บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.74
0.04 (0.84%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24032 out_tok=2920 at=2026-08-07T17:43:34 -->
# LST กำไร Q2/69 ดิ่ง 35% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายวูบ
## รายได้รวมโต 2.3% แต่กำไรสุทธิหด 35% ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนปาล์มดิบพุ่ง-ฐานปีก่อนสูง
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 2,266.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลงถึง 35.0% มาอยู่ที่ 91.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นและการลดลงของปริมาณการขายเมื่อเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำกำไรสุทธิของ LST ในไตรมาส 2/2569 ลดลง 35.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 15.5% ใน Q2/2568 มาอยู่ที่ 11.5% ใน Q2/2569 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะราคาต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 13.3% และต้นทุนผลปาล์มสดที่เพิ่มขึ้นถึง 48.3% ในขณะที่ปริมาณการขายโดยรวมของบริษัทลดลง 2.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น 4.9% ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง นอกจากนี้ ปริมาณการขายที่ลดลง 2.5% เกิดจากฐานที่สูงผิดปกติในไตรมาส 2/2568 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มคลี่คลาย ทำให้บริษัทมีสินค้าเพียงพอต่อการจำหน่ายและยอดขายฟื้นตัวอย่างมาก ในทางกลับกัน ในไตรมาส 2/2569 นี้ ปริมาณการขายของบริษัทหลักลดลง ในขณะที่บริษัทย่อย UPOIC มีปริมาณการขายนํ้ามันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 33.2% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.5% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากธุรกิจหลักได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด** เอกสารระบุว่าราคาต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 13.3% และต้นทุนผลปาล์มสดเพิ่มขึ้น 48.3% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มยังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่บริษัทระบุ โดยราคาเฉลี่ยรายเดือนใน Q2/2569 แกว่งตัวในช่วง 39.1 - 40.0 บาท/กิโลกรัม เทียบกับ Q2/2568 ที่ 32.0 - 34.0 บาท/กิโลกรัม ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มราคาที่สูงขึ้นและผันผวนมากขึ้น การที่บริษัทมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 669.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 28.8% จากสิ้นปี 2568) อาจสะท้อนถึงการบริหารสต็อกเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต แต่ก็มีความเสี่ยงหากราคาวัตถุดิบปรับลดลงอย่างรวดเร็ว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/69 อยู่ที่ 2,266.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% YoY** จาก 2,215.8 ล้านบาทใน Q2/68
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น Q2/69 อยู่ที่ 80.4 ล้านบาท ลดลง 38.3% YoY** จาก 130.4 ล้านบาทใน Q2/68 (ตัวเลขในหน้า 2 และ 3 มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยระหว่างกำไรสุทธิ 91.4 ล้านบาทในหน้าแรก และ 80.4 ล้านบาทในหน้า 2 และ 3 แต่แนวโน้มการลดลงยังคงเดิม)
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 15.5% ใน Q2/68 เป็น 11.5% ใน Q2/69
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น** จาก 84.5% ใน Q2/68 เป็น 88.5% ใน Q2/69 โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 13.3%
* **ปริมาณการขายโดยรวมลดลง 2.5%** เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน
* **บริษัทย่อย UPOIC มีรายได้เพิ่มขึ้น 16.4%** จากปริมาณขายนํ้ามันปาล์มดิบที่เพิ่มขึ้น 33.2% และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 5.5%
* **บริษัทย่อย UFC มีรายได้ลดลง 19.2%** โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มที่ลดลง 115.8 ล้านบาท
* **บริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนในโครงการขยายโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์ม (Refinery) และโรงงานมาการีน** คาดแล้วเสร็จปี 2569 รวมถึงโครงการสถานีหม้ออบปาล์มแห่งใหม่ที่ตรัง คาดแล้วเสร็จ Q1/70
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 LST มีรายได้จากการขายรวม 2,266.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ของบริษัทและบริษัทย่อย UPOIC ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 84.5% ใน Q2/68 เป็น 88.5% ใน Q2/69 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบและผลปาล์มสด ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 22.6% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 38.3% มาอยู่ที่ 80.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนในโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม (Refinery) และโรงงานมาการีน รวมถึงการปรับปรุงโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่ตรัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การเติบโตของบริษัทย่อย UPOIC:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขายน้ำมันปาล์มดิบเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของ UPOIC
