PRIME
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PRIME
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.05
0.01 (16.67%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17256 out_tok=2865 at=2026-07-26T00:39:40 --> # PRIME Q3/2565 กำไรสุทธิหด 19.7% รับต้นทุนบริการพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม ## รายได้รวมโต 14.8% แต่กำไรสุทธิไตรมาส 3/2565 ลดลง 19.7% เหตุต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหารสูงขึ้น บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,593.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลง 19.7% มาอยู่ที่ 111.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PRIME ในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลดลง 19.7% YoY มาอยู่ที่ 111.7 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 7.0%) แม้รายได้รวมจะเติบโต 14.8% เป็น 1,593.0 ล้านบาทนั้น มาจาก **ต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณากำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ ซึ่งก็ยังคงลดลง 19.7% เช่นกัน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักของการลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้มาจาก **ต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น** ในส่วนของค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังมี **ต้นทุนคงที่ในรูปของค่าเสื่อมราคาคลังสินค้าที่เปิดให้บริการใหม่** รวมถึง **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มเติม** จากค่าบริการที่ปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจ ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น เมื่อพิจารณารายละเอียดตามกลุ่มธุรกิจ พบว่า: * **กลุ่มธุรกิจให้บริการจัดเก็บและบริหารสินค้าทั่วไป** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 140.9% ในไตรมาส 3/2565 จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้พื้นที่คลังสินค้าและรายได้จากงานบริการมูลค่าเพิ่ม * **กลุ่มธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าอันตราย** มีกำไรขั้นต้นลดลง 30.0% เนื่องจากอุตสาหกรรมเคมิคอลส์และปิโตรเคมีอยู่ในช่วงขาลง ประกอบกับลูกค้ามีระยะเวลาการออกตู้เร็วขึ้น * **กลุ่มธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารรถยนต์** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.7% แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย * **กลุ่มธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง** มีกำไรขั้นต้นลดลง 18.0% จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าเสื่อมราคาจากการเปิดให้บริการห้องเย็นแห่งใหม่ * **กลุ่มธุรกิจให้บริการเก็บของใช้ส่วนตัวของมีค่า ผลงานศิลปะ และจัดเก็บไวน์** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 119.0% จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ให้บริการและการขยายสาขา * **กลุ่มธุรกิจอาหาร** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.7% จากยอดขายผลิตภัณฑ์ผักแช่แข็งและไอศกรีมที่เพิ่มขึ้น * **กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 102.5% จากการรับรู้รายได้ของบริษัทย่อย VNS Transport และการเพิ่มขึ้นของรายได้ในหมวดสินค้าทั่วไป รถยนต์ และสินค้าข้ามแดน * **กลุ่มธุรกิจให้บริการในต่างประเทศ** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 151.2% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกัมพูชา * **กลุ่มธุรกิจให้บริการขนย้ายในประเทศและต่างประเทศ** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.6% จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และฤดูกาลการขนย้าย * **กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์** มีกำไรขั้นต้นลดลง 52.5% แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากแบกรับต้นทุนสูงจากราคาน้ำมัน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหาร แต่ก็มีการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เช่น ห้องเย็นสระบุรี และการขยายสาขาธุรกิจ Self-Storage ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนในระยะสั้น แต่คาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว นอกจากนี้ การฟื้นตัวของบางกลุ่มธุรกิจ เช่น สินค้าทั่วไป, รถยนต์, สินค้าข้ามแดน, และธุรกิจในต่างประเทศ อาจช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในอนาคต ต้องติดตามผลประกอบการในไตรมาสถัดไปเพื่อประเมินแนวโน้มที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 14.8% YoY** แตะ 1,593.0 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า, กลุ่มธุรกิจให้บริการในต่างประเทศ, และกลุ่มธุรกิจให้บริการขนย้าย * **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 19.7% YoY** อยู่ที่ 111.7 ล้านบาท แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 23.8% ใน Q3/2564 เป็น 22.1% ใน Q3/2565 * **ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น** เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** 67.4% YoY แตะ 68.8 ล้านบาท จากการลงทุนในธุรกิจที่กัมพูชาและอินโดนีเซีย * **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 13,171.7 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเป็นสัดส่วนหลัก ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,402.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 18.1% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 391.5 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 395.4 ล้านบาท (ลดลง 1.0%) ในส่วนของไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,593.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 19.7% มาอยู่ที่ 111.7 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.0% ลดลงจาก 10.0% ในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศกัมพูชา** หนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจให้บริการในต่างประเทศ * **การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19** ส่งผลให้กิจกรรมการขนย้ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **การลงทุนในโครงการใหม่** เช่น ห้องเย็นสระบุรี และการขยายสาขา Self-Storage จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำรายได้และกำไรในระยะยาว * **การเติบโตของธุรกิจอาหาร** จากยอดขายผลิตภัณฑ์ผักแช่แข็งและไอศกรีมที่เพิ่มขึ้น * **การรับรู้รายได้จากบริษัทย่อย VNS Transport** หนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้า ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น** จากค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง * **ต้นทุนคงที่จากคลังสินค้าที่เปิดใหม่** ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ความผันผวนของอุตสาหกรรมเคมิคอลส์และปิโตรเคมี** ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสินค้าอันตราย * **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าเสื่อมราคา** จากการเปิดห้องเย็นแห่งใหม่ * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการกู้ยืมและหุ้นกู้ที่จัดสรรเพิ่มเติม * **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน** ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหารในไตรมาสถัดไป * ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจที่ลงทุนใหม่ (ห้องเย็นสระบุรี, Self-Storage) และการรับรู้รายได้เต็มที่ * การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจสินค้าอันตราย และผลกระทบจากวิกฤตต้นทุนพลังงาน * การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย * การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) แม้ PRIME จะอยู่ในกลุ่มทรัพยากร แต่การดำเนินธุรกิจหลักคือโลจิสติกส์และคลังสินค้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานโดยตรง โดยเฉพาะในส่วนของค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับภาคขนส่ง และค่าไฟฟ้าสำหรับคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ * **ต้นทุนพลังงาน:** การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้า และต้นทุนการดำเนินงานของคลังสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าอันตราย และโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ * **ค่าไฟฟ้า:** เป็นต้นทุนสำคัญสำหรับกลุ่มธุรกิจสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง ซึ่งมีการเปิดคลังสินค้าแห่งใหม่ ทำให้ต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น * **การบริหารจัดการ:** ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,171.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเป็นส่วนใหญ่ (ที่ดินอาคารอุปกรณ์, เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า) หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,073.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น รวมถึงหุ้นกู้ที่ออกเพิ่มเติม ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,098.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.9 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.21 เท่า (ไม่รวม TFRS16 อยู่ที่ 1.84 เท่า) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนการเพิ่มขึ้นของหนี้สินเพื่อรองรับการลงทุน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 913.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 986.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกันและการซื้อที่ดินอาคารอุปกรณ์ กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 368.0 ล้านบาท ## สรุปท้าย PRIME ในไตรมาส 3/2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหารที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการขนส่งและบริการในต่างประเทศ การลงทุนในโครงการใหม่ๆ และการฟื้นตัวของบางกลุ่มธุรกิจเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIME ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
164.94 ล้านบาท
↓ 54.4% YoY
กำไรขั้นต้น
90.31 ล้านบาท
↑ 13.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75 %
กำไรสุทธิ
-96.61 ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.57 %
D/E Ratio
2.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
165
↓ -54.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 13.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-97
↑ + 1.4% YoY
D/E Ratio
2.71

