บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.74
0.04 (0.84%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6988 out_tok=2346 at=2026-07-25T07:31:19 -->
# LST Q2/66 กำไรสุทธิพุ่ง 37.5% รับราคาวัตถุดิบดิ่ง-บริหารต้นทุนคุมอยู่
## รายได้รวมหด 15.8% แต่ GPM พุ่งแรงจากต้นทุนที่ลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,705.8 ล้านบาท ลดลง 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักปรับลดลง ขณะที่ปริมาณขายลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 105.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ LST ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้รวมจะปรับลดลง 15.8% หรือ 509.0 ล้านบาท เป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 33.2% แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายต่อหน่วยให้ลดลงได้มาก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 8.8% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็น 12.2% ในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตถึง 37.5% หรือ 28.6 ล้านบาท มาอยู่ที่ 105.0 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายที่ลดลงเกิดจาก **ราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลง** โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของบริษัทฯ มีการปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการราคาขายได้ดี แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะลดลง แต่การควบคุมต้นทุนที่ลดลงมากกว่า ทำให้ GPM ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับบริษัทย่อย LST (50:10) ที่ผลิตน้ำมันปาล์มดิบ แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาผลปาล์มสดที่ลดลงและมีผลขาดทุนจากการตีมูลค่าทางบัญชี 40.5 ล้านบาท แต่ภาพรวมของกลุ่มบริษัทยังคงสามารถทำกำไรได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาวัตถุดิบ** ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน GPM ในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบมีความผันผวนตามฤดูกาลและปัจจัยตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อ GPM ในอนาคตได้ แต่การที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยรักษาอัตรากำไรไว้ได้ในระดับที่ดี
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 37.5% YoY:** อยู่ที่ 105.0 ล้านบาท จาก 76.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 15.8% YoY:** อยู่ที่ 2,705.8 ล้านบาท สาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง:** เพิ่มขึ้นจาก 8.8% เป็น 12.2% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
* **ต้นทุนขายลดลง:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ปาล์มน้ำมัน
* **ปริมาณขายลดลงเล็กน้อย:** ปริมาณขายรวมลดลง 14.7% แต่ปริมาณขายของบริษัทหลักลดลง 23.4%
* **บริษัทย่อย LST (50:10) มีผลขาดทุนจากการตีมูลค่า:** 40.5 ล้านบาท จากราคาผลปาล์มสดที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 LST มีรายได้จากการขายรวม 2,705.8 ล้านบาท ลดลง 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลง 33.2% แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลง 14.7% ก็ตาม ในส่วนของต้นทุนขาย บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ดี ทำให้อัตราต้นทุนขายต่อหน่วยลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 8.8% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็น 12.2% ในไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 105.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนขายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนอัตรากำไร
* **การบริหารราคาขาย:** แม้ราคาขายเฉลี่ยจะลดลง แต่การบริหารจัดการราคาขายในแต่ละช่องทางยังคงเป็นโอกาสในการรักษา GPM
* **การฟื้นตัวของราคาวัตถุดิบ:** หากราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปาล์มน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปาล์มน้ำมัน มีความผันผวนสูงตามฤดูกาลและปัจจัยตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **ปริมาณการขาย:** ปริมาณการขายที่ลดลงในบางช่องทางอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัทฯ
* **สถานการณ์เศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อปริมาณการขายและราคาขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบปาล์มน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM ในไตรมาสถัดไป
* **ปริมาณการขายในแต่ละช่องทาง:** การฟื้นตัวหรือการเติบโตของปริมาณการขายในช่องทางต่างๆ
* **ผลกระทบจากฤดูกาลผลิต:** ฤดูกาลผลิตปาล์มสดที่แตกต่างกันในแต่ละปี อาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตและราคา
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักลดลง 33.2% เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้รวม แต่ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปาล์มน้ำมัน ก็ลดลงเช่นกัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนขาย
* **Volume:** ปริมาณการขายรวมลดลง 14.7% โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทหลักที่ลดลง 23.4% แต่บริษัทย่อย LST (50:10) มีปริมาณการขายลดลง 15.6% เนื่องจากผลปาล์มสดออกช้ากว่าปกติ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 8.8% เป็น 12.2% เนื่องจากต้นทุนขายลดลงมากกว่าราคาขาย
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายในทุกช่องทางหลักลดลง โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทหลักที่ลดลง 28.16%
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าอย่างละเอียด
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนหรือผลกระทบจากการส่งออกอย่างชัดเจน
* **ฤดูกาลผลิต:** ฤดูกาลผลิตปาล์มสดที่ออกช้ากว่าปกติในไตรมาส 2 ปีนี้ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตปาล์มสดของไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลง 17.4%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายรวมลดลง 23.4% โดยอัตราต้นทุนขายต่อหน่วยลดลงอย่างมาก
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 3.1 ล้านบาท เป็น 142.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 10.6 ล้านบาท เป็น 71.3 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากการตีมูลค่า:** บริษัท LST (50:10) รับรู้ขาดทุนจากการตีมูลค่าทางบัญชี 40.5 ล้านบาท จากปริมาณและราคาผลปาล์มสดที่ลดลง
## สรุปท้าย
LST สามารถพลิกสถานการณ์จากรายได้ที่ลดลง มาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ จากราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวลดลง แม้ว่าความผันผวนของราคาวัตถุดิบจะเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและราคาขายของฝ่ายจัดการเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยรักษาอัตรากำไรไว้ได้ในระดับที่ดีในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
3,092.07
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06
%
กำไรสุทธิ
107.10
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
138.47
-151.04%
|
-271.28
-56.32%
|
-621.11
-221.48%
|
511.30
+34.37%
|
380.51
+64.01%
|
232.01
-42.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
297.55
+34.18%
|
221.75
-245.63%
|
-152.27
-24.37%
|
-201.33
-273.88%
|
115.79
-141.12%
|
-281.59
+16.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-333.24
+303.44%
|
-82.60
-114.76%
|
559.70
-157.38%
|
-975.43
+86.97%
|
-521.70
+320.73%
|
-124.00
+27.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
102.77
-177.78%
|
-132.13
-251.39%
|
87.28
-125.14%
|
-347.18
+1,266.85%
|
-25.40
-85.37%
|
-173.57
-175.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
589.52
+37.94%
|
427.36
+22.95%
|
347.59
+95.07%
|
178.19
-25.22%
|
238.29
-64.12%
|
664.17
+236.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|