LST
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LST
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.64
0.02 (0.43%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4894 out_tok=2664 at=2026-07-27T10:40:30 --> # LST กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 90.9% รับแรงหนุนราคาขายปาล์ม-ปริมาณขายโต ## รายได้-กำไรโตเด่นจากธุรกิจปาล์ม ขณะที่ธุรกิจอาหารกระป๋องเผชิญแรงกดดัน บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 141.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจน้ำมันปาล์มของบริษัทย่อย UPOIC ที่ได้อานิสงส์จากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอาหารกระป๋องของบริษัทย่อย UFC ยังคงเผชิญความท้าทาย ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ LST ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในธุรกิจของบริษัทย่อย UPOIC** ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 90.9% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 64.6% และ 87.3% ตามลำดับ เป็นผลโดยตรงจากสภาวะตลาดที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการที่ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มของ UPOIC เพิ่มขึ้นถึง 22.3% และ 224.0% ตามลำดับ ทำให้รายได้จากการขายของ UPOIC เติบโตถึง 120.6% และมีกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 79.2 ล้านบาท ในส่วนของบริษัทแม่ LST เอง รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 44.4% โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 31.1% และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 10.2% ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทแม่เพิ่มขึ้น 56.7 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกันที่ 31.2% แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายที่มากกว่าทำให้ GPM ของบริษัทแม่ยังคงทรงตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของบริษัทย่อย UFC ที่ดำเนินธุรกิจอาหารกระป๋องและเครื่องดื่ม มีรายได้จากการขายลดลง 4.4% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มที่ลดลง 36.0 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดของ UFC ลดลง 6.2 ล้านบาท หรือ 20.8% ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านราคาและปริมาณ** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายใน UPOIC ที่สูงมากในไตรมาสนี้ (โดยเฉพาะน้ำมันเมล็ดในปาล์ม) อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพที่ UPOIC รับรู้ขาดทุน 44.0 ล้านบาท เป็นรายการที่อาจผันผวนได้ ส่วนธุรกิจ UFC ที่มีรายได้ลดลงนั้น ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อใด ทำให้ต้องจับตาการปรับกลยุทธ์และการตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 90.9% YoY:** กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 141.7 ล้านบาท เทียบกับ 74.2 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมเติบโต 25.9%:** จาก 1,709.1 ล้านบาท เป็น 2,149.7 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจน้ำมันปาล์ม * **ธุรกิจ UPOIC โดดเด่น:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 120.6% จากราคาขายและปริมาณการขายน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้น * **ธุรกิจ UFC ชะลอตัว:** รายได้จากการขายลดลง 4.4% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่ม * **GPM กลุ่มบริษัทดีขึ้น:** อยู่ที่ 18.2% จาก 16.2% ในปีก่อน โดย GPM ของบริษัทแม่ทรงตัวที่ 11.0% (คำนวณจาก 100%-89.0%) ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานรายได้จากการขายสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เพิ่มขึ้น 442.7 ล้านบาท หรือ 25.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 2,149.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ของบริษัทแม่ที่เพิ่มขึ้น 524.5 ล้านบาท หรือ 44.4% จากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้น 31.1% และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 10.2% ขณะที่บริษัทย่อย UPOIC มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 265.3 ล้านบาท หรือ 120.6% จากราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายของบริษัทย่อย UFC ลดลง 19.2 ล้านบาท หรือ 4.4% ต้นทุนขายของกลุ่มบริษัทคิดเป็น 81.8% ของรายได้จากการขาย ลดลงจาก 83.8% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น 115.3 ล้านบาท หรือ 41.8% เป็น 391.9 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 18.2% เพิ่มขึ้นจาก 16.2% ในปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับงวดนี้อยู่ที่ 141.