บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.74
0.04 (0.84%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5760 out_tok=2515 at=2026-07-25T20:16:12 -->
# LST กำไรปี 64 พุ่ง 45.8% รับราคาปาล์มโลกพุ่ง-ปริมาณขายโต
## รายได้-กำไร LST เติบโตโดดเด่น รับแรงหนุนราคาปาล์มโลกและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 45.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในภาพรวม ซึ่งจะเจาะลึกถึงสาเหตุและแนวโน้มในรายงานฉบับนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LST ในปี 2564 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทและบริษัทย่อยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 30.6% สำหรับบริษัท และ 48.3% สำหรับน้ำมันปาล์มดิบของบริษัทย่อย UPOIC ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย 14.6% ของบริษัท และ 48.3% ของ UPOIC (สำหรับน้ำมันปาล์มดิบ) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 45.8% หรือ 175.6 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นปัจจัยต้นทางที่ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลปาล์มในต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก เมื่ออุปทานลดลงแต่ความต้องการยังคงมีอยู่ ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาที่สูงขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังราคาในประเทศ ทำให้ LST สามารถปรับราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยได้สูงขึ้น นอกจากนี้ ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้และกำไรให้เติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทย่อย UPOIC ที่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันเมล็ดในปาล์มปรับตัวสูงขึ้นถึง 71.4% และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 87.3%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** เอกสารระบุว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดต่างประเทศมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลดีต่อผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ COVID-19 และการขาดแคลนแรงงานเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ LST ยังมีการขยายตลาดด้วยช่องทางใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มและกลุ่มผักผลไม้ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้ดีเช่นกัน แต่ความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 45.8%** หรือ 175.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 558.6 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 41.5%** หรือ 2,790.6 ล้านบาท เป็น 9,521.3 ล้านบาท
* **ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยปรับสูงขึ้น** 30.6% สำหรับบริษัท และ 48.3% (น้ำมันปาล์มดิบ) และ 71.4% (น้ำมันเมล็ดในปาล์ม) สำหรับบริษัทย่อย UPOIC
* **ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น** 14.6% สำหรับบริษัท และ 48.3% (น้ำมันปาล์มดิบ) และ 87.3% (น้ำมันเมล็ดในปาล์ม) สำหรับบริษัทย่อย UPOIC
* **บริษัทย่อย UPOIC มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 125.1 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 181.7 ล้านบาทในปี 2564
* **บริษัทย่อย UFC มียอดขายเติบโต 7.1%** โดยยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 5.6%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวม 9,521.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,790.6 ล้านบาท หรือ 41.5% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย 30.6% และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 14.6% ในส่วนของบริษัทฯ สำหรับบริษัทย่อย UPOIC รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 124.5% จากราคาขายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม ขณะที่บริษัทย่อย UFC มียอดขายรวมเพิ่มขึ้น 7.1%
ในด้านกำไรขั้นต้น บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นรวม 1,465.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333.1 ล้านบาท หรือ 29.4% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 16.8% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับปี 2564 อยู่ที่ 558.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.6 ล้านบาท หรือ 45.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 5.8% เพิ่มขึ้นจาก 5.6% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การขยายตลาดด้วยช่องทางใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทย่อย UFC มีความสำเร็จในการขยายตลาดด้วยช่องทางใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มและกลุ่มผักผลไม้ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้ดี
* **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้จะเป็นต้นทุน แต่การที่บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ ทำให้มีโอกาสในการทำกำไรที่สูงขึ้น หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การส่งออกที่เติบโต:** ยอดส่งออกของ UFC ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความต้องการในตลาดต่างประเทศที่ยังคงมีอยู่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไร แต่หากราคามีความผันผวนมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการวางแผนการผลิตและการตั้งราคาขาย
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 34.8% และต้นทุนผลปาล์มสดเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 57.2% สำหรับ UPOIC
* **การขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์:** บริษัทย่อย UPOIC มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 15.6 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในส่วนของบริษัทย่อย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาปาล์มดิบในตลาดโลก:** ติดตามสถานการณ์อุปทานและอุปสงค์ รวมถึงปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่และช่องทางขายใหม่:** ประสิทธิภาพของการขยายตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มและผักผลไม้
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงานที่อาจส่งผลต่อการผลิตและการเก็บเกี่ยว
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยหลักที่หนุนรายได้และกำไร
* **Volume:** ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น สนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **GPM:** กำไรขั้นต้นคิดเป็นอัตราส่วนลดลงเล็กน้อยจาก 16.8% เป็น 15.4% เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** UFC มีการขยายตลาดด้วยช่องทางใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่ และยอดส่งออกเติบโต 5.6%
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดส่งออกของ UFC เพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้ถูกกล่าวถึง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีที่ LST ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 45.8% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาปาล์มดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทและบริษัทย่อยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับสูงขึ้นตามไปด้วย แต่บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์และปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การขยายตลาดในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก็เป็นโอกาสในการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
3,092.07
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06
%
กำไรสุทธิ
107.10
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
138.47
-151.04%
|
-271.28
-56.32%
|
-621.11
-221.48%
|
511.30
+34.37%
|
380.51
+64.01%
|
232.01
-42.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
297.55
+34.18%
|
221.75
-245.63%
|
-152.27
-24.37%
|
-201.33
-273.88%
|
115.79
-141.12%
|
-281.59
+16.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-333.24
+303.44%
|
-82.60
-114.76%
|
559.70
-157.38%
|
-975.43
+86.97%
|
-521.70
+320.73%
|
-124.00
+27.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
102.77
-177.78%
|
-132.13
-251.39%
|
87.28
-125.14%
|
-347.18
+1,266.85%
|
-25.40
-85.37%
|
-173.57
-175.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
589.52
+37.94%
|
427.36
+22.95%
|
347.59
+95.07%
|
178.19
-25.22%
|
238.29
-64.12%
|
664.17
+236.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|