บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.74
0.04 (0.84%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5716 out_tok=2203 at=2026-07-25T19:11:02 -->
# LST กำไรปี 2565 ลดลง 22.6% รับแรงกดดันต้นทุนปาล์มดิบพุ่ง
## รายได้รวมโต 21.4% แต่ GPM หด เหตุราคาวัตถุดิบโลกผันผวน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยภายนอกกดดัน
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 11,758.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% จากปีก่อน แต่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 432.4 ล้านบาท ลดลง 22.6% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณขายลดลง ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ LST ในปี 2565 ลดลง 22.6% มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 15.1% ในปี 2564 มาอยู่ที่ 10.2% ในปี 2565 แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 18.1% ก็ตาม โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19, สงครามรัสเซีย-ยูเครน และมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลให้ราคาในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและบริการของบริษัทฯ โดยต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นถึง 23.1% ทำให้ GPM ของส่วนบริษัทลดลงอย่างมาก
สำหรับบริษัทย่อย (บ5010) แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้นทุนผลปาล์มสดเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้น 17.6% เช่นกัน ขณะที่บริษัทย่อย (บ60) มีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ที่ลดลงเล็กน้อย แต่ภาพรวมของกลุ่มบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากปัจจัยภายนอกที่กล่าวมาข้างต้น เช่น สถานการณ์สงคราม และมาตรการของประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบจะคลี่คลายลงเมื่อใด จึงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 21.4%:** อยู่ที่ 11,758.7 ล้านบาท จาก 9,685.5 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิลดลง 22.6%:** อยู่ที่ 432.4 ล้านบาท จาก 558.6 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** จาก 15.1% ในปี 2564 เหลือ 10.2% ในปี 2565
* **ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น:** แต่ปริมาณการขายลดลง
* **ต้นทุนวัตถุดิบปาล์มดิบพุ่ง:** เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 18.1% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 24.3% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายของบริษัทกลับลดลง 4.9% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทลดลง 33.1% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับปีลดลง 26.1% จากปีก่อน
บริษัทย่อย (บ5010) มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 7.9% โดยราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก แม้ปริมาณการขายน้ำมันเมล็ดในปาล์มจะลดลงอย่างมาก แต่ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ยอดขายรวมของบริษัทย่อย (บ60) เพิ่มขึ้น 16.9% โดยยอดส่งออกเติบโต 25.4% จากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นและการขยายตลาดใหม่ ขณะที่ยอดขายในประเทศลดลง 8.7% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้กระป๋องและนมจากพืชแบรนด์เวลเวท
โดยรวมแล้ว กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับปี 2565 อยู่ที่ 432.4 ล้านบาท ลดลง 126.2 ล้านบาท หรือ 22.6% เมื่อเทียบกับ 558.6 ล้านบาทในปี 2564 อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 3.7% ลดลงจาก 5.8% ในปีก่อน และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.53 บาทต่อหุ้น ลดลงจาก 0.68 บาทต่อหุ้น
## โอกาส
* **การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทย่อย (บ60) มีความสำเร็จในการขยายตลาดด้วยช่องทางใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งส่งผลให้ยอดส่งออกเติบโตได้ดี
* **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** แม้จะเป็นผลมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การปรับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นช่วยชดเชยรายได้ส่วนหนึ่ง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก:** เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการของประเทศผู้ผลิต:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน และมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** ปริมาณการขายของบริษัทลดลง 4.9% และยอดขายในประเทศของบริษัทย่อย (บ60) ลดลง 8.7% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาวหากไม่สามารถพลิกฟื้นได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบปาล์มดิบ:** ว่าจะปรับตัวลดลงหรือทรงตัวในระดับสูงต่อไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มาตรการของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนการผลิต
* **กลยุทธ์การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทย่อย (บ60) เพื่อชดเชยยอดขายในประเทศที่ลดลง
* **ปริมาณการขาย:** แนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณการขายในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น 24.3% และราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ราคาในประเทศปรับตัวตาม
* **Volume:** ปริมาณการขายของบริษัทลดลง 4.9% ขณะที่บริษัทย่อย (บ5010) ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 2.3% แต่น้ำมันเมล็ดในปาล์มลดลง 49.2%
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 15.1% เป็น 10.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** ยอดส่งออกของบริษัทย่อย (บ60) เติบโต 25.4% จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการขยายตลาดใหม่
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดส่งออกของบริษัทย่อย (บ60) เติบโตได้ดี
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ LST เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเติบโตจากการปรับขึ้นราคาขาย แต่การบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป โดยเฉพาะแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การขยายตลาดเพื่อชดเชยปริมาณขายที่ลดลง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
3,092.07
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06
%
กำไรสุทธิ
107.10
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
138.47
-151.04%
|
-271.28
-56.32%
|
-621.11
-221.48%
|
511.30
+34.37%
|
380.51
+64.01%
|
232.01
-42.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
297.55
+34.18%
|
221.75
-245.63%
|
-152.27
-24.37%
|
-201.33
-273.88%
|
115.79
-141.12%
|
-281.59
+16.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-333.24
+303.44%
|
-82.60
-114.76%
|
559.70
-157.38%
|
-975.43
+86.97%
|
-521.70
+320.73%
|
-124.00
+27.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
102.77
-177.78%
|
-132.13
-251.39%
|
87.28
-125.14%
|
-347.18
+1,266.85%
|
-25.40
-85.37%
|
-173.57
-175.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
589.52
+37.94%
|
427.36
+22.95%
|
347.59
+95.07%
|
178.19
-25.22%
|
238.29
-64.12%
|
664.17
+236.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|