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIME

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
รายได้รวม
164.94
-54.38%
361.58
-22.13%
464.36
-34.46%
708.54
+399.70%
141.80
-65.03%
405.49
+62.10%
250.16
+46.72%
กำไรขั้นต้น
90.31
+13.07%
79.87
-16.74%
95.93
+4.35%
91.93
+99.19%
46.15
-3.40%
47.78
+36.97%
34.88
-66.46%
ค่าใช้จ่ายรวม
125.92
+64.77%
76.42
-12.88%
87.73
-4.26%
91.62
+15.10%
79.60
+88.54%
42.22
-3.30%
43.66
-78.40%
กำไรสุทธิ
-96.61
-1.40%
-95.27
+90.23%
-975.19
-2,855.40%
35.39
+141.90%
-84.47
-306.82%
40.84
-30.64%
58.88
+140.18%
กำไรต่อหุ้น
-0.02
-4.55%
-0.02
+90.39%
-0.23
-2,962.50%
0.01
+140.00%
-0.02
-300.00%
0.01
-28.57%
0.01
+141.18%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
54.75
+147.85%
22.09
+6.92%
20.66
+59.29%
12.97
-60.15%
32.55
+176.32%
11.78
-15.49%
13.94
-77.14%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
76.35
+261.16%
21.14
+11.91%
18.89
+46.09%
12.93
-76.97%
56.14
+439.29%
10.41
-40.34%
17.45
-85.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-58.57
-122.28%
-26.35
+87.45%
-210.01
-4,300.20%
5.00
+108.39%
-59.57
-691.56%
10.07
-57.22%
23.54
+127.39%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-10.28
-192.11%
11.16
+160.46%
-18.46
-1,927.72%
1.01
-71.94%
3.60
-20.70%
4.54
+336.46%
-1.92
ROE(%)
-12.77
-36.29%
-9.37
+72.72%
-34.35
-858.28%
4.53
-1.31%
4.59
+111.04%
-41.57
-41.57
ROA(%)
-2.46
-44.71%
-1.70
+78.78%
-8.01
-535.33%
1.84
-21.03%
2.33
+123.35%
-9.98
-9.98
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.71
+4.23%
2.60
-11.26%
2.93
+31.39%
2.23
+104.59%
1.09
-66.15%
3.22
3.22
P/E
2.40
2.40
-89.92%
23.82
-92.81%
331.24
+940.98%
31.82
+16.90%
27.22
-65.90%
79.82
P/BV
0.14
-50.00%
0.28
-65.43%
0.81
-55.00%
1.80
-32.08%
2.65
-13.96%
3.08
+6.94%
2.88
-20.66%
BV
0.42
-8.70%
0.46
-38.67%
0.75
+1.35%
0.74
+2.78%
0.72
+350.00%
0.16
+23.08%
0.13
+30.00%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.06
-53.85%
0.13
-78.69%
0.61
-54.48%
1.34
-29.84%
1.91
0.00
0.00
-100.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.71
ROE (%)
-12.77
ROA (%)
-2.46
Book Value/หุ้น
0.46

