บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.74
0.04 (0.84%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4338 out_tok=2636 at=2026-07-25T20:37:49 -->
# G JS: กำไร Q3/2565 พลิกขาดทุนหนัก รับแรงกดดันราคา-ปริมาณขายวูบ
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากปัจจัยภายนอกกดดัน ขณะที่ต้นทุนสินค้าลดลงบางส่วนจากการผลิตที่หดตัว
บริษัทจี เจสตีล จำกัด (มหาชน) หรือ G JS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 1,160 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับต้นทุนขายที่ปรับลดลงบางส่วนจากการผลิตที่หดตัว ฝ่ายจัดการระบุว่าปัจจัยภายนอกทั้งความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และนโยบายโควิดในจีน ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และราคาในตลาดโลกและไทยอย่างรุนแรง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ G JS ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไร 1,160 ล้านบาท เป็นขาดทุน 86 ล้านบาท มาจาก **การลดลงอย่างรุนแรงของรายได้จากการขายและกำไรขั้นต้น** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กอย่างหนัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ **ราคาขายเฉลี่ยลดลงถึง 18% และปริมาณการขายลดลง 24%** ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายวูบลงจาก 5,611 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 3,502 ล้านบาท การผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กรีดร้อนในประเทศลดลงถึง 31% ตามอุปสงค์ที่หดตัว ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ภาวะเงินเฟ้อ และนโยบายโควิดในจีน ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันการบริโภคและราคาทั่วโลกรวมถึงตลาดในประเทศ แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลง 16% จากปริมาณการผลิตที่ลดลง 26% และมีการกลับรายการค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 136 ล้านบาทจากการที่ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ ทำให้กำไรขั้นต้นพลิกเป็นขาดทุนถึง 21 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 1,474 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 20% จากปริมาณการขายที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 81 ล้านบาทจากการลดลงของค่าใช้จ่ายโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ รวมถึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 31 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 30 ล้านบาทจากการชำระคืนเงินกู้ แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์จากผลกระทบหลักที่เกิดจากราคาและปริมาณขายที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากปัจจัยภายนอกที่รุนแรง
แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ามีการกลับรายการค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจากการที่ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่กล่าวมาข้างต้น การบริโภคในประเทศยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกยังคงมีอยู่ ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นยังคงมีความท้าทาย อย่างไรก็ตาม การที่ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน และการที่บริษัทได้ชำระคืนหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศและเงินกู้ยืมไปแล้วบางส่วน อาจเป็นสัญญาณบวกหากปัจจัยภวดล้อมคลี่คลาย แต่โดยรวมแล้ว ผลประกอบการที่ผันผวนรุนแรงเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นผลจากสภาวะตลาดที่ผันผวนสูง ซึ่งอาจไม่ต่อเนื่องในลักษณะเดิม
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 1,160 ล้านบาทใน Q3/2564 จากผลกระทบราคาและปริมาณขายที่ลดลง
* **รายได้วูบ 38%:** เหลือ 3,502 ล้านบาท หลังราคาขายเฉลี่ยลดลง 18% และปริมาณขายหดตัว 24%
* **กำไรขั้นต้นติดลบ 21 ล้านบาท:** จากที่เคยบวก 1,474 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายลดลงไม่ทันกับรายได้ที่หายไป
* **ต้นทุนขายลดลง 16%:** จากปริมาณการผลิตที่ลดลง 26% และการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงเหลือ 136 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 81 ล้านบาท:** จากค่าใช้จ่ายโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** เป็น 812 ล้านบาท จาก 783 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 17,340 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทจี เจสตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 3,502 ล้านบาท ลดลง 38% เมื่อเทียบกับ 5,611 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกเป็นขาดทุน 21 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 1,474 ล้านบาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แต่ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนขั้นต้นได้ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 1,160 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การกลับรายการค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ:** การที่ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน เป็นสัญญาณบวกต่อมูลค่าสินค้าคงคลัง