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.5 ล้านบาท หรือ 90.9% เมื่อเทียบกับ 74.2 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 6.5% เพิ่มขึ้นจาก 4.3% ในปีก่อน ## โอกาส * **ราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตรที่อยู่ในระดับสูง:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรของธุรกิจน้ำมันปาล์ม * **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** โดยเฉพาะในธุรกิจ UPOIC ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาด * **การบริหารต้นทุน:** การที่ต้นทุนขายของกลุ่มบริษัทคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ เป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตร:** แม้ปัจจุบันราคาจะสูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงได้ * **ผลประกอบการของบริษัทย่อย UFC ที่ยังคงอ่อนแอ:** รายได้และกำไรที่ลดลงในกลุ่มอาหารกระป๋องและเครื่องดื่ม อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกลุ่มบริษัทหากไม่สามารถพลิกฟื้นได้ * **ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ:** รายการนี้อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในแต่ละไตรมาสได้ * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นในส่วนของ UPOIC ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาขายน้ำมันปาล์มและปริมาณการขายของ UPOIC:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **กลยุทธ์การฟื้นฟูธุรกิจของ UFC:** จะสามารถพลิกฟื้นรายได้และกำไรในกลุ่มอาหารกระป๋องและเครื่องดื่มได้เมื่อใด * **ผลกระทบจากขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ:** จะมีนัยสำคัญต่อกำไรในไตรมาสถัดไปหรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ธุรกิจหลักของ LST คือการผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธุรกิจอาหารกระป๋องและเครื่องดื่ม ในไตรมาส 2 ปี 2564 ธุรกิจน้ำมันปาล์มของบริษัทย่อย UPOIC เป็นดาวเด่น โดยได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 64.6% และ 87.3% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่ 66.6% ทำให้ GPM ของ UPOIC ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะน้ำมันเมล็ดในปาล์มที่เพิ่มขึ้นถึง 224.0% ในทางกลับกัน ธุรกิจอาหารกระป๋องและเครื่องดื่มของบริษัทย่อย UFC ยังคงเผชิญความท้าทาย โดยรายได้จากการขายลดลง 4.4% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มที่ลดลงถึง 36.0 ล้านบาท ทำให้กำไรของ UFC ลดลง 20.8% อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ของ UFC เพิ่มขึ้นจาก 78.5% เป็น 81.3% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนหรือราคาขายที่อ่อนแอ การบริหารต้นทุนขายของบริษัทแม่ LST อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยต้นทุนขายคิดเป็น 89.0% ของรายได้จากการขาย ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ราคาขายจะเพิ่มขึ้น 31.1% แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกันที่ 31.2% ทำให้ GPM ของบริษัทแม่ยังคงทรงตัวได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้ ## สรุปท้าย LST ในไตรมาส 2 ปี 2564 โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตเกือบเท่าตัว โดยมีหัวใจสำคัญมาจากธุรกิจน้ำมันปาล์มของ UPOIC ที่ได้อานิสงส์จากราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่ธุรกิจอาหารกระป๋องและเครื่องดื่มของ UFC ที่รายได้และกำไรยังคงปรับตัวลดลง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาโภคภัณฑ์และแผนการฟื้นฟูธุรกิจของ UFC เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
3,092.07 ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06 %
กำไรสุทธิ
107.10 ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
3,092.07
+11.04%
2,784.76
+4.23%
2,671.83
-5.29%
2,821.04
-3.55%
2,924.76
+185.41%
-3,424.27
-305.08%
กำไรขั้นต้น —
341.99
+2.76%
332.80
+5.84%
314.45
+8.29%
290.38
-30.34%
416.89
+190.36%
-461.37
-235.71%
ค่าใช้จ่ายรวม —
257.76
+16.64%
220.99
-2.93%
227.65
+16.76%