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIME

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,408.23
+80.33%
802.00
-44.92%
1,455.94
-51.21%
2,984.37
+118.74%
1,364.34
-22.22%
1,754.02
+22.39%
1,433.14
+502.10%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
5,368.32
-19.73%
6,666.38
-14.34%
7,781.96
+3.66%
7,507.10
+47.61%
5,085.73
+24.53%
4,083.94
+6.25%
3,843.75
+12.11%
รวมสินทรัพย์
6,776.55
-9.26%
7,468.38
-19.16%
9,237.90
-11.95%
10,491.47
+62.66%
6,450.06
+10.49%
5,837.95
+10.63%
5,276.90
+43.92%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
3,970.26
+32.38%
2,999.09
+113.53%
1,404.52
-40.74%
2,370.20
+170.33%
876.79
-16.67%
1,052.15
+25.58%
837.86
+290.48%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
978.74
-59.15%
2,396.08
-56.32%
5,485.09
+12.64%
4,869.76
+95.79%
2,487.20
+26.33%
1,968.82
-6.32%
2,101.63
+28.10%
รวมหนี้สิน
4,949.00
-8.27%
5,395.17
-21.69%
6,889.61
-4.84%
7,239.96
+115.22%
3,363.99
+11.35%
3,020.98
+2.77%
2,939.49
+58.44%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,827.55
-11.85%
2,073.21
-11.71%
2,348.29
-27.78%
3,251.51
+5.36%
3,086.07
+9.55%
2,816.98
+20.52%
2,337.41
+29.05%
D/E
2.71
2.60
2.93
2.23
1.09
1.07
1.26
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-12.77
-9.37
-34.35
4.53
4.59
-41.57
-41.57
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-2.46
-1.70
-8.01
1.84
2.33
-9.98
-9.98
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.35
0.27
1.04
1.26
1.56
0.45
0.45
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.08
0.17
0.55
0.82
0.54
0.29
0.29
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
143.42
120.04
0.00
0.00
330.65
566.10
422.93
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
46.80
33.85
0.00
0.00
12.64
12.47
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
281.61
166.25
0.00
0.00
176.73
156.10
502.62
วงจรเงินสด
-91.39
-12.36
0.00
0.00
166.56
422.47
-79.69
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIME

รายการ 2568 2567 2566 2565 2564 2563 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-131.34
-181.37%
161.42
-78.88%
764.45
-332.40%
-328.94
-298.74%
165.51
+27.98%
129.32
+91.50%
67.53
-148.86%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
59.66
-6.87%
64.06
-89.49%
609.74
-4.91%
641.23
+216.72%
202.46
+9.30%
185.24
-164.10%
-288.97
+5,173.18%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
209.71
-319.32%
-95.62
-147.36%
201.88
-115.02%
-1,343.72
+496.84%
-225.14
+54.28%
-145.93
-190.31%
161.59
+15.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
83.61
-35.62%
129.86
-91.76%
1,576.07
-252.80%
-1,031.43
-822.19%
142.82
-15.31%
168.63
-381.71%
-59.86
+1,116.67%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
191.92
-32.78%
285.52
-73.73%
1,087.00
+276.99%
288.34
+32.52%
217.59
+387.43%
44.64
-53.95%
96.93
+206.35%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
56.80
-70.41%
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%