* **การลดลงของต้นทุนทางการเงินและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การชำระคืนเงินกู้ระยะยาวสกุลเงินตราต่างประเทศและการลดลงของ SBLC ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและผลกระทบจากความผันผวนค่าเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาและอุปสงค์ในอุตสาหกรรมเหล็ก:** ปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และนโยบายโควิดในจีน ยังคงส่งผลกระทบต่อราคาและปริมาณการขายทั่วโลกและในประเทศ
* **การบริโภคในประเทศที่ลดลง:** การบริโภคผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กรีดร้อนในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี
* **การผลิตในประเทศที่ลดลง:** การผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กรีดร้อนในประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในตลาดโลกและในประเทศ
* ทิศทางการบริโภคและการผลิตเหล็กในประเทศ
* ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะเศรษฐกิจโลก
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและสต็อกสินค้า
* ความสามารถในการกลับมาทำกำไรขั้นต้นได้อีกครั้ง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อน G JS ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะตลาดเหล็กโลกและในประเทศ การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) และราคาขายสินค้าสำเร็จรูป รวมถึงปริมาณการขาย เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการ
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยลดลง 18% ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักต่อรายได้
* **Volume:** ปริมาณการขายลดลง 24% และปริมาณการผลิตลดลง 26% สะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ
* **GPM:** พลิกเป็นขาดทุน 21 ล้านบาท จากการที่รายได้ลดลงมากกว่าต้นทุน
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขาย แต่การลดลงของอุปสงค์ในประเทศและผลกระทบจากตลาดโลกบ่งชี้ถึงความท้าทายในทุกช่องทาง
* **สต็อก:** มีการลดลงของสินค้าคงเหลือ 501 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นผลจากการผลิตที่ลดลง หรือการระบายสต็อก
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงจากการชำระคืนหนี้สกุลเงินต่างประเทศ
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 718 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 26% ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,238 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า 142 ล้านบาท แต่ลดลงจากสินค้าคงเหลือ 501 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 2% จากค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือ 4% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้อื่นและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รวมถึงเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า หักลบกับการลดลงของเจ้าหนี้การค้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 689 ล้านบาท หรือ 4% จากสิ้นปี 2564 เป็น 16,528 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีผลกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนจำนวน 689 ล้านบาท (แม้ว่าไตรมาส 3 จะขาดทุน แต่ 6 เดือนแรกมีกำไร)
## สรุปท้าย
G JS เผชิญกับผลประกอบการที่ผันผวนอย่างรุนแรงในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยพลิกขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท จากปัจจัยลบหลักคือราคาขายและปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศที่อ่อนแอ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดีขึ้น รวมถึงมีปัจจัยบวกจากการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงเหลือ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไป ความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมเหล็กยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่การบริหารจัดการหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของเงินสดเป็นสัญญาณบวกต่อฐานะการเงิน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LST ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
3,092.07
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
341.99
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.06
%
กำไรสุทธิ
107.10
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.46
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,092
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
342
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
9.83
ROA (%)
9.19
Book Value/หุ้น
6.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+138
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
138.47
-151.04%
|
-271.28
-56.32%
|
-621.11
-221.48%
|
511.30
+34.37%
|
380.51
+64.01%
|
232.01
-42.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
297.55
+34.18%
|
221.75
-245.63%
|
-152.27
-24.37%
|
-201.33
-273.88%
|
115.79
-141.12%
|
-281.59
+16.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-333.24
+303.44%
|
-82.60
-114.76%
|
559.70
-157.38%
|
-975.43
+86.97%
|
-521.70
+320.73%
|
-124.00
+27.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
102.77
-177.78%
|
-132.13
-251.39%
|
87.28
-125.14%
|
-347.18
+1,266.85%
|
-25.40
-85.37%
|
-173.57
-175.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
589.52
+37.94%
|
427.36
+22.95%
|
347.59
+95.07%
|
178.19
-25.22%
|
238.29
-64.12%
|
664.17
+236.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|