* **การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม:** เป็นกลยุทธ์ในการกระจายแหล่งรายได้และลดการพึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความผันผวน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์ม:** เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
* **การควบคุมราคาสินค้า:** น้ำมันปาล์มเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการปรับราคาขายและส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ:** ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตปาล์มและความผันผวนของราคา
* **วิกฤตภาวะสงครามในตะวันออกกลาง:** ส่งผลต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
* **การลดลงของปริมาณการขายในธุรกิจหลัก:** เป็นปัจจัยกดดันรายได้และกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาน้ำมันปาล์มดิบและผลปาล์มสด ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงในไตรมาสถัดไป
* **ปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายในธุรกิจหลักของ LST
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** ความคืบหน้าและกำหนดการแล้วเสร็จของโครงการขยายกำลังการผลิตต่างๆ
* **ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือมาตรการควบคุมราคาสินค้าที่เกี่ยวข้อง
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** โดยเฉพาะ UFC ที่มีรายได้ลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบและ GPM:** หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบและผลปาล์มสดที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ GPM ลดลงอย่างมาก แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
**Volume:** ปริมาณการขายโดยรวมของบริษัทลดลง 2.5% ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อรายได้ แม้ว่าบริษัทย่อย UPOIC จะมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชย
**ช่องทางขาย/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขายหรือการส่งออกโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดต่างประเทศของบริษัทย่อย
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 669.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 28.8% จากสิ้นปี 2568) ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารสต็อกเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต หรืออาจเป็นผลจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ก็มีความเสี่ยงหากราคาวัตถุดิบผันผวน
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของรายได้อื่นใน Q2/68 แต่ไม่ได้ระบุใน Q2/69
**ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึงผลผลิตของผลไม้กระป๋อง (UFC) ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,599.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,498.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญ โดยส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ทำให้ D/E Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.42 ในสิ้นปี 2568 เป็น 0.57 ใน Q2/69
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 209.7 ล้านบาท ใน Q2/69 เทียบกับกระแสเงินสดบวก 643.1 ล้านบาทในสิ้นปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่ลดลง ในขณะที่กระแสเงินสดจากการลงทุนยังคงติดลบต่อเนื่องจากการลงทุนในโครงการต่างๆ
## สรุปท้าย
LST เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้เล็กน้อยจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยบางแห่ง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปริมาณการขายที่ลดลงในธุรกิจหลักได้ การลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัจจัยภายนอกอื่นๆ ยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
3,092.07
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06
%
กำไรสุทธิ
107.10
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
138.47
-151.04%
|
-271.28
-56.32%
|
-621.11
-221.48%
|
511.30
+34.37%
|
380.51
+64.01%
|
232.01
-42.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
297.55
+34.18%
|
221.75
-245.63%
|
-152.27
-24.37%
|
-201.33
-273.88%
|
115.79
-141.12%
|
-281.59
+16.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-333.24
+303.44%
|
-82.60
-114.76%
|
559.70
-157.38%
|
-975.43
+86.97%
|
-521.70
+320.73%
|
-124.00
+27.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
102.77
-177.78%
|
-132.13
-251.39%
|
87.28
-125.14%
|
-347.18
+1,266.85%
|
-25.40
-85.37%
|
-173.57
-175.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
589.52
+37.94%
|
427.36
+22.95%
|
347.59
+95.07%
|
178.19
-25.22%
|
238.29
-64.12%
|
664.17
+236.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|