บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.05
0.01 (16.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13287 out_tok=2514 at=2026-07-26T01:30:34 -->
# PRIME กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 36.1% รับต้นทุนการเงินพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหาร
## รายได้รวมหดตัวเล็กน้อย ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยพิเศษกดดัน กำลังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 63.31 ล้านบาท ลดลง 36.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโตเล็กน้อย แต่ถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจใหม่ ขณะที่รายได้รวมปรับตัวลดลง 9.2%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PRIME ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับลดลง 36.1% YoY มาอยู่ที่ 63.31 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 55.2%** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 24.6%** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจใหม่และธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงมีรายการพิเศษที่เกิดครั้งเดียว (One-time)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** มาจากการที่กลุ่มกิจการมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Adder และเพื่อสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการจ้างบุคลากรที่มีความสามารถเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่และธุรกิจสตาร์ทอัพ, ค่าธรรมเนียมวิชาชีพจากการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อรองรับการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยื่นเสนอโครงการในต่างประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากบริษัทมีการระบุถึงการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ และการขยายธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งหากการขยายธุรกิจใหม่ประสบความสำเร็จ ก็จะสามารถสร้างรายได้และกำไรมาชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต แต่ในระยะสั้นยังคงเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 36.1% YoY:** อยู่ที่ 63.31 ล้านบาท จาก 99.07 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 9.2% YoY:** อยู่ที่ 202.55 ล้านบาท จาก 223.19 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าเติบโต 3.1% YoY:** อยู่ที่ 100.86 ล้านบาท โดยรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 2.5% และต่างประเทศ (ไต้หวัน) เพิ่มขึ้น 8.6%
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 55.2% YoY:** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 24.6% YoY:** เพื่อรองรับการขยายธุรกิจใหม่
* **ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมลดลง 14.8% YoY:** อยู่ที่ 87.66 ล้านบาท
* **การออกหุ้นกู้ 1,000 ล้านบาท:** เพื่อใช้ลงทุนในโครงการและเป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท PRIME มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 202.55 ล้านบาท ลดลง 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (223.19 ล้านบาท) โดยรายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 100.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% YoY อย่างไรก็ตาม รายได้จากการก่อสร้างลดลง 54.5% และรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 235.9% แต่ยังมีสัดส่วนน้อย
ในด้านกำไรสุทธิ อยู่ที่ 63.31 ล้านบาท ลดลง 36.1% YoY โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 55.2% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 24.6% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าค่าใช้จ่ายบริหารส่วนหนึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดครั้งเดียว
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** ธุรกิจ Private PPA, EPC และ Trading มีการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความล่าช้าในการรับรู้รายได้จากสถานการณ์โควิด-19
* **โครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวันเพิ่มขึ้น 9 โครงการ (2.13 MW) และมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการสรุปสัญญากว่า 3.60 MW
* **โครงการในกัมพูชา:** โครงการ National Solar Park ขนาด 60 MW มีความคืบหน้าตามแผน โดยได้รับใบอนุญาตก่อสร้างและเริ่มพัฒนาพื้นที่ คาดว่าจะเริ่มขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2565
* **การเป็นพันธมิตรกับ JinkoSolar:** การเป็นผู้จำหน่ายแผงโซล่าเซลล์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ธุรกิจ Trading ในปี 2565
* **การออกหุ้นกู้:** การระดมทุนสำเร็จ 1,000 ล้านบาท แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน และจะสนับสนุนการลงทุนในโครงการใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** อาจส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการรับรู้รายได้ของธุรกิจใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การกู้ยืมเงินและการออกหุ้นกู้เพื่อขยายธุรกิจ ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการขอใบอนุญาต อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการในกัมพูชา:** การเริ่มขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2565
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจ Private PPA:** โดยเฉพาะโครงการ 4.72 MW ที่คาดว่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 2/2565
* **การเติบโตของธุรกิจ Trading:** โดยเฉพาะการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อยในไตรมาส 4
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**รายได้จากการขายไฟฟ้า:** แม้ภาพรวมรายได้รวมจะลดลง แต่รายได้จากการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงเติบโตเล็กน้อย 3.1% YoY มาที่ 100.86 ล้านบาท โดยรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 2.5% จากการรับรู้รายได้จากโครงการ PPA แบบติดหลังคาที่เริ่ม COD ในช่วงปลายปี 2564 ส่วนรายได้จากไต้หวันเพิ่มขึ้น 8.6% จากการ COD เพิ่มอีก 9 โครงการ
**ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม:** ลดลง 14.8% YoY มาที่ 87.66 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการในประเทศไทยที่ใช้รูปแบบ Adder และโครงการในญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการขายโรงไฟฟ้า Nari Aizu ในไตรมาสก่อนหน้า
**ธุรกิจใหม่:**
* **EPC:** รายได้ลดลง 54.5% YoY เหลือ 8.85 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้รายได้น้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **Trading:** รายได้เติบโตโดดเด่น 235.6% YoY มาที่ 3.09 ล้านบาท จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์ JinkoSolar
* **Private PPA:** เริ่มมีรายได้ 1.99 ล้านบาท และมีโครงการที่คาดว่าจะ COD ในไตรมาส 2/2565
**การลงทุน:** บริษัทได้ออกหุ้นกู้ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทางเลือกอื่นๆ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 7,725.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 55.8% จากการรับเงินจากการออกหุ้นกู้ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 10.1% จากการพัฒนาโครงการในต่างประเทศ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,551.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.3% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 32.9% จากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 36.2% จากการออกหุ้นกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนในโครงการ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,173.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
PRIME ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจใหม่ แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าหลักจะยังเติบโตได้เล็กน้อย แต่ปัจจัยลบดังกล่าวส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ๆ และมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างพัฒนา ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามแผน จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIME ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
164.94
ล้านบาท
↓ 54.4% YoY
กำไรขั้นต้น
90.31
ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75
%
กำไรสุทธิ
-96.61
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.57
%
D/E Ratio
2.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -54.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 13.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-97
↑ + 1.4%
YoY
D/E Ratio
2.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIME
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.71
ROE (%)
-12.77
ROA (%)
-2.46
Book Value/หุ้น
0.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIME
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIME
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-131.34
-181.37%
|
161.42
-78.88%
|
764.45
-332.40%
|
-328.94
-298.74%
|
165.51
+27.98%
|
129.32
+91.50%
|
67.53
-148.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
59.66
-6.87%
|
64.06
-89.49%
|
609.74
-4.91%
|
641.23
+216.72%
|
202.46
+9.30%
|
185.24
-164.10%
|
-288.97
+5,173.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
209.71
-319.32%
|
-95.62
-147.36%
|
201.88
-115.02%
|
-1,343.72
+496.84%
|
-225.14
+54.28%
|
-145.93
-190.31%
|
161.59
+15.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
83.61
-35.62%
|
129.86
-91.76%
|
1,576.07
-252.80%
|
-1,031.43
-822.19%
|
142.82
-15.31%
|
168.63
-381.71%
|
-59.86
+1,116.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
191.92
-32.78%
|
285.52
-73.73%
|
1,087.00
+276.99%
|
288.34
+32.52%
|
217.59
+387.43%
|
44.64
-53.95%
|
96.93
+206.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
56.80
-70.41%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|