194.97
-1.25%
197.44
+158.77%
-335.97
-278.30%
กำไรสุทธิ —
107.10
-18.43%
131.30
+3.97%
126.28
-19.53%
156.93
-4.76%
164.78
+269.81%
-97.03
-172.04%
กำไรต่อหุ้น —
0.13
-18.13%
0.16
+3.90%
0.15
-19.37%
0.19
-4.98%
0.20
+270.34%
-0.12
-171.95%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
11.06
-7.45%
11.95
+1.53%
11.77
+14.38%
10.29
-27.79%
14.25
+5.79%
13.47
-33.84%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
8.34
+5.04%
7.94
-6.81%
8.52
+23.30%
6.91
+2.37%
6.75
-31.19%
9.81
-13.11%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.46
-26.54%
4.71
-0.42%
4.73
-14.93%
5.56
-1.24%
5.63
+98.94%
2.83
-64.93%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
75.97
-53.09%
161.95
-98.53%
11,025.23
+504.05%
-2,728.65
+75.33%
-11,061.61
-27,777.04%
-39.68
-100.62%
ROE(%) —
9.83
-4.00%
10.24
-6.06%
10.90
+11.57%
9.77
-27.95%
13.56
+38.37%
9.80
-5.86%
ROA(%) —
9.19
-7.27%
9.91
-3.79%
10.30
+2.08%
10.09
-23.21%
13.14
+33.94%
9.81
-2.97%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
+13.51%
0.37
+19.35%
0.31
-20.51%
0.39
+8.33%
0.36
+9.09%
0.33
-13.16%
P/E —
7.15
-9.26%
7.88
+6.06%
7.43
-22.52%
9.59
+17.67%
8.15
-22.60%
10.53
+11.90%
P/BV —
0.71
-11.25%
0.80
-5.88%
0.85
-11.46%
0.96
-11.11%
1.08
+6.93%
1.01
-9.82%
BV —
6.63
+7.11%
6.19
+6.36%
5.82
+8.99%
5.34
+5.53%
5.06
+9.76%
4.61
+0.44%
YIELD(%) —
4.26
-16.14%
5.08
+31.95%
3.85
-20.62%
4.85
+20.05%
4.04
-52.91%
8.58
+76.91%
ราคาหุ้น —
4.70
-4.47%
4.92
-0.40%
4.94
-4.08%
5.15
-5.50%
5.45
+16.95%
4.66
-9.51%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.78

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
4,852.44
+11.33%
—
3,880.64
+0.99%
3,842.42
+12.10%
3,427.72
+29.24%
2,670.61
+5.73%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,775.92
+9.19%
—
3,181.77
+1.92%
3,121.81
+4.41%
2,990.02
-2.08%
3,035.23
+5.77%
รวมสินทรัพย์ —
8,628.36
+10.38%
—
7,062.41
+1.41%
6,964.23
+8.52%
6,417.74
+12.48%
5,705.83
+5.75%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,063.84
+17.56%
—
1,388.07
-15.61%
1,644.75
+25.30%
1,312.70
+19.63%
1,261.02
+24.99%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
478.63
+40.21%
—
288.76
-3.69%
299.82
-19.31%
371.58
+16.19%
333.88
+84.36%
รวมหนี้สิน —
2,542.47
+21.25%
—
1,676.83
-13.77%
1,944.57
+15.45%
1,684.29
+18.85%
1,594.89
+34.03%
รวมส่วนของเจ้าของ —
6,085.89
+6.40%
—
5,385.58
+7.29%
5,019.66
+6.05%
4,733.46
+10.37%
4,110.94
-2.25%
D/E —
0.42
—
0.31
0.39
0.36
0.39
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.83
—
10.90
9.77
13.56
9.80
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.19
—
10.30
10.09
13.14
9.81
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.35
—
2.80
2.34
2.61
2.42
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.10
—
1.28
0.95
1.34
1.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
40.13
—
0.00
0.00
47.33
48.13
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
72.16
—
0.00
0.00
67.73
75.83
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
27.36
—
0.00
0.00
24.48
29.72
วงจรเงินสด —
84.93
—
0.00
0.00
90.58
94.24
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
138.47
-151.04%
-271.28
-56.32%
-621.11
-221.48%
511.30
+34.37%
380.51
+64.01%
232.01
-42.34%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
297.55
+34.18%
221.75
-245.63%
-152.27
-24.37%
-201.33
-273.88%
115.79
-141.12%
-281.59
+16.43%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-333.24
+303.44%
-82.60
-114.76%
559.70
-157.38%
-975.43
+86.97%
-521.70
+320.73%
-124.00
+27.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
102.77
-177.78%
-132.13
-251.39%
87.28
-125.14%
-347.18
+1,266.85%
-25.40
-85.37%
-173.57
-175.71%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
589.52
+37.94%
427.36
+22.95%
347.59
+95.07%
178.19
-25.22%
238.29
-64.12%
664.17
+236.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00