บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.06
+0.01 (+20.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (PRIME) ปี 2567
บทความนี้สรุปผลประกอบการของบริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (PRIME) สำหรับปี 2567 โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ได้จากคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ฉบับเต็ม
**1. สรุปรายได้รวม:**
ในปี 2567 PRIME มีรายได้รวม 1,345 ล้านบาท ลดลง 31.20% หรือ 610 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจด้านวิศวกรรม จัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ และติดตั้ง (EPC) เนื่องจากมีการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 186 ล้านบาท ลดลง 79.15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมที่ทยอยหมดระยะเวลาการรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล (Adder) ของโครงการที่ลงทุนกลุ่ม VENA Energy และบริษัทได้รับผลกระทบจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
ภาพรวมเศรษฐกิจ: (ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมในช่วงปี 2567 ในเอกสารนี้)
แนวโน้มอุตสาหกรรม:
* อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกยังคงเติบโตได้ดี โดยตลาดการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขยายตัว 29% จากปัจจัยต่างๆ เช่น การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล, เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก (COP26), และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ต่ำลง
* การเติบโตของตลาดส่งเสริมให้มีการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างแพร่หลายมากขึ้น และมีต้นทุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจตามนโยบายการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด
* การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนยังสามารถเพิ่มมูลค่าทางรายได้อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) และตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต
* ประเทศไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ยังคงเติบโตตามการเติบโตของเศรษฐกิจ และมีการใช้ไฟฟ้านอกระบบทยอยเพิ่มสัดส่วนมากขึ้น โดยคาดว่าการใช้ไฟฟ้าทั้งในและนอกระบบจะขยายตัว 3.5% YoY ในปี 2567 และเติบโตเฉลี่ย 3.3% (CAGR) ในปี 2568-2570
* การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากตลาดที่ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าโดยตรง (Private PPA) และการผลิตเพื่อใช้เอง (Self-Consumption) รวมทั้งโอกาสเติบโตจากโครงการที่ขายไฟฟ้าให้ภาครัฐ (IPP)
**โครงการใหม่/การลงทุน:**
* ในประเทศไทย บริษัทในเครือได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาแบบครบวงจรให้กับคู่สัญญาจำนวน 24 โครงการ กำลังการผลิตรวม 18.16 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการตามสัญญาก่อสร้าง 328.95 ล้านบาท
* ในประเทศไต้หวัน วันที่ 19 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ ได้มีมติจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่ถือหุ้นทางอ้อม รวม 7 บริษัท ซึ่งดำเนินธุรกิจโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไต้หวัน ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 49.54 เมกะวัตต์ รวมมูลค่า 458.42 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 476.76 ล้านบาท)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** เพิ่มขึ้น 8.80% (64 ล้านบาท) จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 56% ของรายได้ทั้งหมด โดยมีรายได้จากประเทศไทยเพิ่มขึ้น 4.75%, ไต้หวันเพิ่มขึ้น 25.14%, และกัมพูชาเพิ่มขึ้น 1.05%
* โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยมีสัญญาภายใต้อัตราการรับซื้อไฟฟ้าแบบ FiT และ Adder รวมกำลังการผลิต 41.64 เมกะวัตต์
* โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวันมีการทำสัญญาภายใต้อัตราการรับซื้อไฟฟ้าแบบ FiT รวมกำลังการผลิต 38.16 เมกะวัตต์
* โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในกัมพูชาทำสัญญาภายใต้อัตราการรับซื้อแบบ FiT รวมกำลังการผลิต 60.00 เมกะวัตต์
* **รายได้จาก Private PPA:** เพิ่มขึ้น 46.43% จากปีก่อนหน้า (13 ล้านบาท) คิดเป็น 3% ของรายได้ทั้งหมด
* **รายได้จาก EPC:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (52.07% หรือ 302 ล้านบาท) จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 21% ของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากมีการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น
* **รายได้จากธุรกิจซื้อขายวัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน:** ลดลง 55.78% (169 ล้านบาท) จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 10% ของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้นทั้งด้านกลยุทธ์ทางการตลาดและการตั้งราคาสินค้า
* **ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) ในบริษัทร่วม:** ลดลงอย่างมาก (69.13% หรือ 206 ล้านบาท) จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 7% ของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากการรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมได้ทยอยหมด
* **รายได้อื่น:** ลดลง 21.28% (10 ล้านบาท) จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 2% ของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากการบันทึกล้างเจ้าหนี้ค่าหุ้นที่เหลือจำนวน 30 ล้านบาทเป็นรายได้อื่นในปี 2566
* **ต้นทุนการก่อสร้างและบริการ:** ลดลง 32.69% จากปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการลดลงของรายได้
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 4.92%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 0.96% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 1.18% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการลดลงของหุ้นกู้
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีจำนวน 7,468 ล้านบาท ลดลง 19.16% จากปีก่อนหน้า
* สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 44.92% เนื่องจากการจ่ายชำระหนี้, การจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทย่อย, และการลดลงของการให้บริการล่วงหน้าตามสัญญา
* สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 14.34% เนื่องจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทย่อยในต่างประเทศ
* **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีจำนวน 5,395 ล้านบาท ลดลง 21.69% จากปีก่อนหน้า
* หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 113.53% เนื่องจากการจัดประเภทรายการใหม่ของหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
* หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 56.32% เนื่องจากหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระเกินหนึ่งปีลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีจำนวน 2,073 ล้านบาท ลดลง 11.71% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิและการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทย่อย
* **อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Debt to Equity Ratio):** 2.60 เท่า (ปี 2566: 2.93 เท่า)
* **การบริหารสภาพคล่อง:** ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้มีมติอนุมัติขอปรับเงื่อนไขการชำระหนี้หุ้นกู้ 4 รุ่น มูลค่า 2,049.50 ล้านบาท โดยขอขยายระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนออกไปอีก 1 ปี, แบ่งชำระคืนเงินต้นบางส่วน, และเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี
**5. การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด:**
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 310 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน:** 412 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** 15 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ณ สิ้นงวด 192 ล้านบาท
**6. ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน:**
* **ความเสี่ยง:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจ EPC และธุรกิจซื้อขายวัสดุอุปกรณ์, การทยอยหมดอายุ Adder ของโครงการ, ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงจากโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลที่อาจถูกกดดันจากกระแสลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
* **โอกาส:** การเติบโตของตลาดพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก, การขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ, การลงทุนในระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ, โอกาสจากตลาด Private PPA และ Self-Consumption ในประเทศไทย, การเติบโตของธุรกิจด้านการออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Energy Technology Solutions)
**7. ความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม:**
* ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ปี 2567 ในระดับ "AAA" และได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน "หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings"
* ได้รับการประเมิน CG Score ระดับ "ดีเลิศ" (5 ดาว) จาก IOD
* มีแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2571 และมุ่งเข้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ใน พ.ศ. 2593
**8. แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรม:**
* ตลาดการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ทั่วโลกยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล, เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก, และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ต่ำลง
* แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยยังคงเติบโต โดยมีแรงหนุนจากตลาด Private PPA, Self-Consumption, และโอกาสจากโครงการที่ขายไฟฟ้าให้ภาครัฐ (IPP)
* ธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop EPC) ในประเทศไทยมีการแข่งขันสูง แต่ยังมีโอกาสเติบโตในกลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
* ธุรกิจด้านการออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Energy Technology Solutions) มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* ธุรกิจซื้อขายวัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดพลังงานทดแทน
**สรุปสั้นท้ายสุด:**
ปี 2567 เป็นปีที่ PRIME เผชิญกับความท้าทายในการรักษาระดับรายได้และกำไร โดยรายได้รวมลดลงเนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจ EPC และธุรกิจซื้อขายวัสดุอุปกรณ์, ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง, และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายไฟฟ้ายังคงเติบโตได้จากโครงการใหม่ๆ ในต่างประเทศ (โดยเฉพาะไต้หวัน) บริษัทฯ มีการปรับตัวโดยเน้นการเติบโตในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และ Energy Technology Solutions, การบริหารจัดการต้นทุน, การปรับโครงสร้างหนี้, และการจัดการความเสี่ยงเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIME ไตรมาส 4/2567
รายได้รวม
164.94
ล้านบาท
↓ 54.4% YoY
กำไรขั้นต้น
90.31
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75
%
กำไรสุทธิ
-96.61
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.57
%
D/E Ratio
2.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -54.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 13.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-97
↑ + 1.4%
YoY
D/E Ratio
2.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIME
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.71
ROE (%)
-12.77
ROA (%)
-2.46
Book Value/หุ้น
0.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIME
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIME
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-131.34
-181.37%
|
161.42
-78.88%
|
764.45
-332.40%
|
-328.94
-298.74%
|
165.51
+27.98%
|
129.32
+91.50%
|
67.53
-148.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
59.66
-6.87%
|
64.06
-89.49%
|
609.74
-4.91%
|
641.23
+216.72%
|
202.46
+9.30%
|
185.24
-164.10%
|
-288.97
+5,173.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
209.71
-319.32%
|
-95.62
-147.36%
|
201.88
-115.02%
|
-1,343.72
+496.84%
|
-225.14
+54.28%
|
-145.93
-190.31%
|
161.59
+15.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
83.61
-35.62%
|
129.86
-91.76%
|
1,576.07
-252.80%
|
-1,031.43
-822.19%
|
142.82
-15.31%
|
168.63
-381.71%
|
-59.86
+1,116.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
191.92
-32.78%
|
285.52
-73.73%
|
1,087.00
+276.99%
|
288.34
+32.52%
|
217.59
+387.43%
|
44.64
-53.95%
|
96.93
+206.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
56.80
-70.41%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|