดตั้งรวม:** อยู่ที่ 300.4 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังการผลิตที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ (Equity Installed Capacity) 214.1 เมกะวัตต์
* **โครงการในกัมพูชา:** มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 60% คาด COD ใน Q4/2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 8,403.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียนจากการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ และการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจากการลงทุนในโครงการใหม่
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 5,151.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินและออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 3,251.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
PRIME ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการขายสินทรัพย์ในญี่ปุ่น และรายได้จากการก่อสร้างที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ๆ และมีโครงการลงทุนในต่างประเทศที่คืบหน้า ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความล่าช้าในการรับรู้รายได้จากปัจจัยภายนอก.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIME ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
164.94
ล้านบาท
↓ 54.4% YoY
กำไรขั้นต้น
90.31
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75
%
กำไรสุทธิ
-96.61
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.57
%
D/E Ratio
2.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -54.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 13.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-97
↑ + 1.4%
YoY
D/E Ratio
2.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIME
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.71
ROE (%)
-12.77
ROA (%)
-2.46
Book Value/หุ้น
0.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIME
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIME
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-131.34
-181.37%
|
161.42
-78.88%
|
764.45
-332.40%
|
-328.94
-298.74%
|
165.51
+27.98%
|
129.32
+91.50%
|
67.53
-148.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
59.66
-6.87%
|
64.06
-89.49%
|
609.74
-4.91%
|
641.23
+216.72%
|
202.46
+9.30%
|
185.24
-164.10%
|
-288.97
+5,173.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
209.71
-319.32%
|
-95.62
-147.36%
|
201.88
-115.02%
|
-1,343.72
+496.84%
|
-225.14
+54.28%
|
-145.93
-190.31%
|
161.59
+15.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
83.61
-35.62%
|
129.86
-91.76%
|
1,576.07
-252.80%
|
-1,031.43
-822.19%
|
142.82
-15.31%
|
168.63
-381.71%
|
-59.86
+1,116.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
191.92
-32.78%
|
285.52
-73.73%
|
1,087.00
+276.99%
|
288.34
+32.52%
|
217.59
+387.43%
|
44.64
-53.95%
|
96.93
+206.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
56.80
-70.41%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|